เรือนไม้เก่า 'เมืองแพร่' มรดก 'ไม้สัก' ระบือโลก
เรือนไม้พื้นถิ่นเมืองแพร่ มรดกทางวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของคนในท้องถิ่นเมืองแพร่ปัจจุบันเรือนไม้ดังกล่าวได้ลดน้อยลงไป จากการรื้อถอน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เสื่อมสภาพลง จากการศึกษาทำให้ได้รับรู้ถึงภาวะวิกฤตที่จำนวนเรือนไม้ลดลงเรื่อย เพื่อเป็นแนวทางในการอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าทางสถาปัตยกรรมเรือนไม้พื้นถิ่นเมืองแพร่ การรวบรวมลักษณะเรือนไม้ จึงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท เฉพาะในพื้นที่จังหวัดแพร่คือ เรือนไม้เก่า เรือนไม้ร้านค้า เรือนขนมปังขิง เรือนไม้ประยุกต์ เป็นข้อมูลที่รวบรวมโดย กลุ่มเครือข่ายลูกหลานเมืองแพร่
1.เรือนม่าเก่า (Local Wooden House) หรือเรือนไม้เก่า เป็นเรือนที่มีพื้นฐานจากสภาพทางภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวัฒนธรรมล้านนา ผังบริเวณ ข่วง พื้นที่เปิดโล่ง (Open Space), ตูบผี, ฮั้วไม้ (รั้ว),สวน เช่น สวนบันได สวนน้ำบ่อ ต๊อบอาบน้ำ สวนครัว (สวนฮิ), และถุข้าว เป็นเรือนยกพื้นสูงมีใต้ถุน พื้นที่ใช้สอยหลัก ประกอบด้วย ชานเรือน (จาน), ซุ้มบันได, เติ๋น, ห้องนอน, ครัวไฟ ชั้นล่างเป็นพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ หลังคาแยกส่วนตามกลุ่มพื้นที่ใช้สอย ทรงจั่วผสมปีกนก ลาดชัน 35-45 องศา วัสดุส่วนใหญ่เป็นไม้สักหรือไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องซีเมนต์ การตกแต่งเน้นองค์ประกอบรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่าย
2.รือนไม้ร้านค้า (Wooden Shophouse) มีลักษณะเด่นเฉพาะหลัง แบ่งเป็นเรือนไม้ร้านค้าเดี่ยว และพื้นที่ใช้สอยประกอบด้วย ส่วนค้าขาย ส่วนเก็บของ และส่วนอยู่อาศัย เรือนมีทั้งแบบชั้นเดียวและสองชั้น จุดเด่นเรือนจะมีทางเดินด้านหน้า (Colonnade) หลังคาทรงจั่ว หรือปั้นหยา วัสดุเป็นไม้สักหรอไม้เนื้อแข็ง วัสดุหลังคามุงหลังคา กระเบื้องซีเมนต์ หรือแป้นเกล็ดไม้การตกแต่งเน้นองค์ประกอบรูปทรงเรขาคณิตเรียบง่าย
3.เรือนขนมปังขิง (Gingerbread House) นิยมสร้างในชนชั้นเจ้านายท้องถิ่น วางผังแบบเรือนม่าเก่า บนพื้นที่ขนาดใหญ่ เป็นศูนย์กลางของชุมชนผังบริเวณ ข่วง, ตูบผี, บ่อน้ำ, ต๊อบอาบน้ำ, สวน และถุข้าว การจัดวางพื้นที่ใช้สอย ประกอบด้วย พื้นที่สาธารณะ รับแขก นอน และ ครัว บันไดวางภายในบ้านผังเรือนแบบสมมาตรรูปตัวที เรือนสองชั้น พื้นที่ใช้สอยด้านหน้าแบบตะวันตกนิยม ส่วนด้านหลังมีการใช้สอยแบบเรือนม่าเก่าหลังคา จั่วหรือปั้นหยาแบบมะนิลา แบ่งทรงหลังคาสองระดับโครงสร้างระบบเสาคาน ใช้ไม้สักผสมผสานกับ คสล.วัสดุไม้สักเป็นส่วนใหญ่ ผสมผสานกับวัสดุร่วมสมัยจากต่างประเทศ เช่น คอนกรีต กระจก อุปกรณ์บานพับ และเครื่องเรือนแบบตะวันตก การตกแต่งเรือน รูปทรงสมดุลโอ่อ่าสง่างามด้วยลวดลายไม้ฉลุตาตามส่วนต่างๆ ของเรือน ตัวเรือนนิยมทาสีสันตามรสนิยมเจ้าของ
4.เรือนไม้ประยุกต์ (Applied Wooden House) เป็นลักษณะเรือนไม้ที่เกิดขึ้น ในปลายรัชกาลที่ 6 ต่อเนื่องถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเรือนการเปลี่ยนแปลงการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ได้ส่งผลต่อรูปแบบสถาปัตยกรรมในเมืองแพร่อย่างต่อเนื่อง มีการสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารลักษณะพิเศษหลายรูปแบบ เรือนประเภทนี้เรียก เรือนไม้ประยุกต์ เรือนไม้ประยุกต์เป็นการผสมผสานอิทธิพล เฮือนบ่าเก่า เรือนขนมปังขิง และเรือนแบบอาณานิคม (Colonial Style) วัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่สร้างด้วยไม้สัก แต่ส่วนโครงสร้างหลัก ฐานราก และเสาชั้นล่างสร้างด้วยคอนกรีต วัสดุสมัยใหม่เริ่มเข้ามามีอิทธิพลในการก่อสร้างมากยิ่งขึ้น
