โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชการลับรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 10.27 น.
พระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 ที่ทรงฉายกับบิสมาร์ก ที่เมืองฮัมบูร์ก พ.ศ. 2440

ราชการลับรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี

ภายหลังจากวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 (พ.ศ. 2436) และปฏิญญาระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2439 ซึ่งประกันความเป็นกลางและอธิปไตยของสยามเหนือลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ทำให้เกิดแรงสั่นคลอนต่ออำนาจของสยาม รัชกาลที่ 5 จึงทรงมีพระราโชบายที่จะถ่วงดุลอำนาจอังกฤษและฝรั่งเศส โดยการกระชับสัมพันธไมตรีกับรัสเซียและเยอรมนี

การเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2440 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในทางการเมือง โดยเฉพาะการเสด็จฯ เยือนเยอรมนี ดังที่รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดํารัสว่า การมาพบจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 จักรพรรดิเยอรมนีสำคัญไม่น้อยไปกว่าไปรัสเซีย “การที่ไปหาเอมเปอเรอนี้ ถ้าจะเปรียบก็เหมือนกับดาวเล็ก ๆ เข้าไปใกล้พระจันทร์มันโจทกันจ๊อบแจ็บไปทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ดีทำให้เราเป็นคนสำคัญขึ้นได้มาก”

ในระหว่างการเสด็จฯ เยอรมนี เป็นโอกาสที่รัชกาลที่ 5 จะทรงปรึกษาข้อราชการลับต่าง ๆ มากมาย เพื่อขอแรงสนับสนุนจากจักรพรรดิเยอรมนีในการปกป้องเอกราชของสยาม โดยทรงถือว่าจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 เป็นพันธมิตรที่สำคัญมากเทียบเท่าพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 เลยทีเดียว

เอกสารหนึ่งของเยอรมนีซึ่งตีพิมพ์ ค.ศ. 1897 (พ.ศ. 2440) ได้เผยเรื่องราวเกี่ยวกับการเสด็จฯ ครั้งนั้นว่า “เคอนิกจุฬาลงกรณ์จะได้ร่วมโต๊ะเสวยอีกครั้งกับพระเจ้าไกเซอร์ของเรา หลังจากที่เข้าเฝ้าเป็นส่วนพระองค์แล้วอีกรอบหนึ่ง หัวข้อการหารือคงไม่พ้นเรื่องการเมืองและการค้าขายในสยาม เป็นที่รู้กันอยู่ว่าทรงได้รับการสนับสนุนในเรื่องนี้อยู่”

เอกสารอีกชิ้นหนึ่งซึ่งตีพิมพ์ ค.ศ. 1898 (พ.ศ. 2441) ได้ระบุถึงเหตุผลของการเสด็จประพาสยุโรปว่า “เป็นการเสด็จทางการเมืองไปแสวงหาการสนับสนุนจากมหาอำนาจชาติยุโรป เพื่อหาทางคลี่คลายความตึงเครียดจากการคุกคามอธิปไตย ที่พวกฝรั่งเศสดำเนินการอยู่ตามนโยบายล่าอาณานิคม”

รัชกาลที่ 5 ทรงได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติยศจากจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 ทั้งสองพระองค์มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก จนสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง มีการตีความกันไปต่าง ๆ ถึงขั้นวิจัยผลประโยชน์ได้เสียของการเสด็จฯ เยือนในครั้งนี้ เช่น อังกฤษกล่าวถึงการเสด็จฯ เยอรมนีว่า เหมือนกับการปลุกสิงโตให้ตื่นขึ้นมาคำรามอย่างน่าสะพรึงกลัว ในฝรั่งเศส นักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมต่างกำลังปลุกระดมเพื่อขัดขวางการเสด็จฯ เยือนกรุงปารีส ส่วนในรัสเซียและเยอรมนีต่างก็สนับสนุนและเห็นอกเห็นใจสยาม

ย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในเวลาที่รัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ถึงยุโรปในช่วงแรก ๆ ทรงมีพระราชโทรเลขด่วนถึงพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม ผู้ทรงทำหน้าที่ราชเลขานุการของคณะผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ในกรุงเทพฯ ความว่า

“ฉันมีความปรารถนาที่จะให้เธอแบ่งย่อโทรเลขของฉันที่มีไปถึงสมเด็จพระบรมราชินีนารถนั้น ลงพิมพ์ให้ทราบทั่วไปแก่มหาชนอันเป็นที่รักใคร่ของเราเนือง ๆ จึงเป็นน่าที่ของเธอที่จะนำคำแปลโทรเลขนั้น สมเด็จพระบรมราชินีนารถจะทรงเห็นควรว่าส่วนใดเป็นการลับ ซึ่งไม่ควรจะปรากฏเปิดเผยตามแต่จะวินิจฉัยได้ทุกประการ วิธีซึ่งจะให้เป็นสดวกต่อไปภายน่านั้น บรรดาโทรเลขสำคัญ เซนสยามินทร์นั้นประสงค์จะให้ปรากฏในหนังสือพิมพ์ราชการ แต่โทรเลขที่เซนจุฬาลงกรณ์นั้น ประสงค์ว่าเป็นส่วนเฉพาะตัวแลเป็นการลับ

