เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม
ข้อมูลเบื้องต้น
คำโปรย
ชาติก่อนเสิ่นกุ้ยเหรินนางเป็นสตรีโง่งม รักเพียงบุรุษไร้หัวใจผู้นั้นจนตรอมใจ ชาตินี้นางขอเกิดใหม่ใช้เรือนร่างยั่วเย้าให้ชายผู้นั้นลุ่มหลง เพื่อให้ได้ตำแหน่งสูงขึ้นเพื่อไม่ให้คนรังแกและจะอยู่เงียบ ๆ ท้ายวัง
แนะนำเรื่อง
เสิ่นลี่เซียน ย้อนอดีตมาในร่างของต้นตระกูลที่เป็นพระสนมท้ายวังผู้ถูกทิ้ง และตัดสินใจจบชีวิตลง เมื่อนางกลับมาอีกครั้งเพื่อใช้ชีวิตแทนต้นตระกูล นางกลับมาในช่วงเวลาที่พลิกป้ายเลือกนางเป็นพระสนมปรนนิบัติฝ่าบาทอีกครั้ง
แต่มีหรือครั้งนี้นางจะผิดพลาด นางจะทำให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ลุ่มหลงนางและเลื่อนตำแหน่งนางให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อให้นางอยู่ท้ายวังอย่างสงบสุข แต่กลับไม่เป็นดังคาด เขาเลื่อนนางถึงขั้นเฟยแล้วนั่นชะตาที่นางอยากขีดให้เป็นเพียงสนมท้ายวังก็เปลี่ยนไป
หวังจื่อฮ่าว ชายผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน ไม่เคยวาดหวังความรักใคร่ฉันชายหญิง เพียงแต่ทำหน้าที่จักรพรรดิผู้สืบทอดราชวงศ์หวังหมิ่นที่แสนเบื่อหน่าย กับเหล่าขุนนางเอาแต่แก่งแย่งชิงดีกัน
แต่เมื่อคืนหนึ่งเขาพลิกป้ายไปเลือกสนมชั้นกุ้ยเหรินนางหนึ่งที่ไม่รู้จักกระทั่งชื่อนางด้วยซ้ำ ความรู้สึกของเขาก็เปลี่ยนไป จากที่ไม่เคยคิดค้างคืนตำหนักใดนอกจากฮองเฮาและกุ้ยเฟย กลับกลายเป็นละเมิดกฎของตัวเองค้างคืนในตำหนักท้ายวังของกุ้ยเหริน และความรู้สึกฉันชายหญิงก็ก่อกำเนิดขึ้นในวัยหนุ่มของเขา
ซีรี่ส์เซ็ต เกิดใหม่เป็นพระสนม
1. เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังเนื้อหอม หวางลี่อิง
2. เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังผู้ร่ำรวย project X
3.เกิดชาตินี้ขอเป็นพระสนมท้ายวังยั่วรัก faang
Fang
4.เกิดชาตินี้ขอเป็นเพียงสนมที่ถูกลืม Little Dahlia
ชื่อตัวละคร
เสิ่นลี่เซียน นางเอก ตายจากโลกยุคปัจจุบันแล้วกลับไปยุคอดีตซึ่งต้นตระกูลเดิมเป็นสนมขั้นหก กุ้ยเหริน ซึ่งเป็นสนมชั้นล่างที่ฝ่าบาทไม่ใยดีเท่าใดนัก
หวังจื่อฮ่าว พระเอก เป็นฮ่องเต้ที่มากด้วยพระสนม ตามธรรมเนียมต้องพลิกป้ายทุกวัน จึงพลิกไปแบบไม่ใส่ใจ ทั้งยังเป็นป้ายไม้สลักชื่อ ‘เสิ่นกุ้ยเหริน’
หลันถิง สาวใช้ของเสิ่นลี่เซียน
ซือกงกง ขันทีคู่พระทัยของหวังจื่อฮ่าว
