โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ – หนังรักฉลาด ๆ ที่ทำงานกับหัวใจ

BT Beartai

อัพเดต 03 พ.ค. 2563 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2563 เวลา 13.40 น.
[รีวิว] The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ – หนังรักฉลาด ๆ ที่ทำงานกับหัวใจ

ชีวิตสันโดษของสาวจีนเจ้าปัญญาอย่าง เอลลี ชู (เลียห์ ลูวิส) มีอันต้องปั่นป่วนหลังถูกตื้อจาก พอล มันสกี (เดเนียล ดีเมอร์) นักอเมริกันฟุตบอลหัวทึบมาขอให้เธอเขียนจดหมายรักเป็นสื่อให้เขากับ แอสเธอร์ ฟลอร์ (อเล็กซิส เลอไมร์) สาวซินยอริตาร์สุดฮอต แต่ยิ่ง เอลลี สวมรอยจีบให้พอลมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งหลงใหลในความฉลาดและช่างคิดของ แอสเธอร์ มากเท่านั้น ซึ่งโจทย์ครั้งนี้ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก เมื่อ พอล และ เอลลี เริ่มผูกพันกันมากขึ้น จนผลลัพธ์อาจมีใครบางคนต้องเจ็บปวดจนนิยามของหนังสือเล่มไหนก็ไม่อาจให้คำตอบที่ถูกต้องได้เลยสักนิด

ความรัก คือความยุ่งเหยิง เลวร้าย เห็นแก่ตัว ทว่าก็กล้าหาญ เช่นเดียวกัน

หากมองหน้าหนังเผิน ๆ The half of it ก็ดูไม่ต่างจากหนังวัยรุ่นวุ่นรักเรื่องอื่น แต่ช้าก่อนนี่คือผลงานล่าสุดของ อลิซ อู๋  ผู้กำกับ Saving Faces (2004) หนังอินดีที่เคยเจาะลึกเล่าเรื่องชีวิตและความสัมพันธ์ของเลสเบียนชาวจีน อเมริกัน ที่ต้องต่อสู้กับขนบธรรมเนียมและปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวแบบเอเซียได้อย่างล้ำลึกและกวาดคำชมจากนักวิจารณ์มาแล้ว และกับ The half of it อู๋ก็ยังสามารถจับหัวใจของเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะการเล่นกับภาพลักษณ์ของคนเอเซียในโรงเรียนอเมริกันที่ถูกมองว่าเป็นสาวฉลาดแต่สันโดษ แถมยังหัวหมออีกด้วย ซึ่งตัวละครอย่าง เอลลี ชู หากเราเดาไม่ผิด มันก็น่าจะถอดแบบมาจากชีวิตของเธอเอง

WHAT THE FACT รีวิว The Half Of It

The Half Of It – Director Alice Wu, Leah Lewis – Photo Credit: Netflix / KC Bailey

ตัวละครอย่าง เอลลี ชู ถูกนำเสนอได้น่าสนใจมาก ซึ่งต่างจากหนังอเมริกันที่มีคนเอเซียในเรื่องที่มักจะถูกนำเสนอแบบเหมารวม แต่ที่ความชาญฉลาดของบทภาพยนตร์ของ อลิซ อู๋ คือการเล่นกับภาพเหมารวม (steriotype) นั่นแหละที่ทำให้ เอลลี มีมิติที่น่าสนใจโดยเฉพาะการที่ต้องเป็นสาวจีนอพยพที่มุ่งมั่นตั้งตัวจากการ รับจ้างทำการบ้านให้เพื่อน และต้องช่วยงานคุณพ่อที่สถานีรถไฟของสควอเฮมิชที่ตั้งอยู่หน้าบ้านเธอ และนอกจากมิติที่โรงเรียนแล้วที่บ้านของเธอเองเรายังจะได้รู้จักกับ เอดวิน ชู (คอลลิน โช) คุณพ่อที่พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้และต้องมาติดอยู่กับอาชีพนายสถานีรถไฟที่สควอเฮมิช เพราะถึงจะได้ปริญญาเอกเป็น ดอกเตอร์ แต่หากพูดอังกฤษไม่ได้ก็หมดสิทธิ์ได้มีตำแหน่งที่สูงกว่า ดังนั้นสถานีรถไฟเลยทำหน้าที่เป็นตัวละครสำคัญในเรื่องได้อย่างชาญฉลาดในแง่หนึ่งด้วย

WHAT THE FACT รีวิว The Half Of It

The Half Of It – Leah Lewis – Photo Credit: Netflix / KC Bailey

เขาจะวิ่งตามรถไฟทำไมนะ โง่จัง..

