ปิดฉาก ‘foodpanda’ ส่งอาหารเจ้าแรกในไทย แต่ธุรกิจไม่เคยได้กำไรตลอด 13 ปี
TODAY Bizview
อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 19.17 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 12.17 น. • workpointTODAYSay Goodbye! ‘foodpanda’ เจ้าหมีสีชมพูกับ 13 ปีในประเทศไทย ถือว่าเป็นผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่รายแรกๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2555
วันนี้หลายคนได้ทราบข่าวแล้วว่า foodpanda กำลังจะหยุดให้บริการทั้งหมดในบ้านเราไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหาร ส่งของ ส่งพัสดุ โดยจะเริ่มหยุดตั้งแต่ 23 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป
ถือเป็นหนึ่งมูฟเมนต์ในโลกธุรกิจที่น่าเศร้า แต่ก่อนที่จะไปพูดถึงสาเหตุการบอกลาประเทศไทยของ foodpanda เรามาย้อนดูเรื่องราวในช่วง 13 ปีที่ผ่านมากันก่อนสักหน่อยดีกว่า
[ ก่อนเป็น ‘หมีชมพู’ เคยเป็น ‘หมีส้ม’ มาก่อน ]
หากใครจำกันได้ แรกเริ่มที่ foodpanda เข้ามาทำการตลาดในไทยเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้คือ ‘หมีสีส้ม’ ซึ่งเป็นสีที่ใช้มาตั้งแต่ที่เยอรมนี
ก่อนที่จะมีการรีแบรนด์หลังจากที่ตีตลาดไทยได้ประมาณ 4 ปี จึงเปลี่ยนมาเป็น ‘หมีสีชมพู’ และช่วงเวลานั้นก็รีแบรนด์อีกหลายประเทศในเอเชีย เช่น สิงคโปร์, ฮ่องกง, ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ให้เป็น ‘หมีสีชมพู’ เหมือนกัน
[ ภาพจำคือโค้ดส่วนลด ]
อีกภาพที่ติดตาเราบ่อยๆ ก็คงเป็น ‘การแจกโค้ดส่วนลด’ เพราะเจ้าหมีชมพูแบรนด์นี้จะมีการเก็บคะแนน สร้างการรับรู้หรือสร้างการสนใจด้วยกลยุทธ์การแจกโค้ดแบบท่วมๆ และบ่อยมากๆ แบบยิ่งถ้าใช้มากก็ยิ่งได้รับโค้ดส่วนลดมากเท่านั้น
ซึ่งอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจของ foodpanda ในไทย ก็คือ การบุกพื้นที่ต่างจังหวัดเป็นเจ้าแรก โดยในปี 2563 foodpanda กลายเป็นแอปพลิเคชันเจ้าแรกและเจ้าเดียวที่เจาะไปตามจังหวัดต่างๆ จนครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ และมีพันธมิตรร้านอาหารมากกว่า 70,000 ร้าน
ถือว่าเป็นการทำธุรกิจ 8 ปีของ foodpanda ในตลาดไทย ที่รุกหนัก และขยายไปเร็วมากๆ ในยุคนั้น
[ การแข่งขันเดือดในตลาดเดลิเวอรี่ ]
จุดที่ทำให้ foodpanda เริ่มแผ่วลง คือ คู่แข่งเดลิเวอรี่รายอื่นในตลาดที่เพิ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกให้คนไทย
ต้องบอกว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาของ foodpanda ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำการตลาดอยู่หลายครั้ง โดยในช่วงแรกยังไม่ได้มีคู่แข่งในตลาดฟู้ดเดลิเวอรี่เยอะ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีคู่แข่งเพิ่มขึ้น อย่าง Grab และ LINE MAN
โดยจุดเปลี่ยนที่สำคัญคือหลังจากที่ Grab เข้ามาในไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เป็นช่วงที่ foodpanda เองก็เริ่มเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ‘เจาะพื้นที่เล็กลง’
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม foodpanda ถึงเปิดตลาดต่างจังหวัดได้รวดเร็ว และมุ่งมั่นกับกลยุทธ์ ‘Hyperlocalization’ เพื่อขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ให้ได้มากขึ้นแทนที่จะกระจุกอยู่แค่ในกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม ด้วย Grab และ LINE MAN ซึ่งมีการทำโปรโมชั่นและกลยุทธ์ทางการตลาดที่ดึงดูดลูกค้าได้มากกว่า ทำให้ foodpanda ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่หนักหน่วงและยากต่อการรักษาส่วนแบ่งตลาด
[ ทำธุรกิจมา 13 ปี ขาดทุน 13 ปี ]
สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลา 13 ปีในการทำธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ของ foodpanda ในไทย บริษัทไม่เคยมีกำไรเลยสักปีเดียว นอกจากนั้นยังขาดทุนอย่างต่อเนื่องสะสมไปเรื่อยๆ ตลอดที่ดำเนินธุรกิจ
ปี 2555 มีรายได้ 1.17 ล้านบาท แต่ขาดทุน 13 ล้านบาท
ปี 2556 มีรายได้ 4.35 ล้านบาท แต่ขาดทุน 22 ล้านบาท
ปี 2557 มีรายได้ 13 ล้านบาท แต่ขาดทุน 45 ล้านบาท
ปี 2558 มีรายได้ 121 ล้านบาท แต่ขาดทุน 98 ล้านบาท
ปี 2559 มีรายได้ 135 ล้านบาท แต่ขาดทุน 93 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 210 ล้านบาท แต่ขาดทุน 39 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 258 ล้านบาท แต่ขาดทุน 138 ล้านบาท
ปี 2562 มีรายได้ 818 ล้านบาท แต่ขาดทุน 1,264 ล้านบาท
ปี 2563 มีรายได้ 4,375 ล้านบาท แต่ขาดทุน 3,595 ล้านบาท
ปี 2564 มีรายได้ 6,786 ล้านบาท แต่ขาดทุน 4,721 ล้านบาท
ปี 2565 มีรายได้ 3,628 ล้านบาท แต่ขาดทุน 3,255 ล้านบาท
ปี 2566 มีรายได้ 3,843 ล้านบาท แต่ขาดทุน 522 ล้านบาท
[ ไทยแลนด์ไม่ใช่ตลาดที่ตอบโจทย์อีกแล้ว ]
พอเราอ่านมาถึงตรงนี้หลายๆ คนก็อาจจะเห็นภาพรวมของ foodpanda มากขึ้น และก็อาจจะเดาได้ว่าสาเหตุที่บริษัทตัดสินใจโบกมือบ๊ายบายประเทศไทยสาเหตุมาจากอะไร
ซึ่งทางบริษัทเองก็ได้ออกมาชี้แจงไว้แล้วว่า ในการตัดสินใจครั้งนี้ได้สอดคล้องกับแนวทางการปรับกลยุทธ์เชิงภูมิศาสตร์ของ Delivery Hero ซึ่งเคยดำเนินการมาแล้วในหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก กานา สโลวาเกีย และสโลวีเนีย
โดยบริษัทเองได้พยายามจะมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังตลาดอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่มีศักยภาพในการเติบโตและผลตอบแทนที่สูงกว่า
พูดง่ายๆ ก็คงเพราะ foodpand ต้องเจอกับการแข่งขันที่หนักและไม่สามารถทำกำไรได้ในระยะยาว จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ foodpanda ต้องถอนตัวจากบางประเทศ รวมถึงประเทศไทย เพื่อปรับกลยุทธ์และมุ่งเน้นตลาดที่มีศักยภาพในการทำกำไรมากกว่า
วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 จะเป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้ใช้บริการหมีสีชมพู จากนี้เราจะไม่ได้เห็นหมีสีชมพูบนท้องถนนอีกแล้ว ถือว่าเป็นการโบกมือลาประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปิดฉาก 13 ปี foodpanda อย่างสมบูรณ์