โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันงดสูบบุหรี่โลก เร่งตระหนัก ภัยบุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายกว่า แบบมวน

Khaosod

อัพเดต 31 พ.ค. 2567 เวลา 09.11 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2567 เวลา 09.09 น.

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก เร่งรณรงค์สังคม ชวนตระหนัก ภัยร้าย บุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายกว่า แบบมวน เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ อาจทำลายล้าง เสี่ยงไปติดสารตัวอื่น

วันที่ 31 พ.ค.2567 จากกรณีที่องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันนี้ เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก โดยปีนี้ได้มีการรณรงค์ป้องกันให้คนตระหนักถึงภัยบุหรี่ไฟฟ้า และป้องกันไม่ให้มีนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนเข้ามาเพิ่ม ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดงานวันงดสูบบุหรี่โลกภายใต้หัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้า วิกฤตสุขภาวะเยาวชนไทยและกลยุทธ์ชนะสงครามบุหรี่ไฟฟ้า” พร้อมทั้งประกาศเจตนารมณ์โรงพยาบาลรามาธิบดีไม่สนับสนุนการใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทุกรูปแบบ ย้ำสำหรับเด็กและเยาวชนบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายมากกว่าบุหรี่ธรรมดา

ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ อาจารย์ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า สถานการณ์การใช้บุหรี่ไฟฟ้าของไทยขณะนี้เปรียบเสมือนสึนามิที่กำลังทำลายล้างเด็กไทย

ขณะนี้พบเด็กอายุน้อยกว่า 10 ขวบสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันแล้ว เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ลวงตาของบุหรี่ไฟฟ้าที่ดึงดูดเด็ก ๆ เป็นรูปการ์ตูน มีกลิ่นหอม โดยไม่รู้เท่าทันว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีสารนิโคตินที่มีฤทธิ์เสพติดสูงเทียบเท่าเฮโรอีน และยังออกฤทธิ์ทำลายสมองเด็ก ทำให้เด็กมีปัญหาการเรียนรู้ คิดช้าลง ความจำแย่ลง ทักษะการตัดสินใจและแก้ปัญหาบกพร่อง และควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ซ้ำยังเสี่ยงต่อการไปใช้สิ่งเสพติดอื่น ๆ เช่น กัญชา ยาบ้า

โดยคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เห็นพ้องกับราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็กแห่งประเทศไทย และสมาคมกุมารประสาทวิทยา (ประเทศไทย) ว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นภัยต่อเด็กและเยาวชน และขอฝากไปถึงรัฐบาลให้คงกฎหมายห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย และห้ามลักลอบซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าเพราะเป็นมาตรการที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับประเทศไทยที่จะป้องกันการเข้าถึงของเด็กและเยาวชน

ทางพญ.นภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร อาจารย์ภาควิชาอายุรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญโรคปอด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ รูปการ์ตูน หรือ ทอยพอต ใส่สารนิโคตินแบบใหม่ เรียกว่าเกลือนิโคติน ที่ทำให้เด็กยิ่งสูบง่ายขึ้น เพราะไม่แสบคอเหมือนสูบบุหรี่ธรรมดา ยิ่งทำให้เด็กติดนิโคตินง่ายและรุนแรงขึ้น

จากงานวิจัยที่ติดตามวัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเวลา 4 ปี พบว่า วัยรุ่นที่สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น โดยเสี่ยงต่ออาการหอบหืดกำเริบเพิ่ม 1.8 เท่า เสี่ยงต่อโรคหลอดลมอักเสบเพิ่ม 2.1 เท่า และเสี่ยงต่ออาการหายใจลำบากเพิ่ม 1.8 เท่า นอกจากนี้แม้จะไม่สูบเองแต่อยู่ใกล้ชิดคนที่สูบก็เสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคปอดอักเสบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะหากเป็นเด็กอาการจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่

ด้านรศ.พญ.ดาวชมพู นาคะวิโร อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและวัยรุ่น เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญ ดังนั้นผู้ปกครองควรมีความรู้เรื่องบุหรี่ไฟฟ้า เช่น ความหลากหลายของอุปกรณ์ ผลจากสารเคมีที่อยู่ในบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อให้ข้อมูลกับเด็กหรือวัยรุ่นได้

รวมทั้งผู้ปกครองควรเปิดใจรับฟังเด็กที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เข้าใจที่ถึงสาเหตุที่เด็กใช้ สิ่งที่เด็กยังเข้าใจไม่ถูกต้อง มีเวลาใกล้ชิดที่จะพูดคุย สังเกตพฤติกรรม อารมณ์ที่เปลี่ยนไป หากิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย รวมถึงกิจกรรมที่ทำให้มีความมั่นใจ รู้สึกถึงคุณค่าในตนเอง

ส่วนกรณีที่พบว่าเด็กใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้ว การพูดคุยเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการหยุด โดยถามถึงข้อดี ข้อเสียของการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และช่วยให้ข้อมูลเพื่อให้เด็กเห็นข้อเสียการใช้ ข้อดีของการหยุดใช้ ด้วยตนเอง ร่วมกับครอบครัวสนับสนุนด้วยความรักความเข้าใจ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเด็กและวัยรุ่นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วันงดสูบบุหรี่โลก เร่งตระหนัก ภัยบุหรี่ไฟฟ้า ชี้อันตรายกว่า แบบมวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...