อี้ผินฮองเฮา ตำหนักฉิน
หลี่กุ้ยเฟย หลี่หวน ตำหนักเสวียเหมย
เสิ่นอี้ บิดาบุญธรรมของเสิ่นลี่เซียน
องค์ชายหย่งคังหวู่ แคว้นชุยงหนู
อี้หนิงฮวา องค์หญิงกำเนิดแต่ฮองเฮา
เฟิงหู่ ผู้ใหญ่หมู่บ้านเฟิงหลิง
เสี่ยวชุ้น เด็กหนุ่มผู้ช่วยเหลือนาง
เฟิงหยาง บุตรชายคนโตของเสิ่นลี่เซียน
เฟิงผิง บุตรตรีคนรองของเสิ่นลี่เซียน
เฟิงอี้ บุตรชายคนที่สามของเสิ่นลี่เซียน
เฟิงหลิว บุตรสาวคนสุดท้องของเสิ่นลี่เซียน
ข้อมูล
อ้างอิงจากสมัยราชวงศ์ชิง
สนม มี 8 ขั้น
ฮองเฮา(ภรรยาหลวง) มีคนเดียว เงินเดือน 1,000 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 10 คน ขันที หวงกุ้ยเฟย มีคนเดียว เงินเดือน 800 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 8 คนกุ้ยเฟย มีได้ 2 คน เงินเดือน 600 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 8 คนเฟย มีได้ 4 คน เงินเดือน 300 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 6 คนผิน มีได้ ได้ 6 คน เงินเดือน 200 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 6 คนกุ้ยเหริน มีได้ไม่จำกัด เงินเดือน 100 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 4 คนฉางจ้าย มีได้ไม่จำกัด เงินเดือน 50 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 3 คนตาอิ้ง มีได้ไม่จำกัด เงินเดือน 30 ตำลึง นางกำนัลติดตาม 2 คน
บทที่ 1 พลิกป้าย 1/2
นางมีนามว่า ‘ลี่เซียน’ สนมถูกลืมอาศัยอยู่ท้ายวังหลวงที่เรือนพักเก่าซอมซ่อมอซอ ไม่ต่างจากตำหนักเย็นนัก แต่นางไม่ใช่วิญญาณเจ้าของร่าง วิญญาณเจ้าของร่างได้ตายจากไปแล้ว และนางผู้มีความทรงจำเก่าก่อน และย้อนอดีตมาก่อนที่จะมีการพลิกป้ายเป็นสนมถูกเลือกครั้งแรก
ลี่เซียนที่ย้อนกลับมาในร่างเสิ่นลี่เซียนหรือเสิ่นกุ้ยเหริน ที่ดูเหมือนเป็นต้นตระกูลของนางในอดีต นางเป็นบุตรสาวคนโตตระกูลเสิ่นที่ถูกถวายตัวเข้าวังหลวง ทั้งที่นางไม่อยากเข้าเลยสักนิด
นางนั่งมองใบหน้าพริ้มเพราดุจโฉมสะคราญล่มเมืองในคันฉ่องทรงกลมขนาดใหญ่ในเรือนพัก ทั่วทั้งวังหลังมีสตรีใดบ้างไม่ริษยาความงดงามไร้ที่ติดอย่างเช่นนาง ผิวขาวผ่องเนียนนุ่มดุจน้ำนม เส้นผมดำคลับราวกับหมึกเขียน คิ้วสวยโค้งได้รูปโดยไม่ต้องเสริมแต่ง หากแต่จุดจบของนางในกาลก่อนไม่ดีนัก
เห้อ…โธ่เอ้ย…ย้อนอดีตมาทั้งทีให้ข้ามาแย่งชิงแท่งหยกอันเดียว
‘บัดซบ!’
