โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นีโอฯเปิดศึก FMCG พรีเมี่ยม เจาะคนรุ่นใหม่-ส่งออกดันยอดหมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ต.ค. 2562 เวลา 12.03 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2562 เวลา 12.03 น.

ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค 4 แสนล้านคึกคัก “นีโอ คอร์ปอเรท” ทุ่มงบฯลงทุน 2 พันล้าน เพิ่มการผลิตสองเท่า พร้อมสร้างศูนย์อาร์แอนด์ดีพัฒนาสินค้า ประกาศเดินหน้าออกสินค้าพรีเมี่ยมบุกตลาด ส่งผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ดีนี่ และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ทรอส ชิมลาง ดึง 2 ดาราดัง เบลล่า-ราณี เป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมอาบน้ำบีไนซ์ “ญาญ่า-อุรัสยา” เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์ พร้อมบุกตลาดออนไลน์ ขนสินค้าขายผ่านลาซาด้า-ช้อปปี้ รับเทรนด์คนยุคใหม่ ด้านตลาดต่างประเทศเตรียมส่งออกไปยุโรป ออสเตรเลีย ตั้งเป้าสร้างรายได้แตะ 1 หมื่นล้านภายในปี 2565

ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ยังเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง นอกจากซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตสินค้าจะทยอยส่งสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดเป็นระลอก ๆ แล้ว อีกด้านหนึ่งก็มีการจัดแคมเปญโปรโมชั่นอย่างหนักหน่วงทั้งกับผู้บริโภคและช่องทางจำหน่าย แต่จากความท้าทายความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ซัพพลายเออร์ต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค

ทุ่ม 2 พันล้านขยายกำลังผลิต

นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานกรรมการและประธานบริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค อาทิ น้ำยารีดผ้าเรียบ-ปรับผ้านุ่ม ไฟน์ไลน์, ผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ดีนี่, ครีมอาบน้ำ บีไนซ์, ผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลผู้ชาย ทรอส, ผลิตภัณฑ์โรลออนและสเปรย์วีไวต์ เป็นต้น เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีมูลค่ากว่า 4.4 แสนล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก และผลิตภัณฑ์กลุ่มซักผ้า ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ

ปัจจัยหลัก ๆ นอกจากสินค้าดังกล่าวจะเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมาจากความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าชนิดน้ำแทนผลิตภัณฑ์ชนิดผงมากขึ้น หรือเปลี่ยนมาใช้ครีมอาบน้ำแทนการใช้สบู่ก้อน ทำให้ครีมอาบน้ำเป็นอีกเซ็กเมนต์หนึ่งที่เติบโตเร็วมาก

โดยการดำเนินงานของบริษัทเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการทุ่มงบฯกว่า 2,000 ล้านบาท สร้างโรงงานการผลิต บนพื้นที่ 190 ไร่ จ.ปทุมธานี และได้วางระบบการผลิตใหม่ด้วยระบบหุ่นยนต์มาใช้ทั้งหมด และทำให้ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 2.5 เท่า นอกจากนี้ ยังได้ลงทุนสร้าง R&D Center ศูนย์รวมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์แคทิกอรี่ใหม่ ๆ ซึ่งได้จับมือกับพาร์ตเนอร์จากประเทศญี่ปุ่นเพื่อทำงานร่วมกัน นำระบบซัพพลายเชนที่ได้มาตรฐาน เป็นระบบจ่ายสินค้าผ่านระบบอัตโนมัติ โดยข้อดีจะทำให้จัดส่งสินค้าจากโรงงานผลิตถึง

คลังสินค้าได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังได้เตรียมทำศูนย์วิจัยที่โรงงานร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีหลายส่วนที่เราทำเอง มีทั้งพืชดอกไม้มาร่วมทำวิจัยกัน เพื่อนำวัตถุดิบท้องถิ่นจากธรรมชาติเพื่อทดแทน เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่รองรับเทรนด์การตลาด

ออกสินค้าใหม่-รุกตลาดพรีเมี่ยม

นายสุทธิเดช กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป ยุทธศาสตร์หลักของบริษัทจะมุ่งไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยับไลน์สินค้าไปยังกลุ่มที่เป็น