หากแต่เมืองแพร่ในอดีตเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้สักทองที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกก็ว่าได้ จากหลักฐานของการเข้ามาทำไม้ของ บริษัท สัญชาติเดนมาร์ก คือ บริษัท อีสเอเชียติกส์ และคืออาคารเก่าแก่ที่มีอายุเกิน 100 ปี ขึ้นไป ในปัจจุบันที่เห็นเด่นชัดคือกลุ่มอาคารของบริษัทอีสเอเซียติกส์ ในโรงเรียนป่าไม้แพร่ บ้านของบุคคลเชื้อสายลูกหลานอาศัยอยู่ ใช้ช่างก่อสร้าง 3 ชุด คือช่างทำตัวบ้าน เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน ช่างตกแต่งบ้านเป็นชาวจีนเซี่ยงไฮ้ ประกอบกับช่างฝีมือพื้นบ้านชาวแพร่ เจ้าในอดีต เช่น บ้านวงศ์บุรี คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ บ้านวงศ์พระถางเป็นของพ่อเจ้าเสาร์ วงศ์พระถางน้องชายของหลวงพิบูลย์ บุตรเขยของแม่เจ้าบัวถา
เจ้าของบ้านวงศ์บุรีเกี่ยวเนื่องกับบ้านวงศ์บุรี สันนิษฐานว่าใช้ช่างฝีมือชุดเดียวกัน และยังคงมีบุตรหลานอาศัยอยู่ บ้านหลวงศรี ปัจจุบันก็ยังมีคุ้มวิชัยราชา สร้างโดยเจ้าหนานขัติ หรือพระวิชัยราชา สันนิษฐานว่าสร้างก่อนปี พ.ศ.2434 มีช่างฝีมือจากชาวจีน กวางตุ้ง หนีการสร้างทางรถไฟสายเหนือ ช่วงกันดารมาอยู่แพร่เป็นหัวแรงสำคัญในการก่อสร้าง ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้น สถาปัตยกรรมขนมปังขิง สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังประดับด้วยลายฉลุสวยงาม หลังคาทรงมะนิลามุงด้วยไม้แป้นเกล็ด สถานีรถไฟบ้านปิน อำเภอลอง เป็นสถานีรถไฟแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย สร้างด้วยสไตล์ บราวาเรียน ทิมเบอร์ เฟรมเฮ้าส์ เป็นสถานปัตยกรรมของเยอรมัน โดยมีไม้สักเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง บ้านประทับใจ บ้านของตระกูล ชัยวัณณคุปต์ ของนายกิจจา ชัยวัณณคุปต์ คือบ้านประทับใจแพร่ ที่สร้างด้วยไม้สักเก่าแก่ จากบ้านไม้เรือนเก่า จำนวน 9 หลัง เสาสองคนโอบ และตัวบ้านกินเนื้อที่ 1.28 ไร่ เสาไม้สักแก่สลักด้วยฝีมือช่างพื้นบ้านเมื่อ 45 ปีก่อน จำนวน 139 ต้น ก็ยังคงมีให้เห็น
หากจะสืบค้นเรื่องราวบ้านเก่าเล่าเรื่องเมืองแพร่แล้ว ไม่ผิดที่จะพูดว่าแพร่คือเมืองไม้ที่ยังคงมีสิ่งปลูกสร้างจากไม้สักให้หลงเหลือได้เห็นอย่างชัดเจน และเกี่ยวโยงไปถึงโครงการต่างๆ ที่องค์กรภาครัฐและเอกชนในจังหวัดแพร่ ก่อนหน้านั้นพยายามผลักดันการส่งเสริมภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวเกี่ยวกับบ้านไม้สัก บ้านเก่าเล่าเรื่องในจังหวัดแพร่อย่างต่อเนื่อง ด้วยว่า ต้นทุนทางการท่องเที่ยวในเรื่องบ้านเก่านั้น ยังมีอยู่มาก และเป็นจุดแข็งที่ดีได้ในเรื่อง เมืองไม้สัก รักบ้านเก่า เล่าเรื่องแพร่
นางสิรินาถ ฉัตรษุภกุล ผู้อำนวยการ สำนักงาน ททท.จังหวัดแพร่ กล่าวว่า สำนักงาน ททท.ส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงบ้านเก่าหรือเมืองไม้สัก อย่างต่อเนื่อง ในแง่ของการส่งเสริม จะทำในเชิงเรื่องเล่าเรื่องท่องเที่ยว แต่มุ่งประเด็นประวัติศาสตร์ท่องเที่ยว และเป็นโอกาส มีคนอยากมาเห็นอยากมาสัมผัสร่องรอยที่เกิดขึ้น และสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ เมืองแพร่สามารถทำได้ดีในการเก็บรักษา เส้นทางการท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรม ตอนนี้ ททท.แพร่ จัดทำพร้อมแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องบ้านเก่าเล่าเรื่อง เมืองไม้สัก อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากกระแสที่เกิดขึ้น อยากมาเห็น มาสัมผัสร่องรอยเรื่องเล่าที่เกิดขึ้น ด้วยตัวเอง