โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

On this Day: ยังจำได้ไหม จำได้หรือเปล่า? เมื่อการหวนคืนของความทรงจำอาจเป็นได้ทั้งความภูมิใจและจิตใจที่แหลกสลาย

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ธ.ค. 2567 เวลา 20.19 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 20.19 น.
facebook-memories-cover

สิ่งแรกที่คุณมักเจอเมื่อเปิด Facebook ขึ้นมาในยามเช้าอาจเป็นการแจ้งเตือนความทรงจำของคุณในอดีตเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ภาพของคุณในงานเลี้ยงวันคืนสู่เหย้า ภาพของลูกคนโตในวันแรกที่ส่งเขาเข้าโรงเรียนเมื่อ 7 ปีที่แล้ว หรือโพสต์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของคนอันเป็นที่รักในวันนี้ เมื่อปีที่แล้ว

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์นั้นพัฒนาตัวตนให้ห่างไกลจากการเป็นแพลตฟอร์มที่เสิร์ฟเนื้อหาที่ทันต่อเหตุการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่กำลังเปลี่ยนมาเป็นแพลตฟอร์มที่ป้อนสิ่งที่ระบบคิดว่าคุณอยากจะเห็นมัน อยากจะได้ยิน หรืออยากจะรับรู้มันมากขึ้นทุกขณะ

ตรรกะนี้ซึมลึกมาถึงไม่เพียงแต่เรื่องของคอนเทนต์ที่คุณอยากรู้ แต่ยังลุกลามมาถึงอาณาเขตของเรื่องราวในอดีตที่เป็นส่วนตัวของคุณ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ความทรงจำ”

(Thomas Curryer / Unsplash)

คัดสรรความทรงจำผ่านกรอบคิดเรื่องวันครบรอบ
ในอดีต โซเชียลมีเดียเคยจัดเรียงเนื้อหาตามลำดับเวลาแบบย้อนกลับ โดยแสดงเนื้อหาล่าสุดก่อนบนฟีดข่าวของผู้ใช้ แต่ในปัจจุบัน ตามที่ ไทนา บูเชอร์ (Taina Bucher) อาจารย์จากมหาวิทยาลัยออสโล (University of Oslo) ผู้ศึกษาความสัมพันธ์และการเกี่ยวพันกันระหว่างอัลกอริทึมกับความกังวลทางสังคมและการเมือง อ้างไว้ในช่วงหนึ่งของบทความวิชาการชื่อ The right-time web: Theorizing the kairologic of algorithmic media ว่า โซเชียลมีเดียในปัจจุบันมีการเปลี่ยนโฟกัสไปสู่การใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจักร เพื่อ "แสดงเนื้อหาที่ถูกต้องให้กับทุกคนในเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้พวกเขาพลาดเรื่องราวที่สำคัญสำหรับพวกเขา"

หนึ่งในกรอบคิดหลักที่นักพัฒนาโปรแกรมใช้ในการคัดสรร “ความทรงจำที่มาในเวลาที่เหมาะสม” หรือ “Right-time memories” ตามคำนิยามโดย เบนจามิน เอ็น. ยาค็อบเซน (Benjamin N Jacobsen) อาจารย์จากภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยยอร์ก (University of York) เพื่อนำมาป้อนให้แก่ผู้ใช้นั่นก็คือ “กรอบคิดเรื่องวันครบรอบ” หรือ Anniversal Framework

หลายปีที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกต่างฮิตใช้แอปพลิเคชันที่ชื่อ Timehop ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่แสดงเหตุการณ์ในอดีตของผู้ใช้โดยเน้นไปที่ความทรงจำเพียงอย่างเดียว และยังสามารถแชร์ความทรงจำนั้นต่อผู้คนรอบข้างในวงออนไลน์ของตัวเองได้ หรือที่ยังคงพบเห็นได้ในปัจจุบันอย่างเช่นฟีเจอร์ Memories ใน Facebook ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในปัจจุบันก็ยังมีหลายแอปพลิเคชันที่มีฟีเจอร์ในการแชร์ความทรงจำของเราในอดีต โดยมีจุดร่วมที่เหมือนกันนั่นคือ แอปพลิเคชันเหล่านั้นจะคัดสรรความทรงจำภายใต้กรอบคิดเรื่อง “วันครบรอบ” กล่าวคือ การที่ความทรงจำจะถูกนำกลับมาแสดงหรือทำให้ผู้ใช้มองเห็นได้โดยทั่วไปใน “เดือนและวันที่เดียวกัน แต่ปีต่างกันจากวันที่เนื้อหานั้นถูกสร้างขึ้น” นั่นเอง

