'อ้ายลาย' วัวชนสุดโหด คลั่งขวิดเจ้าของดับ ก่อนหนีเตลิดยังไม่เจอตัว
'อ้ายลาย' วัวชนสุดโหด คลั่งขวิดเจ้าของดับ ก่อนหนีเตลิดยังไม่เจอตัว พลเมืองดีเผยนาทีเข้าไปช่วย ผลชันสูตรเผยซี่โครงหักแทงทะลุปอด
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. 2566 ร.ต.อ.ฉลองชัย ชาปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง รับแจ้งเหตุมีชายถูกวัวชนขวิด ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพนำส่ง รพ.ย่านตาขาว แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดภายในสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ 4 บ้านนายายหม่อม ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุพบคราบเลือดอยู่บนพื้นดิน และมีรอยเท้าวัวอยู่หลายจุด ใกล้กันพบหมวกไหมพรมของผู้ตายตกอยู่ ทราบชื่อผู้ตายคือนายเอียน อัตบุตร หรือลุงดำ อายุ 59 ปี แพทย์เผยผลชันสูตรพลิกศพ พบตามร่างกายมีร่องรอยฟกช้ำดำเขียว ศีรษะมีบาดแผลฉีกขาด จากการเอกซเรย์ปรากฏว่ากระดูกซี่โครงหักแทงทะลุปอดและเลือดคั่งภายใน
สอบสวนทราบว่า ผู้ตายเป็นพ่อค้าขายปลาตามตลาดนัดและกรีดยางพารา โดยเลี้ยงวัวเพศเมียจำนวน 10 ตัว และมีวัวชนเพศผู้อีก 1 ตัว ซึ่งเป็นตัวที่ก่อเหตุ ชื่อ “อ้ายลาย” อายุ 5-6 ปี น้ำหนักประมาณ 400 กิโลกรัม ลำตัวมี 3 สี คือสีแดง ดำ และขาว ซึ่งเป็นวัวมีลักษณะสวยและสายเลือดดี มีเขางดงาม ผ่านการนำลงสนามฝึกซ้อมมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยลงสนามจริง เนื่องจากยังไม่มีคู่ชน
ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้นำ “อ้ายลาย” เดินออกกำลังกายจากบ้าน โดยผ่านสวนยางพารา และเข้าไปเดินในสวนปาล์มน้ำมัน ขณะเดินอยู่มีวัวอีกตัวของเพื่อบ้านมาเดินอยู่ในสวนดังกล่าวเช่นกัน แต่อยู่กันคนละฝั่ง
ปรากฏว่า “อ้ายลาย” ได้หันมาขวิดและใช้เขาแทงเจ้าของที่จูงเชือกอยู่ ทำให้เชือกพันลำตัวเจ้าของจนล้มลงกับพื้น ก่อนขวิดและแทงอีกหลายครั้ง แล้ววิ่งหนีเตลิดหายไป ขณะนี้ยังไม่สามารถจับตัวไว้ได้
นายชาติชาย วงค์ชู อายุ 40 ปี หนึ่งในพลเมืองดีที่เข้าไปช่วยเหลือ กล่าวว่า มีคนมาบอกตนว่ามีคนถูกวัวชนแทง ตนจึงตามเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยพร้อมกัน มาถึงก็เห็นคนตายนอนคว่ำหน้า ไม่รู้สึกตัวแล้ว ส่วนวัวชนตัวดังกล่าวยืนเฝ้าเจ้าของอยู่และจ้องมาที่ตน โดยมีเชือกของวัวพันติดอยู่กับตัวของผู้ตาย ซึ่งวัวมีอาการตื่นตกใจ
นายชาติชาย กล่าวต่อว่า เมื่อตนและคนอื่นๆ จะเข้าไปใกล้ วัวก็ยังพยายามจะต่อสู้ แต่ด้วยความตกใจ วัวพยายามวิ่งจนเชือกหลุดออกจากตัวเจ้าของ ก่อนหนีเตลิดไป ปกติผู้ตายจะพาวัวตัวนี้มาเดินออกกำลังกายเกือบทุกเช้า ที่ผ่านมาในพื้นที่ไม่เคยได้ยินข่าวเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน
พี่สะใภ้ผู้ตาย
ด้านนางบุญพลอย อัตบุตร อายุ 65 ปี พี่สะใภ้ผู้ตาย กล่าวว่า ปกติผู้ตายพาวัวตัวนี้เดินออกกำลังกายในทุกเช้าหลังจากกรีดยางพาราเสร็จแล้ว ตกบ่ายก็จะออกไปขายปลาย่างตามตลาดนัด พร้อมกับภรรยา แต่ช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ภรรยาผู้ตายไม่สบาย จึงไปเฝ้าภรรยาที่ รพ.ย่านตาขาว และกลับมาบ้านเมื่อวาน (15 ธ.ค.) กระทั่งเช้าวันนี้พาวัวมาเดิน ไม่คาดคิดว่าวัวที่ผู้ตายเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ และมีความผูกพันกันมาก จนถึงตอนนี้ 5-6 ปีแล้ว จะมาเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น
เบื้องต้นญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ทางพนักงานสอบสวนจึงมอบร่างให้ญาตินำไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป