เบรกศึกชิง ทบ.1 'บิ๊กต่อ' ส่งสัญญาณ ส่งไม้ 'บิ๊กปู' ดับฝัน ตท.24 จับตา รทสช. เปลี่ยนเจน DNA 'ลุงตู่'
ก่อนที่จะเกิดความวุ่นวายในกองทัพบก (ทบ.) จากการชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. ก็เริ่มมีสัญญาณชัดเจนขึ้นแล้วว่า บิ๊กต่อ พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. และ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 จะสนับสนุนบิ๊กปู พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เสธ.ทบ. แกนนำ ตท.26 ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่แทน สวนกระแสพลัง ตท.24
แม้ว่า พล.อ.พนา จะถูกมองว่า กองหนุนสำคัญอย่างบิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. และรองเลขาฯ สนว. และบิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ อดีต ผบ.ทบ. พลังจะแผ่วลงไปไม่น้อยก็ตาม แต่ก็ยังพอมีฤทธิ์
อีกทั้ง พล.อ.พนา ก็ยังได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.เจริญชัย แม้จะมีข่าวสะพัดถึงความสัมพันธ์กับ 2 อดีต ผบ.ทบ. จะไม่แนบแน่นเช่นแต่ก่อนก็ตาม
แต่หลังจากที่มีกระแสข่าวในหน้าสื่อว่า บิ๊กหนุ่ย พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ผช.ผบ.ทบ. มาแรง ชิงเก้าอี้ ผบ.ทบ. เพราะพลังของเตรียมทหาร 24 ฝ่าย พล.อ.เจริญชัย ก็แสดงออกให้เห็นด้วยการออกงาน และลงพื้นที่กับ พล.อ.พนา มากขึ้น รวมทั้งมีการสื่อสารจากคีย์แมนใน ทบ. มายังสื่อด้วยว่า ใครจะเป็น ผบ.ทบ.ตัวจริง
พร้อมข่าวสะพัดว่า พล.อ.เจริญชัย รุ่นพี่ ตท.23 ไม่หนุนระบบรุ่น หลังจากที่เป็นที่จับตามองว่า ตท.24 จะยึดเก้าอี้ ผบ.ทุกเหล่าทัพ แบบยกแผง เพราะมี ผบ.เหล่าทัพอยู่แล้วถึง 3 คน และยังไม่เกษียณ
ทั้งปลัดหนุ่ม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกลาโหม ผบ.อ๊อบ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และบิ๊กไก่ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.
หลังจากที่เคยแสดงพลังในการดันเพื่อนร่วมรุ่น ตท.24 ให้ได้เลื่อนยศนายพล และบางคนได้นายพล ในการโยกย้ายเมษายนที่ผ่านมา แค่ที่กลาโหม ก็มากกว่า 30 คน
ขณะที่ พล.อ.เจริญชัย เองก็ไม่ได้แนบสนิทกับ ตท.24 เท่าใดนัก และอาจมีเรื่องคาใจกับคีย์แมนบางคน จึงอาจไม่ต้องเกรงใจ ตท.24 แต่พิจารณาเลือก ผบ.ทบ.คนใหม่ ด้วยปัจจัยภายใน ทบ. และใน ฉก.ทม.รอ.904 ในสายทหารคอแดงเอง
เพราะเป็นที่รู้กันว่า ยากที่อำนาจการเมือง หรืออำนาจใดจะแทรกแซงการเลือก ผบ.ทบ.ได้ แต่เป็นเรื่องของทหารคอแดง ทั้งใน ทบ. และโดยเฉพาะนอก ทบ.
