โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ฮือฮา ยายวัย 70 คลอดลูกฝาแฝดชายหญิง 1 ในคุณแม่ที่อายุมากที่สุด

Khaosod

อัพเดต 01 ธ.ค. 2566 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2566 เวลา 10.05 น.

ราวปาฏิหาริย์ ฮือฮายายวัย 70 ปี คลอดลูกฝาแฝดชายหญิง กลายเป็น 1 ในคุณแม่ที่อายุมากที่สุดในโลก

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า คุณยายชาวยูกันดาวัย 70 ปี สร้างความฮือฮา กลายเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ให้กำเนิดบุตร หลังจากที่เธอคลอดฝาแฝดชายหญิงจากการทำเด็กหลอดแก้ว ในวัย 70 ปี

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น เผยว่า นางซาฟินา นามูกวาย่า คุณยายชาวยูกันดาวัย 70 ปี สร้างปาฏิหาริย์ หลังให้กำเนิดฝาแฝดชายหญิง 1 คู่ ด้วยการผ่าคลอด ที่โรงพยาบาลในยูกันดาจากการตั้งครรภ์จากการทำเด็กหลอดแก้ว ทำให้คุณยายกลายมาเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่อายุมากที่สุดในโลกที่ให้กำเนิดบุตร และเป็นผู้หญิงอายุมากที่สุดในแอฟริกาที่ให้กำเนิดบุตรด้วย

ภาพประกอบ

อย่างไรก็ตาม ด้านคุณยายนามูกวาย่า เผยกับสื่อว่า การให้กำเนิดลูกแฝดครั้งนี้ของเธอเหมือนกับปาฏิหาริย์ แม้ว่าสามีของเธอจะทิ้งเธอไป หลังทราบว่าเธอจะให้กำเนิดลูกแฝด โดยเธอต้องการมีลูกอยู่เป็นเพื่อนเธอในยามที่เธอแก่ลง ซึ่งการคลอดลูกครั้งนี้เป็นครั้งที่สองของเธอในรอบ 3 ปี หลังจากที่เธอเคยให้กำเนิดบุตรสาวคนแรกมาแล้วเมื่อปี 2563

ภาพประกอบ

ทั้งนี้ โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงจะเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนระหว่างอายุ 45-55 ปี ภาวะเจริญพันธุ์ลดลงในช่วงเวลานี้ แต่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถคลอดบุตรได้ โดยหนึ่งในหลายเทคนิคที่ทำให้คนที่มีบุตรยาก คือการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF)

ภาพประกอบ

โดยในระหว่างกระบวนการนี้ ไข่จะถูกเอาออกจากรังไข่ของผู้หญิง และผสมกับอสุจิในห้องปฏิบัติการ ไข่ที่ปฏิสนธิซึ่งเรียกว่าเอ็มบริโอ จะถูกส่งไปยังมดลูกของผู้หญิงเพื่อเติบโตและพัฒนา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...