เสิ่นกุ้ยเหรินใช้หวีไม้สางปลายผมแก้เซ็ง เพราะวันนี้ป้ายของนางถูกพลิก ตามความทรงจำทรงในอดีตที่หลงเหลืออยู่
นางจมน้ำตายเพราะบุรุษผู้นั้นไม่ไยดี เพียงโปรดชั่วครู่ เมื่อคนใหม่ที่ถูกใจกว่าก็ละเลย
“นายหญิงใกล้ได้เวลาแล้วนะเจ้าคะ” หลันถิง นางกำนัลคนสนิทเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่านายหญิงของตนเองมัวแต่เหม่อลอย ทั้งที่เฝ้ารอจะได้เข้ารับใช้ปรนนิบัติฝ่าบาทมานานแสนนานแล้ว หากชักช้าไม่เตรียมตัวอาจจะไม่เป็นที่พอพระทัยของฝ่าบาทก็เป็นได้
หลังจากหลับไปนานในวันนั้น นายหญิงของตนเองก็เปลี่ยนไป จนหลันถิงคิดว่านายหญิงเลอะเลือนไปเสียแล้ว ถึงกระนั้นเรื่องนายหญิงของตนก็ไม่เคยเล็ดลอดจากปากออกไป เกรงจะเป็นที่กล่าวหาเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ลี่เซียนถอนหายใจอีกครั้ง นางกำลังคิดถึงเบี้ยหวัดของตัวเองรายเดือน กุ้ยเหรินได้เงินเดือนหนึ่งร้อยตำลึงก็จริง ชาติก่อนวิญญาณเจ้าของร่างได้ใช้มันเพื่อติดสินบนไปจนหมด แต่ว่าก็ไม่ทำให้บุรุษผู้นั้นหันกลับมารักนางได้
แต่ชาตินี้นางย่อมไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นอีก
ร่างนี้ไร้เดียงสาเกินไป เพราะเพียงต้องการความรักบ้าบอจากบุรุษผู้นั้นจึงทำเรื่องโง่เง่า ทั้งถูกเลือกครั้งแรกนางพลาดเรื่องลีลาบนเตียงเพื่อจะใช้มัดใจชายผู้นั้น นางแข็งเป็นหินราวกับกำลังถูกชายแปลกหน้าย่ำยี นั่นทำให้จักรพรรดิไม่พอพระทัย ในครั้งถัดไปเมื่อพลิกป้ายกับสตรีอื่นแล้วได้รับความสุขจนล้นอกก็ลืมเลือนนางไป อีกทั้งนางไม่มีตระกูลหนุนหลัง จึงถูกอำนาจของฮองเฮาและกุ้ยเฟยจัดการ
เช่นนั้นคืนแรกนางจะใช้ร่างกายเพื่อปูทางให้นางได้ตำแหน่งที่สูงขึ้นแล้วก็เสวยสุขในวังต้องห้ามจนตายก็แล้วกัน
เมื่อคิดวางแผนในหัวตั้งแต่ต้นจนจบ นางก็ลุกขึ้นให้นางกำนัลจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย เมื่อเห็นแสงจากโคมไฟด้านนอกสว่างวาบ นั่นจึงได้รู้ว่าขบวนเสด็จของสามีนางมาถึงแล้ว
สามีที่แบ่งกับสตรีทั้งวังหลัง!