จนทำให้เริ่มมีเสียงสะท้อนจากใน ทบ.แล้ว พล.อ.เจริญชัย จะเสนอชื่อ พล.อ.พนา เป็น ผบ.ทบ.คนใหม่
โดยให้เหตุผลว่า ทั้งการที่เป็นหัวหน้านักเรียน เป็นนายทหารที่มีความรู้ความสามารถ จบปริญญาโทจากสหรัฐอเมริกา และมีความจงรักภักดีมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ พล.อ.ปรีชา แคล้วปลอดทุกข์ อดีตนายทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์
พล.อ.พนาเติบโตจาก ร.31 รอ. จนเป็นผู้พัน และเคยอยู่ พล.ร.2 รอ. และเป็นที่จับตามองตั้งแต่มาเป็น ผบ.กองพลสไตรเกอร์ ผบ.พล.ร.11 และเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 แล้วมีชื่อไปฝึกหลักสูตรทหารคอแดง แล้วฟาสต์แทร็กขึ้นเสียบยอดเข้าไลน์เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ เสธ.ทบ. เมื่อตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา
แม้ในห้วงที่ผ่านมา พล.อ.พนา จะพยายามลดบทบาทและหลบสื่อ แต่ไม่ได้หมายถึงว่า มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง แต่เพราะไม่ต้องการที่จะโดดเด่นเกินไป ปล่อยให้สื่อออกข่าวกันไป
โดยมองว่า กระแสข่าวเรื่องที่ พล.อ.พนา จะถูกเด้งไปเป็นเสนาธิการทหาร บก.กองทัพไทย มีที่มาจากศึกระหว่างรุ่น
กระแส ตท.24 ที่หมายดันแคนดิเดตเพื่อนร่วมรุ่น เป็น ผบ.เหล่าทัพยกแผง เพราะโยกย้ายครั้งนี้จะต้องเปลี่ยน ผบ.ทบ. และ ผบ.ทร.คนใหม่ อาจจะแผ่ว หลังจากที่ทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ยืนยันที่จะไม่เอาเรื่องระบบรุ่นมาเป็นปัจจัยในการแต่งตั้งโยกย้ายนายพล
“การโยกย้ายเป็นเรื่องของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ท่านบริหารจัดการอยู่แล้ว ท่านทราบบุคลากรที่เหมาะสมว่าใครควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือโยกย้ายตำแหน่ง ผมไม่เคยก้าวก่ายเรื่องพวกนี้ และมีคณะกรรมการกลาโหมอยู่แล้ว ซึ่งทุกท่านคงมีการพูดคุย และเชื่อว่าทุกคนต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกน้อง และจะไม่มองเรื่องรุ่น แต่เอาบุคคลที่เหมาะสม จะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง หรือรุ่นเดียวกัน เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงเขาก็มีความตั้งใจจริงที่จะเอาคนที่ทำงานมาอยู่ในตำแหน่งที่เขาวางไว้” นายกฯ ระบุ
ขณะที่นายสุทิน ได้เคยระบุไว้ว่า แม้ว่ากองทัพมีประเพณี มีระบบรุ่น ที่เคารพกัน ถ้าเขาเคารพกันในรุ่น และยอมรับกันก็จบ แต่จะดูแลให้ความเป็นธรรมไม่รังแกกัน เพราะแม้จะมีเรื่องรุ่น แต่ก็ไม่ให้ใช้คำว่า รุ่น จนทำลายศักยภาพ และทำให้เสียสมรรถนะของกองทัพ
“ผมในฐานะผู้บังคับบัญชาก็ต้องดูความเหมาะสม สถานการณ์และภารกิจ และให้ความเป็นธรรม ไม่ให้เกิดการรังแก เอาเปรียบ ต้องดูว่าเป็นไปตามกฎเกณฑ์หรือไม่ ยึดตามกฎที่มีอยู่หรือไม่ หรือแม้แต่ระบบรุ่นที่เขายอมรับกันก็ต้องดูว่าไม่ให้ใช้คำว่ารุ่น จนไปทำลายศักยภาพ เสียสมรรถนะของกองทัพ”
คำพูดของ รมว.กลาโหมพลเรือนกำลังถูกตีความ และจับตามองว่าบทบาทของนายสุทิน กับการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือไม่
ในขณะที่ พล.อ.ธราพงศ์ ซึ่งเป็นนายทหารที่ไม่ค่อยพูด และประนีประนอม ถูกมองว่า ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ก็พยายามระวังตัว ไม่ให้ถูกเชื่อมโยงไปในทางการเมือง ในเมื่อเติบโตมาจาก พล.ร.2 รอ. กองพลบูรพาพยัคฆ์ ก็ถูกเชื่อมโยงกับ “พี่น้อง 3 ป.” โดยเฉพาะบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
เพราะมีรายงานว่า พล.อ.ธราพงศ์ ก็ไม่ได้เฉียดไปบ้านป่ารอยต่อฯ เลย นอกเหนือจากร่วมคณะ ทบ. ไม่ต้องการให้ถูกเชื่อมโยง เพราะจะกระทบภาพพี่น้อง 3 ป.
อีกทั้ง พล.อ.ประวิตร ก็ดูจะไม่เป็นที่แฮปปี้ของทั้งอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่ ส.ว.สายบิ๊กป้อม ไม่โหวตสนับสนุนนายเศรษฐาเป็นนายกฯ รวมทั้งปฏิบัติการของ 40 ส.ว. ที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร ถูกพาดพิงว่าอยู่เบิ้องหลัง จนนายทักษิณประกาศศึกกับคนในป่า ที่ย่อมรู้กันดีว่า หมายถึง พล.อ.ประวิตร ที่ยังหวังแสดงแสนยานุภาพทางการเมืองของพี่ใหญ่ และอาจหวังที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
จึงไม่แปลกที่เวลานี้ บรรดานายทหารในกองทัพพยายามหลีกเลี่ยงการข้องแวะกับบ้านป่ารอยต่อฯ เพราะไม่อยากผิดใจกับนายทักษิณ และนายเศรษฐา
ดังนั้น งานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่พรรคพลังประชารัฐเป็นเจ้าภาพ จึงไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีกาวใจใดทำให้ พล.อ.ประวิตร ยอมมาร่วมงาน เพราะแค่ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ พล.อ.ประวิตร ก็เลี่ยงที่จะไม่เข้าทำเนียบ ไม่ต้องการเจอหน้า แต่ให้บิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคฯ พานักกีฬาโอลิมปิกที่จะไปฝรั่งเศส มาพบรับฟังโอวาทแทน
บ้านป่ารอยต่อฯ จึงเงียบเหงา เพราะบรรดานายทหารในกองทัพ เลี่ยงที่จะมา เพราะจะถูกจับตา ยิ่งหากเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งสำคัญอยู่ ก็ต้องเลี่ยงเข้าป่า ยกเว้นแต่วันอังคาร ที่จะมีประเพณีรับประทานมื้อกลางวันของแกนนำ พปชร.เท่านั้น
ส่งผลให้ช่วงวันเกิด 11 สิงหาคม ของ พล.อ.ประวิตร ในปีนี้ ถูกจับจ้องว่า บารมีจะหดหายหรือไม่ โดยเฉพาะน้องๆ นายทหารในกองทัพ ที่อาจต้องทิ้งระยะห่าง
ขณะที่นายทหารในสายบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ปัจจุบันเป็นองคมนตรี ยังคงมีอำนาจบารมี ในฐานะสายตรง และ DNA ของลุงตู่ เพราะต้องยอมรับว่า ทั้งนายเศรษฐา และนายทักษิณ ไม่ได้มีปัญหากับสายบิ๊กตู่ และยังสื่อสารผ่านกลุ่มทุน และช่องทางของพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน หัวหน้าพรรค รทสช.ได้อยู่ รวมถึงบิ๊กเล็ก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขานุการ รมว.กลาโหม ก็ยังเป็นแชนแนลสำคัญในการประสานงานจากคีย์แมนสายอนุรักษนิยมกับนายเศรษฐา
ยิ่งมีกระแสข่าว ตท.24 แรงมากแค่ไหน พล.อ.เจริญชัย ก็จะยิ่งแสดงออกให้เห็นชัดเจนมากขึ้น และเห็นสัญญาณว่า พล.อ.พนา คือตัวเลือกที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น โดยไม่มีสัญญาณเปลี่ยนแปลง
เมื่ออำนาจและบารมีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงเบ่งบานในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่เกิดจาก “ดีล” ในการจัดตั้งรัฐบาลผสมข้ามขั้ว ทำให้นายพีระพันธ์ กำลังถูกโปรโมต ในฐานะตัวแทน และทายาทของ พล.อ.ประยุทธ์ จนการสำรวจความเห็นของโพลบางสำนัก พบคะแนนนิยมของนายพีระพันธุ์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากกระแส “คิดถึงลุงตู่” ที่มีการปลุกกันในโซเชียล และการบริหารงานของนายเศรษฐา ถูกเปรียบเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อครั้งเป็นนายกฯ รวมทั้งการที่กองเชียร์ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ดีว่า แม้จะเรียกหาลุงตู่ แต่ก็ไม่สามารถกลับมาสู่การเมืองได้อีก ดังนั้น นายพีระพันธุ์จึงเป็นเสมือนทายาทในทางการเมืองที่ลุงตู่วางเอาไว้
ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็พยายามโปรโมต ปลุกกระแสนายพีระพันธุ์ ด้วยการสร้างกระแสในโซเชียล มีการจัดมีตติ้งกับเอฟซี
อย่างไรก็ตาม กลับเกิดกระแสข่าวสะพัดเรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค รทสช. ในอีก 2 ปี ก่อนมีการเลือกตั้งใหญ่ โดยในระยะนี้ จะให้นายพีระพันธุ์ดูแลพรรคไปก่อน เพื่อรอจังหวะเวลาที่จะปรับโฉมพรรค ให้เป็นพรรคของคนรุ่นใหม่
