โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวแชร์อุทาหรณ์ เตือน "กิ้งกือ" ไม่กัดแต่มีพิษ ทำผิวหนังแสบไหม้ ทิ้งรอยแผล

Khaosod

อัพเดต 28 ม.ค. 2567 เวลา 06.31 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2567 เวลา 06.31 น.

สาวแชร์อุทาหรณ์ ไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ เตือนภัย "กิ้งกือ" ไม่กัดแต่มีพิษ ทำผิวหนังแสบไหม้ ทิ้งรอยแผล โปรดระมัดระวัง โดยเฉพาะหน้าฝน ย้ำ ไม่ใช่สัตว์อันตราย

วันนี้ (28 ม.ค. 67) กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยใกล้ตัว เมื่อผู้ใช้ Facebook :สายชล จุลภักดิ์ เหมทอง โพสต์แชร์ประสบการณ์เตือนภัย ลงในกลุ่ม 'นี่ตัวอะไร' ซึ่งเป็นเรื่องราวของ "กิ้งกือ" กับพิษรุนแรงที่คาดไม่ถึง

ภาพประกอบ จาก Facebook : สายชล จุลภักดิ์ เหมทอง

โดยเจ้าตัวโพสต์ว่า "สืบเนื่องจากเมื่อ 3 ปี ที่แล้ว นอนดูทีวีเล่นเพลิน ๆ แล้วเผลอหลับ ตกใจตื่นเหมือนมีอะไรมาเกาะแขนก็ปัด ๆ ไปละหลับต่อไปแป็บนึง"

"ตื่นมาเป็นแบบภาพแรก ผ่านไปวันที่ 2รอยไหม้เริ่มชัด แบบภาพ 2 ผ่านมา 3 ปี ยังคงมีรอยจาง ๆ อยู่ค่ะ ไม่เคยคิดเลยว่าน้อนจะมีพิษแรงขนาดนี้"**

ภาพประกอบ จาก Facebook : สายชล จุลภักดิ์ เหมทอง

โดยทาง 'กรมการแพทย์' เผย แพทย์ผิวหนังเตือน กิ้งกือในช่วงหน้าฝนไม่กัดแต่มีพิษทำให้ผิวหนังไหม้

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ เตือนประชาชนในช่วงหน้าฝนให้ระมัดระวัง "กิ้งกือ" แม้จะไม่ใช่สัตว์อันตราย ไม่กัด แต่มีพิษ ที่ส่งผลให้ผิวหนังระคายเคืองได้

นายแพทย์ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า "ในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงที่อาจจะพบกิ้งกือได้บ่อย ๆ ในบ้าน หรือสวนสาธารณะต่าง ๆ ขอให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับกิ้งกือโดยตรง"

*"ถึงแม้กิ้งกือไม่ใช่สัตว์อันตราย ไม่กัด แต่ถ้าสัมผัสถูกตัว อาจจะสัมผัสสารพิษของกิ้งกือซึ่งจะถูกปล่อยออกมาจากบริเวณข้างลำตัว สารพิษเหล่านี้จะมีฤทธิ์ฆ่าสัตว์เล็ก ๆ ประเภทมด หรือแมลง เท่านั้น แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อผิวหนังของมนุษย์ได้เมื่อสัมผัสโดยตรง"*

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า"สารพิษของกิ้งกือมีลักษณะเป็นของเหลวใสไม่มีสี ประกอบด้วยสารกลุ่มไฮโดนเจน ไซยาไนด์ (Hydrogen cyanide) ฟีนอล (Phenol) กลุ่มเบนโซควิโนน และไฮโดรควิโนน (Benzoquinones/hydroquinones) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังมีแผลไหม้ได้ และบางรายอาจจะมีอาการปวด รวมทั้งการระคายเคืองของผิวหนังร่วมด้วย"

"ทั้งนี้ หากถูกพิษของกิ้งกือให้ล้างออกด้วยน้ำสบู่และน้ำสะอาดโดยทันที สามารถทายาแก้อักเสบ และให้การรักษาได้ตามอาการ โดยทั่วไปอาการมักจะหายภายใน 1 สัปดาห์ หากมีอาการรุนแรงให้รีบมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยทันที"**

ภาพประกอบ จาก Facebook : กรมการแพทย์

ที่มา : สายชล จุลภักดิ์ เหมทอง, กรมการแพทย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สาวแชร์อุทาหรณ์ เตือน "กิ้งกือ" ไม่กัดแต่มีพิษ ทำผิวหนังแสบไหม้ ทิ้งรอยแผล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...