โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อาคม ชี้ดอกเบี้ยขาขึ้นยังมีโอกาส เปิด 3 เทรนด์ประกอบธุรกิจในอนาคต

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ส.ค. 2565 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 17 ส.ค. 2565 เวลา 10.57 น.

รมว.คลังเผยดอกเบี้ยขาขึ้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ชี้ยังมีโอกาส รัฐพร้อมสนับสนุนภาคเอกชน เปิด 3 เทรนด์ประกอบธุรกิจในอนาคต “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ-สุขภาพ-เทคโนโลยี”

วันที่ 17 สิงหาคม 2565 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทิศทางลงทุนไทย วัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้น” ในงานสัมนา ถอดรหัสลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ว่า

หัวข้อในงานสัมนาวันนี้บอกชัดเจนว่าดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาแล้ว 2 ครั้ง และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็เพิ่งปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% แต่ก็ยังไม่มาก เพราะที่ผ่านมาก็มีสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีก 0.50% แต่ก็ยังเป็นทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น

อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยที่กำลังขึ้นอยู่ขณะนี้จริงๆ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หากมองย้อนกลับไปก่อนโควิด ปี 2562 อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% ขณะที่ปี 2563 ก็ปรับลดลง เพื่อผ่อนคลาย ให้กระทรวงการคลังใช้จ่ายเงินช่วงโควิด ผ่านการออกพ.ร.ก.กู้เงิน

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นนี้ กระทรวงการคลังเห็น 3 กลุ่มหลัก ที่อาจจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ 1. ประชาชน หากสถาบันการเงินปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ ภาระก็จะเพิ่มขึ้น เพราะรายได้โตไม่ทันรายจ่าย ฉะนั้น มาตรการจากสถาบันการเงินที่ออกมา ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ก็จะช่วยประชาชน โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ช้าลง ส่วนดอกเบี้ยเงินฝากจะปรับเร็วขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐก็จะคงอัตราดอกเบี้ยดูแลลูกค้านานที่สุดถึงปลายปี 2565

2.ภาคธุรกิจ และ 3. ภาครัฐ ยอมรับว่าเมื่ออัตราดอกเบี้ยต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนที่เป็นหนี้ต่างประเทศภาระก็เพิ่มขึ้น แต่คงไม่เพิ่มขึ้นเร็ว โดยกระทรวงการคลังก็มีการปรับโครงสร้างหนี้ตลอดเวลา เพื่อขยายระยะเวลาการชำระหนี้ให้ยาวขึ้น

นายอาคม กล่าวว่า แม้ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น หากมองโอกาสก็ยังมีอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องร่วมมือกัน เช่น กระทรวงการคลังจะสนับสนุนในเรื่องมาตรการภาษี สำหรับทิศทางการลงทุนมนอนาคต ทั้งอีวี แบตเตอรี่ ตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยที่ผ่านมาก็ผ่อนปรนภาษีสรรพสามิต และศุลกากรให้ ขณะเดียวกันตอนนี้อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการเรื่องการสนับสนุนแบบเตอรี่

ขณะที่เอสเอ็มอีส่งออก อาจจะยังไม่รู้จักตลาดดีพอ รัฐบาลก็มี เอ็กซิมแบงก์ ช่วยในการให้ความรู้ และจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้ รวมทั้งยังมีซอฟต์โลน ซึ่งขณะนี้ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 6 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ทิศทางดำเนินธุรกิจในอนาคตยังมีอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบาย BCG การระดมทุนช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นก็มีออปชั่น เช่น การออกหุ้นกู้ การระดมทุนของภาครัฐ ก็เป็นรูปแบบกรีนบอนด์

2. สุขภาพ เทรนด์ในอนาคตจะให้ความสำคัญกับการดูแลผู้สูงอายุ และภาคัฐจะส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก และกลาง ในส่วนนี้ด้วย และ 3. เทคโนโลยี เป็นสตาร์ทอัพ เอสเอ็มอี จากการลงทุนอินฟราซักเจอร์ ซึ่งเป็นเทรนด์ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...