แต่ทว่า ชื่อหัวหน้าพรรคในเจนใหม่ กลับไม่ใช่ชื่อของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช. แต่กลับมีชื่อของอดีตนายทหารมือขวาของ พล.อ.ประยุทธ์
หลังจากที่ลาออกก่อนเกษียณ เมื่อกว่า 1 ปีที่แล้ว และเพิ่งมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็ถูกจับตามองว่า อดีตนายทหารผู้นี้ไม่ใช่ลาออกมาทำธุรกิจ แต่มาเตรียมตัวที่จะสานต่อในการดูแลพรรค รทสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์
ประกอบกับเป็นที่รู้กันว่า ยังเป็นนายทหารที่ใกล้ชิดกับกลุ่มทุน ที่สนับสนุนพรรคใหญ่ และพรรค รทสช. ที่มีการวัดพลังภายในกันอยู่ในพรรค กับขั้วของนายพีระพันธุ์มาระยะหนึ่งแล้ว
ด้วยเพราะเป็นนายทหารโปรไฟล์ดี เป็นที่ไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะทำงานใกล้ชิดกันมาตั้งแต่อยู่กองทัพภาคที่ 1 และช่วง 9 ปีที่ทำหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ก็ถูกเรียกขานว่าเป็นนายกฯ น้อย คนหนึ่งมาแล้ว
กระแสข่าวนี้ พัดแรงในพรรค รทสช. และอาจส่งผลกระทบต่อบารมีของนายพีระพันธุ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค จึงทำให้ต้องมีการเช็กข่าวนี้ว่ามีเค้าที่จะเป็นจริงหรือไม่ มีการสอบถามลุงตู่ ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรค แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน นอกเสียจากว่า นายพีระพันธุ์ยังคงเป็นหัวหน้าพรรค และดูแลพรรคต่อไป ในการสานต่ออุดมการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์
อย่างไรก็ตาม ในหมู่ผองเพื่อน ตท.30 ที่สนิทสนมกับอดีตนายทหารผู้นี้ระบุว่า ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ในเรื่องอนาคตทางการเมืองแม้ถือเป็นคนเก่งของรุ่น เรียนจบต่างประเทศ มีวิสัยทัศน์ ที่สำคัญการทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอด ก็มี DNA ลุงตู่อยู่ในตัว
นอกจากลาออกมาแล้ว ทำธุรกิจแล้ว ก็ยังมาช่วยเหลือสังคม ผ่านมูลนิธิบางแห่งโดยไม่ต้องการเอาเรื่องการเมือง ไปกระทบภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะเป็นที่รู้กันดีว่ายังช่วยดูแล รทสช.ต่อไปก็ตาม แต่ก็มองได้ว่า อาจเป็นตัวแทนของกลุ่มทุน แต่ก็ส่งผลให้ถูกโฟกัสมากขึ้น
ด้วยเหตุที่ว่า อนุรักษนิยมเป็นห่วงว่า นายทักษิณและพรรคเพื่อไทยจะไม่สามารถชนะพรรคก้าวไกลได้อย่างเด็ดขาดในการเลือกตั้งครั้งหน้าและครั้งต่อๆ ไป ด้วยยุคทองของนายทักษิณ อาจจะหมดไปแล้ว ในขณะที่คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลก็ยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมีการนำไปเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในอังกฤษที่ฝ่ายขวาแพ้เลือกตั้ง
ดังนั้น จึงต้องมีการปรับโฉม ปรับกลยุทธ์ของพรรคการเมืองสายอนุรักษนิยมใหม่ นอกเหนือจากการมีพรรคภูมิใจไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นกำลังเสริมพรรคเพื่อไทยอีกแรง
นอกจากการรีแบรนด์พรรคใหม่ เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เร่งหาคนที่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ในอนาคตแล้ว ยังต้องหาคนรุ่นใหม่ที่มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันหลักของชาติ เข้ามาสู่การเมืองให้มากขึ้นเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยกัน
เวลาที่เหลืออยู่ 2-3 ปีก่อนการเลือกตั้ง ไม่ถือว่านานสำหรับการปรับเปลี่ยนเพื่อชนะพรรคก้าวไกล
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เบรกศึกชิง ทบ.1 ‘บิ๊กต่อ’ ส่งสัญญาณ ส่งไม้ ‘บิ๊กปู’ ดับฝัน ตท.24 จับตา รทสช. เปลี่ยนเจน DNA ‘ลุงตู่’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com