นางรีบเดินมาที่หน้าประตูย่อตัวคำนับทันที เมื่อประตูถูกเปิดโดยขันทีผู้ติดตาม หวังจื่อฮ่าวเพ่งมองสตรีตรงหน้าเล็กน้อย เขาไม่รู้แม้แต่ชื่อด้วยซ้ำ เพียงทำให้จบ ๆ เรื่องไป แต่ทว่าความงามของนางสะดุดตายิ่ง
“ลุกขึ้นเถอะ” เขาใช้สองมือประคองนางให้ลุกขึ้นแล้วดึงรั้งนางเข้ามาในอ้อมกอด ทั้งขันทีและนางกำนัลก็ถอยฉากไปอย่างรู้งาน ไม่อยู่รบกวนความสำราญขององค์จักรพรรดิ
นางไม่ขัดเขินหรือเอียงอาย แต่ตอบสนองเขาอย่างรู้งานเมื่อเขารั้งนางให้ขึ้นไปนั่งบนตัก มือเรียวสวยดั่งลำเทียนทั้งเล็บที่ตัดอย่างประณีตและตะไบให้สวยงาม ยื่นออกมารินชาหอมหมื่นลี้ให้จักรพรรดิหนุ่มได้ดื่มแก้กระหาย แน่นอนว่ามันใส่ของบางอย่างปลุกกำหนัดองค์จักรพรรดิไว้ด้วย เพราะทันทีที่นางย้อนอดีตมาก็ให้สาวใช้ไปหามาเตรียมพร้อมที่จะใช้ในวันนี้
หวังจื่อฮ่าวพอใจอย่างมากที่นางรู้จักเอาใจเขา
เมื่อเห็นสีหน้าพอพระทัยขององค์จักรพรรดินางจึงแย้มมุมปากไม่ให้เขาเห็นราวกับว่านี่คือกับดักของนาง
หวังจื่อฮ่าวจิบชาหอมหมื่นลี้ในถ้วยหยกเนื้อดี แต่ดวงตาจับจ้องอยู่กับเรือนร่างสนมรักในคืนนี้ มือของเขาลูบไปที่ต้นขาคิดภาพความงดงามผ่านอาภรณ์เนื้อดีบางเบานี้ว่าจะมีความงามมากเพียงใดกัน ขนาดเพ่งมองเพียงภายนอกยังปลุกความต้องการได้มากถึงเพียงนี้ หากยามได้กลืนกินนางเล่าเขาจะหลงเพียงใด
เขาจิบชาจนหมดถ้วยแล้ววางอย่างเบามือ เชยคางขึ้นให้สบตาเขาตรง ๆ ให้นางรับรู้ว่าเขาต้องการสิ่งใด
ดวงพักตร์งดงาม ใบหน้าคมคาย คิ้วดาบคมเข้มฉุดให้นางหลงใหลแทบลืมความตั้งใจเดิมสิ้น แต่เมื่อเขาโน้มพักตร์ลงมานางจึงยื่นริมฝีปากจรดกับเขา ชิวหาของคนร่างใหญ่ควานหาความหวานอย่างล้ำลึก ยิ่งลมหายใจหอมกรุ่นของนางรินรดออกมา ยิ่งทำให้เขาเพิ่มความปรารถนาในส่วนลึกมากขึ้น จักรพรรดิหนุ่มวัยยี่สิบหกชันษาช้อนร่างงดงามขึ้นแล้วเดินขึ้นเตียงด้านใน
อ้อมแขนแกร่งวางนางอย่างทะนุถนอม จัดการเอาเครื่องหัวของนางออก ยิ่งเห็นดวงตาตื่นเต้นแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์เหมือนนางจิ้งจอก ทำให้เขายิ่งรู้สึกฮึกเหิมราวกับออกรบ
‘ข้าจะปราบจิ้งจอกน้อยในคืนนี้’
ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ
เรื่องมีฉากเลิฟซีนนะคะ
บทที่ 1 พลิกป้าย 2/2
นางจับสาบเสื้อสีเลือดหมูขลิบดิ้นทองของเขาแน่น คล้ายกับประหม่าจนคนด้านบนผลิยิ้มออกมา แน่นอนว่าสนมรักของเขาทุกคนล้วนเป็นสตรีพรหมจรรย์ การที่นางไม่เคยชินและหวาดกลัวเล็กน้อยนั้นสร้างความพอใจให้เขาอยู่ลึก ๆ เหมือนตัวเองเป็นผู้กำชัยชนะในศึกรักอันเร่าร้อน
