โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สืบ ตม.1’รวบอดีตพ่อค้าไอซ์ชาวตะวันออกกลาง ผันตัวเป็นมาเฟียย่านใจกลางเมือง

แนวหน้า

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2563 เวลา 09.44 น.

“ผบช.สตม.” นำแถลง “สืบ ตม.1” รวบอดีตพ่อค้ายาไอซ์ชาวตะวันออกกลาง ไม่เลิกพฤติกรรม ผันตัวเป็นมาเฟียชาวต่างชาติย่านใจกลางเมือง

15 ธันวาคม 2563 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.สิทธิชัย โล่กันภัย , พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 , พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายชาวต่างชาติ   

สืบเนื่องจากกองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (กก.สส.บก.ตม.1) ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ให้ทำการสืบสวนหาข้อมูลบุคคลต่างด้าวชาวตะวันออกกลางที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายโดยมี พฤติการณ์เกี่ยวกับข้องกับยาเสพติด หรือตั้งตัวเป็นกลุ่มแก๊งมาเฟีย เรียกเก็บค่าคุ้มครองบุคคลต่างชาติ

ต่อมา พ.ต.ท.ธนากร นิ่มมะโนรอง ผกก.สส.บก.ตม.1 พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ โรจนวานิชกิจ สว.กก.สส.บก.ตม.1, พ.ต.ต.ธงค์ โตอนันต์ สว.กก.สส.บก.ตม.1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 สืบสวนหาข้อมูลบุคคลต่างด้าวชาวตะวันออกกลางที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวกับข้องกับยาเสพติดหรือตั้งตัวเป็นกลุ่มแก๊งมาเฟีย เรียกเก็บค่าคุ้มครองบุคคลต่างชาติ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงลงพื้นที่สืบสวน และเก็บข้อมูลโดยมีการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มแก๊งชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เทียบเคียงจากข้อมูลประวัติบุคคลต่างด้าวที่เคยถูกดำเนินคดีโดยมีฐานข้อมูลอยู่ในระบบสาระสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสืบค้นจากคดีค้างเก่าในท้องที่เขตสถานีตำรวจนครบาลทั่วกรุงเทพฯ อีกทั้งยังได้รับข้อมูลจากสายลับที่ตรงกับข้อมูลการสืบสวนว่า มีบุคคลชาวตะวันออกกลางมีพฤติกรรมน่าสงสัย

สำหรับบุคคลดังกล่าวคือ นาย MOHAMED อายุ 37 ปี สัญชาติอียิปต์ มักจะแอบอ้างกับบุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะในรายที่ไม่มีหนังสือเดินทาง หรือรายที่ประกอบธุรกิจโดยที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานว่า ตนสามารถดูแลคุ้มครองให้บุคคลต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยนั้นอยู่ได้ โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้ามาจับกุมได้ แต่ทุกคนจะต้องแลกด้วยจ่ายเงินเป็นค่าคุ้มครองให้กับตนเป็นรายเดือน หากใครไม่ยินยอมก็จะถูกข่มขู่และทำร้าย บุคคลต้องสงสัยดังกล่าวยังตระเวนไปตามตามแหล่งสถานบันเทิงในเขตบริเวณกรุงเทพมหานคร เพื่อจำหน่ายยาเสพติดโดยเน้นกลุ่มคนต่างชาติ และยังมีข้อมูลสำคัญอีกว่าบุคคลดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายไอซ์โดยผิดกฎหมาย เมื่อปี 2560 มาแล้ว

ต่อมาจึงได้มีบุคคลต่างด้าวที่มีลักษณะคล้ายกับเป้าหมายเดินทางมายังบริเวณตามที่สายลับแจ้งไว้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบเอกสารหนังสือเดินทางและเอกสารอื่นๆ ที่อยู่ในราชอาณาจักร จากการสอบถามเจ้าตัวยอมรับว่าตนคือ นาย MOHAMED อายุ 37 ปี สัญชาติ อียิปต์ แต่ตนเองไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเชิญตัวมายัง กก.สส.บก.ตม.1 เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับระบบสาระสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

จากข้อมูลบุคคลต่างด้าวรายนี้อยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่ากำหนด เป็นเวลา 1,772 วัน เจ้าตัวยอมรับว่า ตนเคยถูกดำเนินคดีในข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายยาไอซ์โดยผิดกฎหมาย เมื่อปี 2560 มาก่อน ชุดจับกุมจึงควบคุมตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและจะทำการสืบสวนขยายผล เพื่อตัดวงจรมาเฟียชาวต่างชาติต่อไป โดยจับกุมได้ที่เหตุร้านแห่งหนึ่ง สาขาเดอะไนน์ ถนนพระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินการต่อไป

สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด  

       

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...