พรีเมี่ยมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก ดีนี่ และผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ทรอส เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่กล้าที่จะยอมจ่ายเพิ่มถ้าได้สินค้าที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับสินค้าในกลุ่มพรีเมี่ยมนี้ซึ่งในแง่ราคาอาจจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ลูกค้าจะได้คุณภาพและนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มขึ้น ตอนนี้ได้ลอนช์สินค้าที่มีความเป็นพรีเมี่ยมออกมาทดลองตลาดแล้ว และในอนาคตก็จะส่งออกไปต่างประเทศด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทได้ทยอยส่งสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดเพิ่มเป็นระยะ ๆ เพื่อสร้างความคักคักให้กับตลาด อาทิ การลอนช์ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำบีไนซ์ ลิมิเด็ตเอดิชั่น กลิ่นบิงซู กลิ่นชานมไข่มุก และกลิ่นฟรุ๊ตค็อกเทล ซึ่งครีมอาบน้ำกลิ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นนี้จะจำหน่ายประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคค่อนข้างดี ต่อไปก็จะมีกลิ่นใหม่ออกมาทุก ๆ ปี นอกจากนี้ ก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ทรอส คาสโนวา” ในรูปแบบของโรลออน โคโลญจ์

“การที่จะออกสินค้าใหม่ ๆ ได้ โดยหลักจะต้องมาจากการทำวิจัยศึกษาตลาดกับคอนซูเมอร์ เพื่อนำข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้าได้อย่างตรงจุด ซึ่งแต่ละปีต้องทำการวิจัยมากกว่า 200 งานวิจัย เพื่อสำรวจเทรนด์การตลาดใหม่ เพราะปัจจุบันพฤติกรรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างเร็ว ขณะเดียวกัน ก็จะมีการเพิ่มนวัตกรรมเข้าไปในสินค้าเพื่อให้เป็นสูตรเฉพาะของบริษัท”

เพิ่มน้ำหนักบุกตลาด ตปท.

นายสุทธิเดช กล่าวด้วยว่า นอกจากการออกสินค้าใหม่ ๆ ดังกล่าว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อสร้างการรับรู้ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายด้วย ขณะเดียวกัน ก็ได้ทุ่มงบฯเพื่อทำการตลาดให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า และพรีเซ็นเตอร์ก็จะเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่บริษัทจะใช้สร้างการรับรู้ไปถึงผู้บริโภค ล่าสุดได้เบลล่า-ราณีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครีมอาบน้ำบีไนซ์ และญาญ่า-อุรัสยาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ผลิตภัณฑ์ไฟน์ไลน์ นอกจากนี้ ยังได้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายผ่านช่องทางจำหน่ายออนไลน์ ได้แก่ ลาซาด้า ช้อปปี้ และเว็บไซต์ นีโอ คอร์ปอเรท เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น จากเดิมที่ช่องทางจำหน่ายหลัก ๆ จะอยู่ที่โมเดิร์นเทรดและเทรดิชั่นนอลเทรด

นายสิทธิเดชยังกล่าวถึงการทำตลาดในต่างประเทศ ปัจจุบันได้ส่งออกผลิตภัณฑ์ผ่านตัวแทนจำหน่ายไปประมาณ 8 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา มัลดีฟส์ อิรัก และจีนทางตอนใต้ สินค้าหลัก ๆ ที่ส่งออกไปส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์แม่และเด็ก และผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการส่งออกไปประเทศแถบยุโรป ออสเตรเลีย และอินเดีย เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะอินเดียนั้นถือเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพค่อนข้างสูง คาดว่าจะช่วยผลักดันรายได้จากการส่งออกในสิ้นปีนี้เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนที่ขยายตัว 14%

“ตอนนี้ตลาดต่างประเทศมีทิศทางที่ดี และในแง่ยอดขายค่อย ๆ เติบโตขึ้น โดยเฉพาะเวียดนาม ลาว กัมพูชา และมัลดีฟส์ หลัก ๆ เป็นการทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งบริษัทก็มีแผนจะเพิ่มตัวแทนจำหน่ายและออกไปโรดโชว์ตามงานแสดงสินค้าต่าง ๆ ให้มากขึ้น” นายสุทธิเดช กล่าวและว่า

สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้การเติบโตไว้ประมาณ 19% และตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมเพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทภายในปี 2565 โดยหัวใจหลักจะมาจากการพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้ามากขึ้น จากผลการดำเนินงานของบริษัทในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีรายได้รวมราว ๆ 3,400 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนประมาณ 19% ซึ่งค่อนข้างสวนกระแสเศรษฐกิจ-กำลังซื้อค่อนข้างมาก แบ่งเป็นประเภทสินค้าของใช้ส่วนตัว 37% และผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน 63% หรือเป็นรายได้จากตลาดในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15% โดยแบรนด์ที่สร้างรายได้ดี ได้แก่ กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก ดีนี่, ผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าไฟน์ไลน์ และครีมอาบน้ำบีไนซ์ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...