“เจ้าอย่ากริ่งเกรงจนเกินไปนัก ข้าจะเบามือดีหรือไม่” หวังจื่อฮ่าวพูดจบก็สะบัดเสื้อตัวนอกของตนทิ้งไป ขณะที่นางเอนตัวไปพิงกับหมอนบนหัวเตียงในท่ากึ่งนั่ง เรียวขาเนียนสวยไร้เส้นขนโผล่จากอาภรณ์ตัวบางทำให้เขาประทับจูบตั้งแต่ต้นขาขึ้นมา ยิ่งเห็นนางกัดริมฝีปากเล็ก ชวนให้เขาอยากหยอกล้อนางอยู่สักพัก
ปลายชิวหาชุ่มชื้นของฝ่าบาทไล้เลียขึ้นมาเมื่อถึงโคนขาแล้วเขาก็ผละออก ทำให้สตรีผู้ไม่เจนเรื่องบนเตียงเช่นลี่เซียนกลั้นหายใจ ริมฝีปากของนางแย้มอ้าพร้อมกับเปล่งเสียงครางหวานล้ำออกมา เขาเงยหน้าขึ้นเคลื่อนกายขึ้นทาบทับนางแล้วจูบที่ริมฝีปากที่เคลือบด้วยชาดแดงสอดปลายลิ้นเข้าไปสอนนางว่าจูบเป็นอย่างไร
แต่เรียวลิ้นน้อย ๆ ของนางราวกับเรียนรู้ได้รวดเร็วนัก จากที่เป็นฝ่ายไล่ต้อนนางในโพรงปาก พลิกเป็นหยอกล้อเขากลับ ลิ้นอ่อนนิ่มของนางสอดประสานจนน้ำใสเคลือบกันประสานเป็นหนึ่งเดียว
“อื้ม…!”
เสียงครางอย่างพอใจของหวังจื่อฮ่าวทำให้นางได้ใจ เปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกกลับบ้าง มือเรียวบางสอดเข้าไปที่เอวรั้งสายคาดที่ผูกกับกางเกงตัวในให้หลุดออก
“เจ้าช่างซุกซนนัก”
เขาปรามอย่างไม่จริงจัง แต่ก็ชื่นชอบความใจกล้าของนางนัก ผิวขาวราวน้ำนมนี้กับแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับกลีบเหมยกุ้ยฮวาชักชวนให้เขาอยากรังแกนักเชียว
สองมือหนาสากเล็กน้อยปลดอาภรณ์ของนางออกจนเหลือเพียงชุดเอี๊ยมที่ปกปิดความสวยทั้งด้านบนและล่าง เนินปทุมคู่งามดุนดันเป็นลูกชวนมองนาง เขาไม่รอช้าที่จะปลดมันออกจนสองเนตรสบความงดงาม
ความเอียงอายของนางปรากฏชัดที่ใบหน้าโฉมสะคราญ แต่นางแอ่นอกสู้สายตาเขาเยี่ยงนี้ทำให้ความกำหนัดของเขาเดือดพล่านดุจลูกไฟกำลังแผดเผาไปทั่วร่างกาย ยิ่งโดยเฉพาะจุดศุนย์รวมความกำหนัด ที่เหยียดยาวพร้อมตอกตรึงเข้าสู่บุปผางามในยามนี้
ปลายชิวหาแตะปลายยอดปทุมงดงามแผ่วเบา ทำให้เสียงรัญจวนใจเปล่งออกจากปากเรียวสวยของสนมรัก แต่แทนที่นางจะหดกายหนีกลับแอ่นสู้อีกครั้งแต่ร่างกายสาวนั้นสั่นชอบกล
‘สั่นสู้หรือ’ นางคิดทบทวน แต่นางไม่ยอมพ่ายให้จักรพรรดิหนุ่มแน่นอน วันนี้นางจะไม่ให้เขาเพียงเสพสุขกับร่างกายนางฝ่ายเดียว แต่นางจะเสพสุขกับเขาด้วยเช่นกัน
“เจ้าเหมือนลูกนกนัก” เสียงแหบพร่าเปล่งออกมา เมื่อเขากระตุกเอี๊ยมชิ้นล่างให้หลุดพร้อมกับความสั่นระริกของเรือนกายสตรีน่าทะนุถนอมเช่นนาง
