โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แกนนำ‘ทะลุฟ้า’เล่าเรื่อง‘การ์ด’ แบบไหนเป็น‘สาย’ ชี้เป้า‘เจ๊’วางเขื่องเป็นเจ้าของหมู่บ้าน

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 เม.ย. 2564 เวลา 07.29 น.

แกนนำ‘ทะลุฟ้า’เล่าเรื่อง‘การ์ด’ แบบไหนเป็น‘สาย’ ชี้เป้า‘เจ๊’วางเขื่องเป็นเจ้าของหมู่บ้าน

4 เมษายน 2564 นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ แกนนำม็อบทะลุฟ้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Lertsak Kumkongsak” เล่าเรื่องการ์ดบางกลุ่มที่มีพฤติกรรมเป็นสายเจ้าหน้าที่ ดังนี้..

ตั้งแต่เดินทะลุฟ้ามาจนถึงตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้ามีเรื่องราวหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ  นั่นคือเรื่องราวของ 'การ์ด' และบุคคลที่สัมพันธ์กับการ์ด (เพราะก่อนหน้าที่จะเริ่มเดิน เรื่องการ์ดในขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในรอบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้ เป็นเรื่องราวที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน)  มีชื่อตัวละครเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดจนปวดเศียรเวียนเกล้าจากวีรกรรมล่อ/ลวงให้ผู้ชุมนุมปะทะ คฝ.  และการกระทำที่ไม่ชอบมาพากล/ลับลมคมใน/ลับลวงพรางหลายประการของการ์ดในการชุมนุมเพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่รอบปีที่ผ่านมาจนกระทั่งวันนี้

เมื่อมาเดินและตั้งหมู่บ้านก็ได้เจอการ์ดเหล่านั้นด้วยตัวเอง  มีทั้งการ์ดที่ดีมาก ๆ  และการ์ดที่ไม่ดีมาก ๆ  เรื่องที่เจอบ่อยที่สุดระหว่างการเดินจนมาถึงการตั้งหมู่บ้าน  คือ  มีการส่งคนแปลกหน้าที่สืบสาวได้ภายหลังว่าเคยเป็นการ์ดมาก่อน  หรือเป็นบุคคลที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับการ์ด  เข้ามาในระหว่างเดินและสถานที่พักค้างแรมของการเดินเพื่อเข้ามาถ่ายรูป สอดส่องการสนทนาและพฤติกรรม และหาข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของขบวนเดินอยู่ทุก ๆ วัน

พอเดินมาตั้งหมู่บ้านทะลุฟ้าที่ข้างทำเนียบรัฐบาลก็มีเรื่องราวของการ์ดน่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ  ในวันแรกของการตั้งหมู่บ้าน  หลังจากเดินมาถึงจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  มีการ์ดกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งประมาณ 20 กว่าคน มาขอเคลียร์ด้วยในเรื่องที่เพื่อน ๆ การ์ดหลายคนของพวกเขาถูกกันออกไม่ให้ร่วมเป็นการ์ดในระหว่างเดิน  และถูกกล่าวหาว่าเป็นสายเจ้าหน้าที่ตำรวจ/ทหาร/ฝ่ายความมั่นคง 

พวกเขาเข้ามาเคลียร์ด้วยท่าทีกดดันว่า  (1) ทำไมม็อบ (เดินทะลุฟ้าและหมู่บ้านทะลุฟ้า) ต้องมีเจ้าของด้วย  ทั้ง ๆ ที่ควรจะเปิดรับให้ใครก็ตามเข้ามาแสดงออกได้อย่างเสรีแบบม็อบประชาธิปไตยที่ไม่มีการจัดตั้งหรือออร์แกนิค  (2) พวกเขาต้องการเข้ามาเป็นการ์ดในหมู่บ้านทะลุฟ้าโดยมีเงื่อนไขว่าไม่ต้องการให้หมู่บ้านนี้มีเจ้าของ  หรือต้องทำให้หมู่บ้านนี้เป็นม็อบออร์แกนิค ตามข้อ (1)  (3) พวกเขาต้องการเข้ามาร่วมเป็นการ์ดดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้านแบบมีสิทธิในการตัดสินใจเองว่าจะใช้วิธีการรับมือกับเจ้าหน้าที่แบบปะทะและยั่วยุได้

