โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับเครือข่ายแอพพ์เงินกู้แชตหลอกหนุ่มจนผูกคอตาย พบเงินสะพัด 73 ล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ค. 2566 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2566 เวลา 12.02 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รอง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.วราวุธ เจริญชนม์ รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.สหัส ใจเย็น รอง ผบก.สส.ภ.2 พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ รอง ผบก.สส.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.2 ร่วมกันสืบสวนจับกุม Mrs.SANY VA สัญชาติกัมพูชา น.ส.พิมลรัตน์ (สงวนนามสกุล) นายรุ่ง (สงวนนามสกุล) นายรณกร (สงวนนามสกุล) น.ส.ศิวะพร (สงวนนามสกุล) นายกิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) น.ส.กัญญาภัคร (สงวนนามสกุล) นายประวิตร (สงวนนามสกุล) และนายชวกร (สงวนนามสกุล) รวม 17 หมายจับผู้ต้องหารับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับกลุ่มชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมอายัดตัวนายประวิตรและนายชวกรในเรือนจำ ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบ” พฤติการณ์ในการจับกุม

พล.ต.ต.ธีระชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุ นายอัฐวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผูกคอเสียชีวิตภายในบ้าน ต.แปลงยาว สาเหตุมาจากผู้เสียชีวิตเกิดความเครียดเนื่องจากจะกู้เงินออนไลน์จากแอพพ์เงินกู้ แต่กลับถูกหลอกให้โอนเงินไปให้และไม่ได้รับเงินที่ต้องการขอกู้แต่อย่างใด เมื่อเสียชีวิตแล้วคนร้ายยังส่งข้อความมาหลอกให้ผู้เสียชีวิตโอนเงินให้อีก แต่ญาติแจ้งว่าเสียชีวิตแล้วจากการถูกแก๊งเงินกู้หลอกให้โอนเงิน แก๊งดังกล่าวยังส่งข้อความเยาะเย้ยถากถางกับญาติผู้เสียชีวิตที่หลงเชื่อเข้ามาขอกู้เงินจากแอพพ์เงินกู้อีก

พล.ต.ต.ธีระชัยกล่าวอีกว่า ต่อมา ตร.มีคำสั่งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ 6/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ลง 20 เม.ย.2566 และ ภ.2 มีคำสั่งที่ 61/2566 ลง 9 มี.ค.66 เรื่อง แต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยวิธีการหลอกลวงให้กู้ยืมเงินแต่ไม่ได้เงิน (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) โดยสั่งให้ทำการสืบสวนสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผบก.สส.ภ.2 กล่าวว่า จากการสืบสวนจนทราบว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้คือ “ชาวจีน” โดยจะตั้งสถานที่ทำงานอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และใช้วิธีการหลอกลวงผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ให้ผู้เสียหายหลงกลและเข้ามาทำเรื่องขอกู้เงิน เมื่อเหยื่อหลงกลคนร้ายจะโทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อต่อไปว่า ท่านได้รับการอนุมัติให้กู้เงินแล้ว แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อนจึงจะได้รับอนุมัติเงินกู้ เมื่อผู้เสียหายหลงกลโอนเงินให้กับคนร้ายผ่านบัญชีม้าแล้ว คนร้ายก็จะแจ้งอีกว่าเหยื่อดำเนินการโอนเงินผิดขั้นตอน ต้องดำเนินการและวิธีการตามที่คนร้ายแนะนำเข้ามาใหม่ ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากทำเสร็จแล้วจะขยายวงเงินในการกู้เงินเพิ่มอีกเท่าตัว ทำให้เหยื่อผู้ที่ต้องการกู้ยืมเงินหลงเชื่อดำเนินการตามที่คนร้ายบอกมา ซึ่งวิธีการดังกล่าวนี้มีผู้เสียหายหลงกลตกเป็นเหยื่อแล้วจำนวนหลายราย จากการสืบสวนทราบว่า “บัญชีม้า” ที่เหยื่อหลงกลและโอนเงินไปให้คนร้ายนั้นจะมีการโอนเงินต่อไปยังบัญชีม้าอื่นอีก โดยใช้เวลาไม่เกิน 2-3 นาที และจะโอนเงินต่อไปเป็นทอดๆ ไปยังบัญชีอื่นๆ อีกจำนวนหลายบัญชี ทำให้ยากลำบากในการสืบสวนจับกุมและสั่งอายัดบัญชีได้ทันท่วงที

พล.ต.ต.ธีระชัยกล่าวว่า ทาง บก.สส.ภ.2 สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อนเสนอศาลจังหวัดฉะเชิงเทราเพื่อพิจารณา จนกระทั่งศาลจังหวัดฉะเชิงเทราอนุมัติหมายจับ จำนวน 13 คน 28 หมายจับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัญชีม้า ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าบางบัญชีในเครือข่ายมีเงินหมุนเวียน 73 ล้านบาท และขยายผลจนทราบว่ามีผู้เสียหายในคดีอื่นอีกอย่างน้อย 40 ราย ความเสียหายมูลค่าประมาณหลายล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเครือข่ายแอพพ์เงินกู้นี้สามารถหลอกลวงเหยื่อให้หลงกล และโอนเงินให้กับเครือข่ายนี้จำนวนหลายล้านบาทต่อวัน จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ผู้ที่หลงผิดยินยอม หรือมีส่วนรู้เห็นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นนำบัญชีธนาคารของตนเองไปให้คนร้ายใช้ จะมีความผิดคือ เปิดบัญชีม้าหรือซิมม้า โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด จำคุกตั้งแต่ 2 ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเป็นธุระ จัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขายหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งลงทะเบียนในนามบุคคลอื่นแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้จริงได้ จำคุกตั้งแต่ 2 ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...