ดวงตาของนางเปล่งประกายเมื่อเห็นหัวมังกรโผล่ออกมา มือหนาลูบมันลงให้นางเห็นชัดเจนขึ้น ไม่ใช่นางชอบเรื่องลามก แต่อย่างน้อยควรดูให้ชัด ๆ ว่าแท่งหยกอันนี้ที่ใครต่างปรารถนาเป็นเช่นไร แต่นางประจักษ์ดีแล้วว่าสมดั่งเป็นของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เสียจริง
“เจ้าอดทนสักนิดเถิด” เขาปลอบใจด้วยถ้อยคำนุ่มหู แต่นางรับรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เจ็บเพียงนิดหรอก เจ็บมากทีเดียว เพราะว่าขนาดของเขากับกลีบบุปผาช่างแตกต่างกันนัก
แท่งร้อนของเขาสัมผัสที่ต้นขาพาลให้ขนกายสาวลุกชัน ดีที่ขนแพรไหมส่วนนั้นไม่ได้ดกดำเพียงบางเบาไม่รกรุงรัง ทำให้จักรพรรดิพอพระทัย สังเกตจากลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดใบหน้านางกับสีพระพักตร์ที่กำลังอดกลั้นอย่างถึงที่สุด
“อ๊ะ!” เสียงครางพร้อมกับอาการสะดุ้งตัวน้อย ๆ เมื่อนิ้วของจักรพรรดิหนุ่มแตะเบา ๆ ตรงเม็ดทับทิมของนาง สองมือของนางกระชับรอบเอวของเขาสีหน้าเว้าวอนเชิญชวนให้เขาช่วยนางปลดปล่อยความสุขฉายชัดในแววตา
“ฝ่าบาทเพคะ” ลี่เซียนเปล่งออกได้เพียงเท่านั้นก็ต้องอ้าปากกว้างเมื่อนิ้วกลางของพระองค์หยัดลงมาใจกลางบุปผาที่ฉ่ำน้ำหวาน
ฮึก!
เขาประพรมจูบนางอีกครั้งอย่างหลงใหล ไม่รู้เหตุใดสนมที่แม้แต่ชื่อเขาก็ไม่ปรารถนาจะรู้ในตอนแรก ยามนี้ถึงทำให้เขาคลั่งนัก แรงตอดรัดนิ้วยามเขาถอนออกพร้อมกับน้ำหวานที่ชุ่มฉ่ำประจักษ์ได้ดีว่านางพรั่งพร้อมเพียงใด
เมื่อเขาคิดจะถอนจูบนางสองมือนางกลับรั้งต้นคอเขาไว้แล้วแลกลิ้นอย่างชำนาญทำเอาเขาพออกพอใจ จนเผลอครางเร่าในลำคอและอยากกระแทกนางให้รู้ว่าเขาปรารถนานางเพียงใด
สองขาเรียวแยกออกอย่างรับรู้ว่าเขาต้องการอะไร ริมฝีปากของฝ่าบาทเคลื่อนมาที่สองเต้าอวบอีกอิ่มอีกครั้งก่อนดูดรั้งมันแรง ๆ
แท่งหยกปูดโปนด้วยเส้นเลือดบ่งบอกว่าเขาต้องการปลดปล่อย จึงจับจ่อกลางกลีบบุปผาพร้อมกับเสียงแหบพร่าบอกให้นางตั้งตัว
“ข้าจะเข้าไปแล้วสนมรัก”
เขาจะเข้ากันแล้วค่ะทุกโค้นนน
บทที่ 2 จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ 1/2
แรงเคลื่อนสอดประสานเข้าหาบุปผาอย่างมั่นคงและเพียงครั้งเดียวก็ลึกสุดใจ คนที่ตั้งใจจะเสพสุขในตอนแรกกรีดร้องอย่างเจ็บปวด แต่ทว่าเขากลับไม่เบาแรง
‘มารดามันเถอะ ไหนบอกจะเบาอย่างไรเล่า!’
เมื่อนางหายปวด เปลี่ยนเป็นความรู้สึกวาบหวาม จึงจัดการแท่งมังกรจักรพรรดิหนุ่มด้วยการหนีบขาเป็นการเอาคืน
“อ๊ะ!”