"ทำไมม็อบนี้ดูแล้วมีความเป็นเจ้าของ  กีดกันคนอื่นมากเกินไป  ห้ามนู่นนี่  ใส่ร้ายการ์ดคนโน้นคนนี้ว่าเป็นสายตำรวจ  แล้วใครจะเข้ามาร่วม  แล้วที่บอกว่าหากมีการสลายหมู่บ้าน  ก็บังคับให้ทุกคนในหมู่บ้านนั่งเฉย ๆ ไม่ตอบโต้ ยั่วยุ ปะทะใด ๆ  เป็นม็อบที่ขี้ขลาดหน่อมแน้มมาก  เป็นวิธีการที่ทำให้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บและโดนคดีโดยไม่ได้อะไร  ทำไปเพื่ออะไร"  พวกเขาหลายคนพูดออกมาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามกับเราในระหว่างสนทนา  และยังไม่หยุดกดดันที่จะเปลี่ยนวิธีการให้ม็อบต้องปะทะตอบโต้ให้ได้หากมีการสลายหมู่บ้าน  ไม่ใช่นั่งเฉย ๆ ให้ คฝ. มาจับ

ผมตอบเขาไปว่า  "ม็อบนี้มีเจ้าของหรือไม่  ไม่รู้  รู้แต่ว่าผมเป็นผู้แจ้ง/จัดการชุมนุม  ซึ่งต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลักตามกฎหมายหากมีการกระทำใดของผู้ชุมนุมก็ตาม  ไม่ว่าผมจะทำเองหรือไม่ก็ตาม  คนที่จะโดนคดีหนักสุดก็คือผมซึ่งเป็นผู้แจ้ง/จัดการชุมนุม  ดังนั้น  ม็อบนี้ต้องมีการจัดการเพื่อดูแลรับผิดชอบสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมใดก็ตาม  ถ้าคิดแต่อยากจะแสดงออกหรือกระทำการใด ๆ โดยไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตใคร  ก็ถือว่าคนละแนวทาง  ไปด้วยกันไม่ได้  ต้องขอโทษด้วยที่ม็อบนี้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกคุณได้"

การสนทนาที่บรรยากาศเต็มไปด้วยการกดดันยาวนานประมาณสองชั่วโมงก็จบลงด้วยความคับข้องใจหรือติดค้างคาใจของพวกเขาจนล่าถอยไป

หลังการเคลียร์ในวันนั้น  ก็มีการ์ดของพวกเขาเดินเข้ามาป้วนเปี้ยน เตร็ดเตร่ สนทนากับผู้ชุมนุมที่รู้จักกันอยู่ในหมู่บ้านทุก ๆ วัน  และก็ได้เข้ามาทำหน้าที่การ์ดอยู่หลายคนด้วย  ซึ่งส่วนใหญ่ก็อยู่ในร่องในรอยปฏิบัติหน้าที่ได้ดี  แต่ก็มีบางคนพยายามแหย่ให้เรากระทำบางอย่างนอกลู่นอกทางอยู่เสมอ 

และหลังการเคลียร์อยู่หลายวัน  ก็มีการ์ดเข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณ 20 คน (หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาตั้งแต่วันเคลียร์) เดินล้อมหน้าล้อมหลังเจ๊คนหนึ่งที่ทำตัววางเขื่องเสมือนเป็นเจ้าของหมู่บ้าน (วันที่เข้ามาเคลียร์พวกเขาไม่พอใจที่ม็อบทำตัวมีเจ้าของ แต่มาวันนี้พวกเขารู้สึกภูมิใจที่เจ๊ที่พวกเขาเดินล้อมหน้าล้อมหลังทำตัวเป็นเจ้าของม็อบ) เข้ามาเมาเตร็ดเตร่ในหมู่บ้านเหมือนว่าหมู่บ้านเป็นตลาดนัด  และใช้พื้นที่บริเวณหลังหมู่บ้านเป็นที่มั่วสุมดื่มกินเสียงดังจนกระทั่งเช้า  และเดินเข้ามาก่อกวนในหมู่บ้านเป็นระยะ ๆ

ในม็อบที่ท้องสนามหลวงเมื่อ 20 มีนาคมที่ผ่านมา  การ์ดที่เข้ามาเคลียร์กับเราหลายคนในวันนั้นมีชื่อเป็นผู้มีส่วนร่วมดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงจนเป็นเหตุให้ คฝ. นำมาอ้างเพื่อสลายการชุมนุม (ย้อนกลับไปในการชุมนุมเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  การ์ดที่เข้ามาเคลียร์กับเราหลายคนในวันนั้นก็มีชื่อเป็นผู้ปาวัตถุที่มีประกายไฟและวัตถุเสียงดังคล้ายระเบิดเข้าใส่ คฝ.  สร้างสถานการณ์ให้ คฝ. เข้ามาสลายการชุมนุมจนทำให้มีผู้ชุมนุมหลายคนบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของ คฝ.  และยังมีวีรกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่มีลักษณะเป็นสายให้เจ้าหน้าที่)

