โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุด!ฝากขังพ่อฆ่าลูกชายฝังดิน เมียเก่าแฉสิ้นพฤติกรรมสุดหื่น ไล่ปล้ำหลาน-แฟนเก่าลูก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ค. 2563 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2563 เวลา 13.02 น.

สุด!ฝากขังพ่อฆ่าลูกชายฝังดิน เมียเก่าแฉสิ้นพฤติกรรมสุดหื่น ไล่ปล้ำหลาน-แฟนเก่าลูก

ตำรวจคุมตัวพ่อฆ่าลูกยัดกระสอบฝังดินฝากขัง อดีตเมีย”แฉ”ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทำ เคยปลุกปล้ำพยายามข่มขืนหลานในไส้ ปลุกปล้ำขืนใจแฟนเก่าลูกชาย จนต้องหนีออกจากบ้านไป สุดท้ายก็มาก่อเหตุซ้ำอีก พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยให้ไปยื่นเรื่องประกันในชั้นศาลวงเงิน 7 แสนบาท แต่ต้องนอนคุก

คืบหน้าคดี นายอรุณ ปลอดแก่นทอง อายุ41 ปี ฆ่ายัดกระสอบขุดหลุมฝังดิน นายชาญชัย ปลอดแก่นทอง อายุ 21 ปี ลูกชายแท้ๆในป่าสวนยางพื้นที่หมู่9 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา เมื่อวันที่22 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากปัญหาที่แอบไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับลูกสะใภ้ที่เป็นภรรยาของลูกชายในลักษณะบังคับขืนใจ และหลังถูกจับกุมเจ้าตัวของยอมรับสารภาพว่าฆ่าลูกชายจริงแต่อ้างว่า มีสาเหตุมาจากเรื่องที่ลูกชายติดยาเสพติดโดยไม่ยอมปริปากเรื่อง ที่ขืนใจลูกสะใภ้

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 พ.ค. ที่ สภ.นาหม่อม พนักงานสอบสวนสภ.นาหม่อม จ.สงขลา ได้ควบคุมตัว นายอรุณ ไปฟ้องฟากขังผลัดแรกที่ศาล จ.สงขลา และคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ ทั้งนี้ขณะคุมตัวไปฝากขังยังมีสีหน้าเรียบเฉย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว และระหว่างนำตัวขึ้นรถ ได้มีภรรยาคนปัจจุบันของนายอรุณ และลูกชายอายุ11ขวบ เดินเข้ามาสวมกอดกันสามคนพ่อแม่ลูก เมียและลูกชายถึงกับร้องให้โฮและลูกชายขอให้พ่ออยู่อย่างสุขสบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภรรยาคนปัจจุบันของ นายอรุณ ได้มาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อที่จะสอบถามเรื่องขั้นตอนการประกันตัว แต่คดีนี้ในชั้นพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวโดยจะต้องไปยื่นเรื่องขอประกันในชั้นศาลวงเงิน7 แสนบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว น.ส.รจนา(กุ้ง)  เหล็มปาน อายุ 20 ปี ภรรยาของนายชาญชัยฯและแม้แท้ๆและพ่อเลี้ยง มาให้ปากคำประกอบสวนคดีเพิ่มเติม น.ส.กุ้งได้พาลูกชายที่เพิ่งคลอดได้ 9 เดือนเดินทางมาด้วย และทีแรกหลังจากที่ให้ปากคำเสร็จก็จะเดินทางไปทำพิธีอัญเชิญวิญญาณบนเขาจุดเกิดเหตุ แต่ปรากฏว่าไม่ทันต้องเลื่อนไปในวันที่ 26 พ.ค.และต้องขอเอกสารจากตำรวจเพื่อไปยื่นเรื่องขอรับศพนายชาญชัยฯ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

ด้าน นางวันวิสา รามทิพย์ อายุ 40 ปี แม่แท้ๆของ นายชาญชัย และ นายประสิทธิ์ รามทิพย์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยง ได้เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ นายอรุณก่อเรื่องเช่นนี้ พยายามปลุกปล้ำขืนใจหลานแต่ไม่สำเร็จ อดีตแฟนของลูกชายที่มาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าใน อ.นาหม่อม จนแฟนเก่าของลูกหนีไปไม่กลับและ มาทำกับเมียลูกชายอีก เป็นเพราะเพิ่งคลอดลูกชายได้ 9 เดือน และป่วยเป็นทาลัสซีเมีย เมียลูกชายจึงต้องจำใจอยู่เพื่อลูก

นางวันวิสาบอกว่า ตอนที่ลูกชายหายไป นายอรุณฯ ยังได้โทรศัพท์มาหาที่บ้านว่า ลูกชายกลับไปหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ได้กลับมาและ ทำทีพูดว่าเดี่ยวก็กลับมาเพราะหายไปแบบนี้ประจำ และขอให้น้องชายของนายชาญชัย ไปช่วยกรีดยางที่ อ.นาหม่อม แต่ตนเชื่อว่าน่าจะหลอกมาฆ่าปิดปากอีกคน เพราะ รู้เรื่องพฤติกรรมของคนเป็นพ่อดี

แม่ของนายชาญชัย ผู้ตายพูดด้วยความแค้นใจว่าไม่มีคำบรรยายใดๆที่จะพูดหรือสาปแช่งนายอรุณฯเพราะเกินกว่าคำว่าเดรัชฉาจ ลูกแท้ๆยังฆ่าได้ลงคอและเชื่อว่าไตร่ตรองมาก่อน ตอนเด็กๆก็ไม่ได้เลี้ยง แต่พอโตก็เอาไปทำงานและยังมาฆ่าอีก ขอให้ได้รับโทษประหาร แม่นายชัญชัยกล่าวว่าตอนที่ลูกชายเสียชีวิต ก็มีลางสังหารคือต่างหูข้างซ้ายหลุดหยิบมาใส่ก็หลุดและ ร้อนรุ่มในอกจนอยู่ไม่ติด

ด้าน น.ส.รจนา ภรรยาของนายชาญชัย ที่เสียชีวิตบอกว่า หลังจากที่สามี ได้หายไปมีอยู่คืนหนึ่งพ่อเลี้ยงบอกว่าสามีมาถามหาตนกับลูกที่บ้าน และเดินมาดูตนกับลูกพอหันไปก็ไม่เห็นแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนของสามีอีกคน ที่มาเล่าว่าขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านและเห็นสามีนั่งอยู่หน้าบ้านจึงพูดทักทายเหมือนปกติ โดยที่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตแล้ว ในคืนวันที่30 เมษายนซึ่งเป็นคืนที่สามีถูกฆ่าตาย ลูกชายร้องให้กรีดออกมาดังลั่นและร้องให้ไม่ยอมหยุด ไม่เหมือนกับช่วงปกติ จึงเชื่อว่าวิญญาณของสามีน่าจะกลับมาวนเวียนอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...