เสียงเขาร้องพร้อมกับสีหน้าเบ้ทำให้นางสะใจลึก ๆ
‘นึกว่าจะทำข้าเจ็บเป็นอย่างเดียวรึ’
สองขานางหนีบที่บั้นเอวเขาแล้วแล้วพลิกตัวขึ้นมาคร่อม ดวงตาของนางทอประกายความแค้นแล้วจัดการขย่มสุดแรง แม้แจะเสียดเสียวใจกลางบุปผา แต่ว่าเขาต้องได้รับการสั่งสอนจากนาง
“ดะ…เดี๋ยว” จักรพรรดิหนุ่มตอนนี้เปลี่ยนเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำ แล้วนางก็ควบเขาดุจม้าอาชาไนย แรงที่ถอดถอนออกและยัดเข้าทำให้เขาเหมือนยืนอยู่ปลายเหวแล้วมองไปยังท้องน้ำเบื้องล่าง มันเสียวปลาบวาบไปทั้งลำ
เมื่อตั้งสติได้เสิ่นลี่เซียนที่เป็นฝ่ายรับก็อยากกลับมารุก จึงเอ่ยเสียงหวานขึ้น
“หม่อมฉันจะมอบความสำราญให้พระองค์เองเพคะ”
เคยอ่านหนังสือเมื่อโลกก่อน บอกว่าเมื่อผู้หญิงถ้าได้ขึ้นเองแล้วจะฟิน เช่นนั้นก็จัดการให้อยู่หมัดเสียตั้งแต่คืนนี้เถิด
ต้นตระกูลข้าต้องมีความสุข!
ร่างกายเล็กพลิกขึ้นคร่อมแล้วจัดการขย่มตามแรงที่ตัวเองมี จนจักรพรรดิร้องโหยหวน
“เจ้าเบาหน่อย…ข้า…อื้อ” หวังจื่อฮ่าวโดนนางขย่มแบบไม่ลืมหูลืมตาพยายามจะจับเอวนางให้เคลื่อนช้าลง เพื่อจะได้รับความสุขอย่างเต็มเปี่ยม แต่ดูเหมือนนางจะกลั่นแกล้งเขา ยามที่เขาจับเอวนางแรงบีบรัดที่หัวมังกรกับกลีบบุปผาแน่นจนเขาต้องกรีดร้อง มันทั้งเสียวและเจ็บปวดไปพร้อม ๆ กัน
ใจจะขาด!
“ฮึก…อื้อ” สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายปล่อยให้นางย่ำยีเขาไปเรื่อย ๆ จนสายธารขาวขุ่นพุ่งพรวดออกมาฉีดเข้าไปในท้องนางในที่สุด นางถึงหยุดซบกับหน้าอกที่กำลังหายใจอย่างรุนแรง แต่ว่าแรงบีบรัดของนางยังอยู่ในจุดเชื่อมประสาน ไอ้มังกรที่มันคอพับคออ่อนไปแล้วก็ตื่นขึ้นอีก แล้วนางที่กำลังนอนพังพาบบนร่างเขาเชิดหน้าขึ้น แล้วขย่มด้วยสะโพกเพียงอย่างเดียว รอยยิ้มเปล่งประกายไปถึงดวงตาของสนมรักคืนนี้ จนเขาเข้าใจว่านางชอบในการร่วมรักกับเขาถึงขนาดมีความสุขจนเยิ้มทั้งใบหน้าไม่พอ ส่วนบุปผาก็ยังฉ่ำด้วยน้ำแห่งความรักอีกด้วย
โอ๊ย…สนมรัก…ข้าจะไม่ไหวแล้ว!!!