เบนจามิน เอ็น. ยาค็อบเซน ได้ศึกษาแนวทางการใช้กรอบคิดนี้ของบรรดาสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะในแอปพลิเคชัน Timehop, Facebook และ Apple memories ไว้ในบทความทางวิชาการชื่อ When is the right time to remember? Social media memories, temporality and the kairologic โดยเขาได้ทำการสัมภาษณ์ผู้ใช้โซเชียลมีเดียเหล่านี้และสอบถามถึงความเห็นของพวกเขาต่อฟีเจอร์ความทรงจำดังกล่าว

ผู้เข้าร่วมการสัมภาษณ์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่าเควนติน ได้แสดงความเห็นเอาไว้ว่า “คุณคิดว่ารูปถ่ายช่วยเรียกความทรงจำเหล่านั้นกลับมาหรืออะไรทำนองนั้น และเมื่อผู้คนย้อนกลับไปดูรูปถ่าย มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกหวนคำนึงถึง (Nostalgia) แต่การนำมันกลับมาในวันที่เดียวกัน ทำให้ผมรู้สึกว่าผมสามารถเดินออกไปข้างนอกและรู้สึกว่าอากาศก็ใกล้เคียงกับวันนั้นได้อีกด้วย” กรอบคิดวันครบรอบนี้จึงช่วยเพิ่มความใกล้ชิดของเหตุการณ์ในอดีตได้

(Jon Tyson / Unsplash)

ในขณะเดียวกัน การเลือกแสดงความทรงจำในกรอบคิดวันครบรอบยังช่วยเพิ่มน้ำหนักทางด้านอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้มากยิ่งขึ้น ดังเช่นหนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์ที่กล่าวว่า “มีบางอย่างพิเศษเกี่ยวกับการได้รับความทรงจำนั้น ๆ กลับมาในวันเดียวกัน ในหนึ่งปีต่อมา ห้าปีต่อมา หรือสามปีต่อมา ฉันคิดว่า ดูเหมือนจะมีเส้นใยบาง ๆ ที่เชื่อมโยงผ่านเวลาและสถานที่ในวันเดียวกันนั้น ทำให้รู้สึกสำคัญยิ่งขึ้นที่จะจดจำมันในช่วงเวลานั้น” กล่าวคือ กรอบคิดวันครบรอบได้ช่วยเพิ่มความรู้สึกของความต่อเนื่องให้กับความทรงจำของผู้ใช้

อาจารย์จากมหาวิทยาลัยยอร์กสรุปการใช้กรอบคิดวันครบรอบในการคัดสรรความทรงจำที่มาในเวลาที่เหมาะสมไว้ว่า กรอบคิดวันครบรอบได้ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับข้อเสนอของอาจารย์ไทนา บูเชอร์ ที่ว่า "เป้าหมายสำคัญของสื่อเหล่านี้คือการนำเสนอเนื้อหาที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึก ‘ถูกใจ’ หรือพูดให้ชัดเจนขึ้นคือการพยายามคาดเดาหรือประมาณการสิ่งที่อาจจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกถูกใจได้”

เบนจามิน เอ็น. ยาค็อบเซน ยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์วิศวกรซอฟต์แวร์ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาแอปพลิเคชัน Timehop โดยใจความตอนหนึ่ง วิศวกรซอฟต์แวร์รายนี้กล่าวถึงการใช้กรอบคิดเรื่องวันครบรอบไว้ว่า พวกเราลองผิดลองถูกมาหลายวิธีในการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปรียบเทียบ แล้วก็พบว่า “การเปรียบเทียบชีวิตในวันนี้กับเมื่อหนึ่งปีก่อนมันให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะว่าชีวิตของคนเรา มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่วนกลับมาซ้ำ ๆ กันในแต่ละปี พอเรามองย้อนกลับไปหนึ่งปี เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น เพราะสิ่งรอบตัวหลายอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ตัวเราต่างหากที่เปลี่ยนไป แต่ถ้าเราลองย้อนกลับไปแค่หกเดือน มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเยอะมาก จนรู้สึกเหมือนเป็นคนละคนเลย”