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์ควรถูกดึงหรือไม่ควรถูกดึงลงมา  แต่ปัญหาอยู่ที่ใครเป็นคนดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมามากกว่า  ถ้าผู้ชุมนุมทั่วไปรู้ว่าการดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาเป็นการกระทำอิสระของผู้ชุมนุมทั่วไป  ไม่ใช่ฝีมือของการ์ดที่เป็นสายเจ้าหน้าที่  การดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาก็น่าจะทำให้ผู้ชุมนุมทั่วไปมีปฏิกิริยาตอบสนองในหลายรูปแบบคละเคล้าปะปนกันไป  ทั้งเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วย  ทั้งชื่นชม/ไม่ชื่นชม  ทั้งเข้าใจ/ไม่เข้าใจ  ทั้งเห็นอกเห็นใจ/ไม่เห็นอกเห็นใจ  ฯลฯ  ที่ผู้ชุมนุมทั่วไปจำเป็นต้องปฏิบัติการบางอย่างที่แหลมคมสุ่มเสี่ยงเพื่อต่อสู้กับรัฐที่รังแกกดปราบประชาชนมาอย่างยาวนานตลอดยุคสมัยของรัฐประหารสองครั้งล่าสุดในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

แต่ถ้าผู้ชุมนุมทั่วไปรู้ว่าการดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาเป็นการกระทำของการ์ดที่เป็นหนอนหรือสายให้แก่เจ้าหน้าที่  การดึงตู้คอนเทนเนอร์ลงมาน่าจะทำให้ผู้ชุมนุมทั่วไปมีปฏิกิริยาตอบสนองรูปแบบเดียว  นั่นคือ  ประณามการกระทำดังกล่าวที่ทำให้ผู้ชุมนุมทั่วไปได้รับบาดเจ็บและอันตรายจากการสลายการชุมนุม

การ์ดเหล่านี้มักจะมีความภูมิใจมากที่ได้เจรจาอยู่แถวหน้าประชิดกับ คฝ. และผู้บังคับบัญชาของ คฝ.  หรือเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบหน่วยอื่นใดก็ตาม  พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจมากที่เป็นบุคคลสำคัญที่เจ้าหน้าที่จะเจรจาพูดคุยด้วยในแนวหน้า  แต่เมื่อถึงเวลาที่ คฝ. ทำการปะทะและสลายการชุมนุมกลับไม่เห็นการ์ดเหล่านี้อยู่แนวหน้าประชิดกับ คฝ. แล้ว  หายเข้ากลีบเมฆไปพร้อมกับการที่พวกเขาไม่มีคดีติดตัวใด ๆ เลย (ทั้ง ๆ ที่น่าจะมีกล้องวงจรปิดเล่นงานพวกเขาได้ในภายหลัง)  หลงเหลือไว้แต่ผู้ชุมนุมทั่วไปที่ต้องเผชิญหน้ากับอันตรายจากการปะทะและสลายการชุมนุมของ คฝ.

ปฏิบัติการของการ์ดที่เป็นหนอน/สายให้เจ้าหน้าที่มีเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่าง 'นักอนาธิปไตย' กับ 'แก๊งอันธพาล'  ซึ่งผู้ชุมนุมที่ยึดถือแนวทางแบบอนาธิปไตยที่ให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคลและการต่อต้านรัฐถึงแม้จะมีปฏิบัติการต่อต้านรัฐหลากหลายรูปแบบ  บางคนบางกลุ่มก็ชอบต่อต้านรัฐแบบนุ่มนวล  บางคนบางกลุ่มก็อาจจะชอบต่อต้านรัฐแบบแข็ง ๆ เช่นการปะทะ  แต่ทั้งหมดทั้งมวลของนักอนาธิปไตยจะให้ความสำคัญกับการแข็งขืนต่อรัฐที่ไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือให้รัฐหลอกใช้อย่างแน่นอน

ต่างจากแก๊งอันธพาลที่ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ารัฐเป็นสิ่งชั่วร้ายเพียงไรต่อเสรีภาพส่วนบุคคลและสังคม  คนพวกนี้จึงหลอกใช้ง่ายแค่ยกยอปอปั้นหรือถูกให้ความสำคัญก็หลงคารมเจ้าหน้าที่แล้ว

การหลอกใช้การ์ดเหล่านี้มีหลายรูปแบบ  เช่น  ถูกปั่นหัว/เป่าหู/เสี้ยม/ยกยอปอปั้น  เต็มใจให้ใช้  รับจ้างปฏิบัติการ  ฯลฯ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน  คือ  พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจยิ่ง (เสมือนว่าเป็นเกียรติภูมิของชีวิตทีเดียว) ที่ได้รับความสนิทสนมและไว้เนื้อเชื่อใจที่เจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับบัญชาหรือระดับสูงให้ความสำคัญในการเจรจาพูดคุยด้วย  พวกเขาจะรู้สึกภูมิใจยิ่งที่เขาได้รับทราบข้อมูลลับชั้นต่าง ๆ จากเจ้าหน้าที่ระดับผู้บังคับบัญชาโดยตรงที่มวลชนทั่วไปในม็อบไม่สามารถรู้ได้เท่าพวกเขา 