จุฬาลงกรณ์”

หมายความว่า ให้ทางกรุงเทพฯ วินิจฉัยจากลายพระบรมนามาภิไธยว่า ถ้าเป็น “สยามินทร์” คือไม่ใช่ความลับ แต่ถ้าเป็น“จุฬาลงกรณ์” นั่นคือข้อราชการลับอย่างยิ่งยวด

รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชดำริอุบายแฝงความลับในข้อราชการบางอย่างไว้ในตัวอักษรเพื่อให้ราชสำนักที่กรุงเทพฯ ตีความ อุบายนี้ถือเป็น “โค้ดลับ” ที่ไม่เคยทรงใช้มาก่อน ทั้งนี้ เนื่องจากหากส่งข้อความผ่านโทรเลข ซึ่งมีชุมสายอยู่ที่ เมืองมอลแมงในพม่า (อาณานิคมอังกฤษ) และเมืองไซ่ง่อนในเวียดนาม (อาณานิคมฝรั่งเศส) ก็อาจทำให้ความลับต่าง ๆ ถูกสองชาติมหาอำนาจดักอ่านได้ก่อนส่งไปสยาม

โดยหากเป็นเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือจากข้อราชการเร่งด่วนที่ต้องส่งทางโทรเลขแล้ว ความลับอื่นรวมถึงพระราโชบายและบทวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ จะพระราชทานไว้ในพระราชหัตถเลขา หรือจดหมาย ซึ่งมีถึงสมเด็จพระบรมราชินีนาถโดยตรง

นอกจากการพบจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แล้ว รัชกาลที่ 5 ยังเสด็จฯ ไปพบบิสมาร์ก เสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ของเยอรมนี ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองอย่างมาก จนหนังสือพิมพ์อังกฤษฉบับหนึ่งลงข่าวซึ่งเขียนไว้แบบตีวัวกระทบคาด ความว่า

“แน่นอนพระเจ้ากรุงสยามคงจะลืมเยอรมันไม่ได้หรอก ขนาดพระจักรพรรดิยังจัดกองทัพซ้อมรบถวายให้ดูเล่น และถึงจะเหน็ดเหนื่อยปานใดก็ยังทรงอุตส่าห์เสด็จเยี่ยมท่านบิสมาร์คถึงประตูบ้าน เดี๋ยวนี้เจ้าชายทรงชรามากแล้ว การไปเยือนทำให้ท่านกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกหลายปี คงเป็นการไปคารวะผู้อาวุโสที่น่าเคารพ กษัตริย์สยามควรจะได้ความรู้ไปมากพอดู นี่ถ้าท่านรัฐบุรุษหนุ่มกว่านี้อีกสักหน่อย น่าจะได้รับทาบทามให้กลับไปคุมหัวเรืออีกสักครั้ง!”

ไกรฤกษ์ นานา อธิบายว่า การเข้าพบครั้งนั้นเพื่อขอ “เซเกินโอพีเนียน” (Second Opinion) แต่ด้วยเรื่องอะไรนั้นยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้จนบัดนี้ สันนิษฐานเพียงว่า เกี่ยวกับข้อราชการลับ ซึ่งในพระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่งที่ลงพระปรมาภิไธยว่า“จุฬาลงกรณ์” นั้นตรัสบอกอย่างลับ ๆ แต่ไม่ลับว่า

“แต่ในเรื่องไมตรีเยอรมันกับรัสเชียนี้ ฉันได้ถามความเห็นปรินซ์บิสมาร์คท่านกล่าวว่าเห็นหายั่งยืนไม่ เรื่องนี้จะได้เขียนไปฉบับหนึ่งต่างหาก” พระราชหัตถเลขาฉบับหนึ่งต่างหากนั้นยังไม่มีใครพบเห็นจนบัดนี้ บางทีอาจจะไม่ได้ทรงเขียนขึ้นเลย หรืออาจมีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควรและอาจทรงนำกลับมาเล่าเมื่อเสด็จกลับถึงเมืองไทยแล้วก็เป็นได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ไกรฤกษ์ นานา. (2551).ประวัติศาสตร์นอกพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ 5 พระพุทธเจ้าหลวงในโลกตะวันตก. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 ตุลาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราชการลับรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนเยอรมนี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...