สาเหตุดังกล่าวจึงเป็นเหตุที่กรอบคิดวันครบรอบได้เพิ่มความรู้สึกในด้านอารมณ์ และที่สำคัญก็คือเพิ่มความรู้สึกของความต่อเนื่องของเส้นเวลา เพื่อให้ผู้ใช้ได้เชื่อมติดกับภาพของตัวเองในอดีตให้ได้มากที่สุด ก่อเกิดเป็นความ “ถูกใจ” ในสิ่งที่ระบบป้อนให้

(Lina Castaneda / Unsplash)

ความทรงจำ เช่นเดียวกับนิสัย เป็นผลมาจากการทำซ้ำ
อีกหนึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาจากฟีเจอร์ความทรงจำจากบรรดาโซเชียลมีเดียก็คือ มันทำให้เกิดภาวะการทำซ้ำ นำมาซึ่งโอกาสในการใช้ความทรงจำเป็นเครื่องมือดึงดูดผู้คนให้เข้าใช้แอปพลิเคชันของตัวเอง

อันเดรีย เอ็ม. บรีเก็นติ (Andrea M. Brighenti) อาจารย์จากภาควิชาสังคมวิทยาและการวิจัยสังคมจากมหาวิทยาลัยเตร็นโต้ (University of Trento) ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่างการทำซ้ำและการสืบทอดความทรงจำไว้ในบทความทางวิชาการ Social memory as stratification and folding โดยชี้ให้เห็นว่า "ความทรงจำ ก็เป็นเช่นเดียวกับนิสัย คือเป็นผลมาจากการทำซ้ำ" ในมุมมองนี้ การกระทำซ้ำ ๆ ของการรำลึกหรือการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องกับอดีต ถือเป็นความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ความทรงจำจางหายไปในสังคมที่เทคโนโลยีและรูปแบบของความเป็นสังคมเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นนี้ถูกหยิบฉวยมาเป็นโอกาส โดยตัวอย่างที่เด่นชัดเห็นได้จากแอปพลิเคชัน Timehop ที่มีแท็กไลน์บนหน้าเว็บไซต์ว่า “ฉลองช่วงเวลาดี ๆ ของคุณ ได้ทุกวัน!” หรือ “Celebrate your best memories, every day!” ทั้งนี้ Timehop ยังได้นำระบบการวัดผลการเข้าใช้อย่างต่อเนื่องหรือที่เรียกกันว่า “Streak” มาใช้อีกด้วย ในกรอบคิดนี้ Streak จะแสดงจำนวนวันติดต่อกันที่ผู้ใช้เข้าชมฟีเจอร์เพื่อดูความทรงจำ ดังนั้นจึงเป็นตัวชี้วัดที่แสดงระดับการมีส่วนร่วมของผู้ใช้กับฟีเจอร์ สร้างการเข้าดูความทรงจำให้กลายเป็นนิสัย แต่ในขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจจะมองได้ว่า นี่เป็นการนำความทรงจำมาสร้างเป็นเครื่องมือให้เกิดแรงจูงใจเพื่อผลทางธุรกิจ

ไม่เพียงแค่ Timehop ที่ใช้ความทรงจำดึงดูดผู้ใช้ Facebook ก็เช่นเดียวกัน มาโนฮา พาลูรี (Manohar Paluri) และ โอมิด อซิซ (Omid Aziz) สองวิศวกรซอฟต์แวร์จาก Facebook ได้กล่าวถึงการใช้อัลกอริทึมมาช่วยจัดการกับความทรงจำให้เกิดเป็นแบบแผนและสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ใช้ในเวลาที่เหมาะสมให้ได้มากที่สุด โดยทั้งสองกล่าวว่า “หากบุคคลคนหนึ่งได้แบ่งปันความทรงจำมากมายจาก On This Day ในอดีต เราสามารถจะเพิ่มจำนวนความทรงจำที่เราแสดงให้พวกเขาเห็นในฟีดในอนาคตได้ ในทางกลับกัน หากผู้ใช้เพิกเฉยหรือปฏิเสธความทรงจำที่ทำให้มองเห็นได้ เราจะลดจำนวนเรื่องราว On This Day ที่พวกเขาเห็นในฟีดในอนาคตลง”