ด้านนอกเหล่าขันทีที่ติดตามต่างก้มหน้างุด ทำเหมือนหูหนวกตาบอด ทั้งที่ดวงตาเห็นเงาสะท้อนกับแสงตะเกียงเป็นรูปบุรุษโดนสตรีขึ้นควบเคล้ากับเสียงกรีดร้อง แทนที่จะเป็นพระสนมไฉนกลับกายเป็นจักรพรรดิหนุ่มของพวกเขาไปเสียได้ที่โดนตอกตรึงอย่างน่าหวาดเสียว
‘เสียทีอยู่เหนือใต้หล้า แต่กับอยู่ใต้สตรีนางเดียว’ ซื่อกงกงส่ายหน้าไปมาอย่างยอมรับว่าผู้เป็นนายตนเพลี้ยงพล้ำให้กับจริตนางสนมนางนี้เข้าแล้ว
ใบหน้าของเหล่านางกำนัลแดงก่ำก้มหน้าแทบติดพื้น ฟังจากเสียงก็รับรู้แล้วว่าฝ่าบาททรงสำราญเพียงใด พระสนมก็เก่งกาจนักทำให้ผู้ยิ่งใหญ่ในใต้หล้าถึงกับร้องขอชีวิต นี่มันท่าพิสดารอันใดกัน แล้วพระสนมร่ำเรียนมาจากที่ใด
จวบจนถึงยามโฉ่ว (ราวใกล้ตีสาม) เสียงทุกอย่างก็เงียบงันลงเปลี่ยนเป็นเสียงกรนของจักรพรรดิแทน
ครอก…Zzzzฟี้Zzzz คร่อก!
เห้อ…!
เหล่าขันทีนางกำนัลต่างถอนหายใจโล่งอก แล้วก็เข้าไปนอนพักรอปรนนิบัติฝ่าบาทในตอนเช้า
เสิ่นลี่เซียนเองก็เพลียมาก กว่าจะปราบจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ คิดว่าเขาน่าจะพอใจ ตอนนี้นางเป็นกุ้ยเหริน เลื่อนขึ้นไปขั้นผิน จะได้เงินสองร้อยตำลึง และหากเป็นขั้นเฟยจะได้เงินสามร้อยตำลึง แค่คิดว่าจัดการปราบพยศหัวมังกรวันเดียวได้เงินเดือนเพิ่มมากมายขนาดนี้นับว่าคุ้มค่า จากนั้นก็ประคองตัวไม่ให้วุ่นวายกับใคร ทำเครื่องหอมขายในวังเท่านี้ก็รวยอื้อแล้ว
แต่ว่านางจะประมาทไม่ได้ ศัตรูตัวฉกาจของนางยังมีและ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากอี้ผินฮองเฮาตำหนักฉิน กับ หลี่กุ้ยเฟยหรือหลี่หวนตำหนักเสวียเหมย
‘พวกนางรวมหัวกันปล่อยข่าวข้าเป็นโรคลม หากท้องจะถึงแก่ชีวิต’ นั่นทำให้ฮ่องเต้ที่มีมโนธรรมเต็มเปี่ยมกลัวสนมรักเช่นนางจะเสี่ยงชีวิตเพราะตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงไม่มาหานางอีกเลย
รอยยิ้มเหี้ยมในความมืดคิดแผนขั้นต่อไปจนผล็อยหลับไปทั้งยังคิดไม่จบด้วยความเพลีย ‘แต่ว่าคืนนี้จักรพรรดิค้างคืนกับนางเชียวนะว่าไม่ได้’
รุ่งเช้าซือกงกงปลุกฝ่าบาทตั้งแต่รุ่งสาง ปกติฝ่าบาทไม่ทรงโปรดที่จะค้างคืนตำหนักใดเมื่อสำราญใจแล้วจะกลับไปพักที่ห้องบรรทมจักรพรรดิ หรือตำหนักคุนหนิงกง
แต่คืนนี้แปลกไป ฝ่าบาทไม่เคยรู้จักกระทั่งชื่อพระสนม แต่กลับสำราญใจจนลืมธรรมเนียมเดิมของตน คือจะค้างคืนเฉพาะตำหนักฉินของฮองเฮา กับตำหนักเสวียเหมยของกุ้ยเฟย แต่ซือกงกงก็ไม่กล้าทักท้วง เนื่องจากอยากยังอยากมีเงาหัวบนบ่า จึงปล่อยเลยตามเลย