ส่วนที่ว่าพวกเขาจะได้รับค่าจ้างในการเป็นหนอน/สายหรือไม่  อย่างไร  เดาว่าน่าจะได้รับบ้างเป็นบางคน  โดยเฉพาะพวกที่เป็นลูกพี่/หัวหน้า  จำพวกเลี้ยงข้าว เลี้ยงเหล้า ค่าน้ำมัน สินน้ำใจหรือสิ่งของตอบแทนเป็นครั้งคราว  คงไม่มีค่าจ้างประจำที่มั่นคงหรือชัดเจนอะไรนัก

มีสามอย่างที่อยากแนะนำพวกเขามาก ๆ  ได้แก่  (1) อยากให้พี่น้องการ์ดที่เป็นหนอน/สายให้เจ้าหน้าที่พึงตระหนักถึงอยู่เสมอว่า  สิ่งที่พี่น้องทั้งหลายได้ร่วมแรงร่วมใจต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกันมาถึงจุดนี้นั่นคือ 'ขบวนการเคลื่อนไหว'  ไม่ใช่ 'กองกำลัง' ที่พร้อมจะลงมือปะทะอยู่เสมอตามที่เจ้าหน้าที่ปั่นหัว หลอกใช้ ยุยง ปลุกปั่น หรือสั่งการ

(2) หากพี่น้องการ์ดที่เป็นหนอน/สายให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าการชุมนุมใดก็ตามไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตน  ในแง่ที่ว่าเป็นการชุมนุมที่มีเจ้าของ มีเงื่อนไข กฎ ระเบียบและข้อตกลงในการชุมนุมร่วมกันมากเกินไป  เป็นม็อบที่จัดตั้งและไม่เป็นออร์แกนิคจนทำให้ไม่สามารถแสดงออกอย่างอิสระเสรีได้ตามที่กล่าวอ้าง  พี่น้องการ์ดที่เป็นหนอน/สายให้เจ้าหน้าที่ที่ดูมีกองกำลังเข้มแข็งเหล่านั้นก็สามารถจัดม็อบหรือจัดการชุมนุมเองได้เลย  ไม่ต้องคอยแต่ไปพึ่งพาหรือแสดงบทบาทในม็อบอื่นที่ไม่ตอบสนองต่อความต้องการของตน  ไม่ใช่คอยแต่จะไปทำลายแนวทางม็อบของคนอื่นเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของตน

(3) ถ้าอยากเป็นการ์ดและผู้ชุมนุมที่ดีของมวลชน  ไม่ตกเป็นการ์ดและผู้ชุมนุมที่เป็นหนอน/สายให้เจ้าหน้าที่  ขอให้เสียสละเวลาสักนิดเพื่อศึกษาทฤษฎีแนวคิดอนาธิปไตยให้มากขึ้น  ว่าสิ่งไหนคือปฏิบัติการที่หยัดยืนอยู่บนเสรีภาพส่วนบุคคลและการต่อต้านรัฐที่นักอนาธิปไตยถือเป็นคัมภีร์หรือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ  ที่จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่หลอกใช้ง่ายดายเกินไป  สิ่งไหนคือปฏิบัติการที่เป็นเพียงแค่ 'แก๊งอันธพาล' ที่ถูกเจ้าหน้าที่หลอกใช้โดยไม่สนใจที่จะรับผิดชอบต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้ชุมนุมอื่น ๆ

ป.ล. (1) การเขียนโดยไม่ระบุตัวบุคคลเช่นนี้อาจทำให้การ์ดหลายท่านที่มีเจตนาดีในการมาเป็นการ์ดให้แก่การชุมนุมต่าง ๆ ของขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยโกรธแค้นเอาได้ว่าเป็นการเหมารวมเกินไป  และทำให้พวกการ์ดทั้งหมดมีชื่อเสียงเสียหายได้  ก็ต้องขอโทษเอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ  ถ้าอ่านแล้วการ์ดท่านใดไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่เขียนมา  นั่นแสดงว่าท่านไม่เข้าข่ายแต่อย่างใด (2) ขอขอบคุณการ์ดทุกท่านในขบวนเดินทะลุฟ้าและหมู่บ้านทะลุฟ้าที่อดหลับอดนอนและร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาตลอดเส้นทาง  ดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...