(Kelly Sikkema / Unsplash)

ดาบสองคมของการยุ่มย่ามกับความทรงจำ
แน่นอนว่า เมื่อขึ้นชื่อว่าความทรงจำ ย่อมมีทั้งเรื่องที่อยากจดจำและอยากจะลืมเลือน ทว่าการมาถึงของระบบอัลกอริทึมที่ยังไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ของมนุษย์อันซับซ้อนได้อย่างหมดจด การทำซ้ำของความทรงจำจึงอาจจะนำมาซึ่งความรู้สึกกระอักกระอ่วนได้เช่นเดียวกัน ชาร์ล็อตต์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ในรายงานของเบนจามิน เอ็น. ยาค็อบเซนยกตัวอย่างว่า "ฉันคิดว่า Facebook ทำหน้าที่เหมือนจะบอกว่า 'ไปดูสิว่าเรื่องแย่ ๆ ที่เกิดขึ้นกับเธอมีอะไรบ้าง’ แล้วเราก็จะรู้สึกว่า 'เออ ขอบคุณนะ Facebook'" ผู้เข้าร่วมหลายคนยังชี้ให้เห็นว่า ความรู้สึกไม่สบายใจแบบนี้เกิดจากอัลกอริทึมที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากเลย ซึ่งความอึดอัดนี้สะท้อนออกมาเช่นเดียวกันในกรณีของพ่อคนหนึ่งที่ต้องมาเจอวิดีโอสรุปปีของ Facebook ที่แสดงภาพลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิตไปของเขา พร้อมข้อความว่า “นี่แหละคือปีของคุณ!”

ลอว์เรน อัปเฟล (Lauren Apfel) ได้แชร์ความเห็นของเธอในฐานะแม่ต่อกรณีฟีเจอร์ความทรงจำใน Facebook ไว้ในบทความชื่อ Facebook ‘memories’ is a double-edged sword for parents ในหนังสือพิมพ์ The Washington Post โดยเธอเริ่มต้นบทความของเธอเอาไว้ว่า “สิ่งแรกที่ฉันเห็นเมื่อล็อกอินเข้า Facebook ก็คือ ‘5 ปีที่แล้วในวันนี้’ ลูกชายคนโตของฉันที่ตอนนี้สูงใหญ่และอยู่ในช่วงวัยรุ่น กำลังมองดูน่ารักในวันแรกของการไปโรงเรียนของเขา”

“ฉันจำวันแรกของลูกชายได้ดี แต่สิ่งที่ฉันจำได้มากที่สุดเกี่ยวกับวันนั้น ซึ่ง Facebook กระตุ้นให้ฉันย้อนกลับไปดูอย่างไม่คาดคิดกลับเป็นสิ่งที่ไม่อยู่ในภาพ มันคือการนอนอยู่บนเตียงตรวจของสูตินรีแพทย์หลายชั่วโมงหลังจากที่ฉันส่งลูกคนแรกไปผจญภัยที่โรงเรียนเสร็จ ฉันจำได้ว่าฉันก้มคอลงเพื่อมองหน้าจออัลตร้าซาวด์ได้ชัดเจนขึ้น แล้วฉันก็ได้ยินเสียงหัวใจของลูกคนที่สอง แต่กลับฉันรู้สึกชาไปหมดจนต้องเดินเซไปเซมาออกจากห้องหมอ เมื่อรู้ว่าฉันกำลังท้องลูกแฝด!”

ด้วยสองเส้นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น ส่งผลให้วันที่ 11 สิงหาคม ปี 2010 เป็นวันที่พิเศษสำหรับเธอ แต่ในความจริงแล้ว เธอไม่ได้นึกถึงเหตุการณ์ทั้งสองเลยเป็นเวลานาน หรือพิจารณาถึงความเชื่อมโยงระหว่างกันของเหตุการณ์ทั้งสอง จนกระทั่งFacebook เข้ามาช่วยกระตุ้นความทรงจำนั้นให้กับเธอ

(Filipp Romanovski / Unsplash)

ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งเกลียดที่มีต่อฟีเจอร์ความทรงจำ เกิดขึ้นในตัวใครหลายต่อหลายคน รวมถึงตัวเธอด้วย “ทุกครั้งที่ฉันเห็น ‘ความทรงจำ’ ของเพื่อน ๆ หรือของฉันเอง ฉันก็รู้สึกถึงความขัดแย้งภายในใจของการเป็นพ่อแม่ เย้! ดูสิว่าเราผ่านอะไรมาบ้าง และ โอ้ไม่! เราเหลือเวลาน้อยลงทุกที” เธอกล่าว

เธอกล่าวต่อว่า “ฉันไม่ได้สมัครใช้ฟีเจอร์นี้ของ Facebook แต่ก็ไม่ได้ปิดมันด้วย ฉันชอบย้อนเวลาไปดูความทรงจำบ้างเป็นครั้งคราว แต่ความคิดถึงแบบนั้นมันต่างออกไป ฉันจะรู้สึกยินดีมากกว่า เมื่อมันเกิดขึ้นตามความต้องการของเราเอง เมื่อเราเลือกที่จะเลื่อนดูรูปภาพเก่า ๆ พร้อมกับไวน์ครึ่งแก้วในมือ ไม่ใช่แบบที่มันโผล่ขึ้นมาเองโดยไม่ทันตั้งตัว แต่ถูกเรียกขึ้นมาโดยอัลกอริทึมที่อิงจากความบังเอิญของวันที่เท่านั้น”

สุดท้าย เธอเปรียบฟีเจอร์ความทรงจำว่าเป็นเหมือนดาบสองคม ในแง่ที่ว่ามันอาจให้ทั้งความพึงพอใจและความแหลกสลายในคราวเดียวกัน “ฉันคิดว่าฟีเจอร์ ‘On This Day’ จะยิ่งทำให้ฉันรู้สึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกาลเวลา เมื่อฉันส่งลูกชายคนโตไปเรียนมหาวิทยาลัย ฉันจะเข้าไปดูโพสต์ที่บอกว่า ‘วันนี้เมื่อ 13 ปีที่แล้ว’ หรือเปล่า? และเมื่อฉันมองดูเด็กชายในรูปนั้น ฉันจะจำได้ไหมว่ารู้สึกอย่างไรเมื่อลูบผมนุ่ม ๆ ของเขาตอนอายุห้าขวบ? หรือฉันจะจำได้ไหมว่า ฉันกลัวแค่ไหนเมื่อเห็นการเต้นของหัวใจสองดวงในตอนบ่ายวันนั้นแทนที่จะเป็นดวงเดียว ซึ่งตอนนี้ทั้งสองดวงนั้นอยู่ในร่างกายของวัยรุ่น?” เธออยากจะขอบคุณ Facebook สำหรับการเตือนความทรงจำถึงสิ่งที่ผ่านมา ความภาคภูมิใจ และการเติบโตอย่างสวยงามของครอบครัวเธอ “แต่ฉันแน่ใจว่า ใจของฉันจะสลายไปเล็กน้อยด้วยเหตุผลเดียวกันนั่นเอง”

ที่มา : บทความวิชาการ “When is the right time to remember? Social media memories, temporality and the kairologic” โดย Benjamin N Jacobsen
บทความ “Inadvertent Algorithmic Cruelty” จาก meyerweb.com
บทความ “Facebook ‘memories’ is a double-edged sword for parents” โดย Lauren Apfel
บทความ “Engineering for nostalgia: Building a personalized ‘On This Day’ experience” โดย Manohar Paluri และ Omid Aziz

เรื่อง : คณิศร สันติไชยกุล

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ปวดหลังเรื้อรัง อาจไม่ใช่แค่ "ออฟฟิศซินโดรม" เตือนวัยทำงานระวัง "หมอนรองกระดูกปลิ้น"

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

คำทำนายดวงชะตาระหว่างวันที่ 16 - 22 มีนาคม 2569 โดย อ.ณัฐกฤตา นาควัชระ

Manager Online

“ศรีพันวา ลากูน” เปิดแคมเปญ Wellness Living in Nature’s Serenity

Manager Online

ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส พรีเมียร์ลีก วันนี้ 15 มี.ค.69

PostToday

LIVE ถ่ายทอดสด คริสตัล พาเลซ พบ ลีดส์ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 15 มี.ค.69

PostToday

7 THINGS WE LOVE ABOUT BEST SHOWS IN PARIS โชว์ที่สร้างความประทับใจมากที่สุดของซีซัน Fall/Winter 2026

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...