และไม่เพียงตัวละครนางเอกอย่าง เอลลี ชู เท่านั้น การที่หนังต้องมี “พระเอก”  แทนที่มันจะให้ภาพพระเอกหล่อ แสนดี เพอร์เฟกต์ แต่กับ ตัวละคร พอล มันสกี อาจเป็นภาพที่เกือบตรงกันข้ามเลย เพราะพ้นจากร่างกายสุดกำยำสไตล์นักอเมริกันฟุตบอลแล้ว พอล แทบไม่มีแต้มต่ออะไรในการทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งหันมามองเลย ทั้งเรียนก็ไม่ฉลาด พูดจาก็เลอะเทอะ แถมถ้าพูดตรงหรือแรงเกินไปก็ขออภัยล่วงหน้า..แต่ต้องยอมรับว่า นี่คือบทพระเอกที่ซื่อบื้อที่สุดในหนังโรแมนติกแล้วล่ะ แต่จุดเปลี่ยนที่จะทำให้คนดูอดรักเขาไม่ได้คือ ความจริงใจ เขายอมรับว่าตัวเองไม่ฉลาดจึงมาขอให้ เอลลี ช่วยเติมภาพความฉลาดให้แก่ แอสเธอร์ สาวที่เขาหมายปอง โดยที่ก็ไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นการเปิดช่องให้ เอลลี ได้รู้จักและหลงรักสาวในฝันของเขาไปโดยปริยาย

WHAT THE FACT รีวิว The Half Of It

The Half Of It – Leah Lewis, Alexxis Lemire – Photo Credit: Netflix / KC Bailey

 

นี่เหรอ..ฝีแปรงที่ดีที่สุดของเธอ ?

แม้แต่ตัวละครที่บทบาทอาจเป็นแค่บทสมทบจริง ๆ อย่าง แอสเธอร์ ก็ยังถูกปั้นแต่งในบทภาพยนตร์ได้อย่างมีเสน่ห์ โอเคล่ะว่าคำอธิบายของบทอาจเริ่มที่ สาวสวย ฉลาด แต่จากประสบการณ์การดูหนังแนวนี้สิ่งที่น่าเบื่อที่สุดจริง ๆ ก็คือบทที่ถูกปั้นและตราหน้าว่าต้อง ฉลาด และ สวย หรือ หล่อ นี่แหละ แต่กับ แอสเธอร์ แล้ว อลิซ อู๋ ก็ยังอุตส่าห์เพิ่มอุปสรรคชีวิตของการเป็นคนสวยเข้ามาให้คนดูเข้าใจแม้จะเต็มไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หวังคนดูหัวเราะแต่ด้วยการกำกับที่แม่นยำ เธอก็ยังดึงเอาความทุกข์ ความสับสนของตัวละครมาให้คนดูเห็นใจได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะ

WHAT THE FACT รีวิว The Half Of It

The Half Of It – Daniel Diemer, Leah Lewis – Photo Credit: Netflix / KC Bailey

ความรักเป็นเพียงชื่อสำหรับความปรารถนาและการตามหาความสมบูรณ์แบบ

หากเราจะจำกัดความให้ The half of it. เป็นเพียงหนังรักวัยรุ่นก็ยังดูจะเป็นการเหมารวมจนมองไม่เห็นรายละเอียดที่ผู้กำกับบรรจงใส่ลงไป แต่หากจะยกย่องให้ถึงขั้นเป็นหนังปรัชญาก็ดูจะเป็นให้ภาพต้องปีนกระไดดูจนทำให้หนังดูยากไปหมด ตรงกันข้ามเลย นี่คือหนังที่งดงามด้วยหลายองค์ประกอบมันมีปรัชญาเป็นแกนหลักให้ตัวละครได้เดินตามและพิสูจน์นิยามต่าง ๆ ของความรัก และในขณะที่หาคำตอบตัวละครก็เติบโตไปพร้อม ๆ กับคนดู และต้องยอมรับว่างานภาพของหนังคือเด็ดขาดมาก มักเต็มไปด้วยศิลปะ ความงาม การเปรียบเปรยทั้งการตั้งกล้องในระดับผิวน้ำเพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์แบบอยู่ใกล้ยิ่งหวั่นไหวของเด็กสาวสองคน หรือกระทั่งสถานีรถไฟที่เป็นแมสเซจสำคัญของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี.

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือทีมนักแสดงที่พาคนดูไปสัมผัสด้านที่อ่อนไหวที่สุดของคนดูได้โดยเฉพาะ ลีอา ลิวอิส ลูกครึ่งเอเซียที่เธอให้ภาพสาวแว่นเอเซียคงแก่เรียนที่ฉลาดทุกเรื่องแต่ดันมาติดสมการความสัมพันธ์และการต้องก้าวข้ามความรู้สึกที่เธอต้องรับผิดชอบครอบครัวไปสู่อนาคตที่ดีกว่าได้อย่างน่าชื่นชม ส่วน แดเนียล ดีเมอร์ ก็พาหน้าบื้อ ๆ ของเขามารับบท พอล มันสกี ได้อย่างมีเสน่ห์และอดทำให้คนดูหลงรักเขาไม่ได้ ส่วน อเล็กซิส เลอไมร์ กับบท แอสเธอร์ สาวสวยต้นเหตุของเรื่องก็ช่วยเพิ่มความสดใสให้เรื่องราวและทำให้สมการความสัมพันธ์ในเรื่องทำงานกับหัวใจคนดูได้ไม่แพ้กับพระ นาง ของเรื่องเลยทีเดียว.

ร่วมพิสูจน์นิยามความรักฉลาด ๆ ได้บน Netflix  

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

 

 

แชร์โพสนี้

[รีวิว] The half of it รักครึ่ง ๆ กลาง ๆ – หนังรักฉลาด ๆ ที่ทำงานกับหัวใจ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...