โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประมงสมุทรสาครรวมตัวทวงคืนสัญญา เร่งรัฐซื้อเรือคืน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 04.10 น.

กลุ่มชาวประมงจังหวัดสมุทรสาคร รวมตัวหน้าเขื่อนเจ้าพ่อหลักเมือง เรียกร้องรัฐมารับซื้อเรือคืน หลังเงียบหายนานกว่า 5 ปี เรือจอดนิ่งผุพัง คาดมูลค่าเงินเยียวยากว่า 209 ล้านบาท

วันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (16 กรกฎาคม 2567) กลุ่มชาวประมงจังหวัดสมุทรสาครที่อยู่ในกลุ่ม 1007 ลำทั่วประเทศ ที่ลงชื่อยื่นความประสงค์ขายเรือให้ภาครัฐ ได้มารวมตัวกันที่สมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร ริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร พร้อมชูป้ายที่มีข้อความแสดงให้เห็นถึงความทุกข์ของชาวประมงที่จอดเรือเพื่อรอให้รัฐบาลมารับซื้อเรือคืนตั้งแต่ปี 2562

จนถึงวันนี้ภาครัฐก็ยังไม่ให้คำตอบที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรต่อ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว รอเพียงขั้นตอนสุดท้ายก็คือเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อลงนามอนุมัติ แต่ตอนนี้เรื่องกลับเงียบหาย จนเรือหลายลำผุพังแทบจมหายไปในทะเล ซึ่งหากมองจากบริเวณริมเขื่อนหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครออกไปก็จะเห็นว่ามีเรือประมงหลายลำที่จอดนิ่งอยู่กับที่ และนั่นก็คือ เรือที่รอให้ภาครัฐมาซื้อคืน

นายศรชัย พันโพธิ์ทอง ชาวประมงในตำบลบางหญ้าแพรก ได้พูดถึงความเดือดร้อนของตนเองและกลุ่มเพื่อนชาวประมงที่ประสงค์จะขายเรือ ว่าตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนมากและมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามเวลาที่ล่วงเลยไป ทั้งภาระหนี้สินที่ต้องชดใช้ และขาดเงินที่จะไปตั้งต้นทำอาชีพใหม่ จึงมีการไปกู้เงินจากสถาบันการเงินมาลงทุนเพื่อประกอบอาชีพไปก่อน จนมีดอกเบี้ยผูกพันมากขึ้น

จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรับซื้อเรือคืนไปเพื่อนำเงินที่ได้จากการเยียวยาไปใช้บรรเทาหนี้สิน และเริ่มต้นอาชีพใหม่ เพราะเรือที่จอดไว้นี้ชาวประมงไม่หวังที่จะหันไปทำอาชีพนี้แล้ว และหากภาครัฐยังไม่มีคำตอบ ชาวประมงก็พร้อมที่จะยกระดับการขับเคลื่อนต่อไป

จากนั้นชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ได้เคลื่อนขบวนมายังศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยมอบหมายให้นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร เป็นผู้ยื่นหนังสือผ่านนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ไปถึงนายกรัฐมนตรี

ซึ่งก็มีนายวรณัฎฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร, นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และนายสกล ศักดิ์กำจร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร ที่ได้มารับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงกว่า 50 คน ก่อนที่จะส่งตัวแทนขึ้นไปหารือกับทางหัวหน้าส่วนระดับจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง

นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงจังหวัดสมุทรสาคร และนายศาวงษ์ จุ้ยเจริญ อุปนายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร ก็ได้ชี้แจงปัญหาต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครให้ทราบถึงเหตุผลของการเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เนื่องจากพี่น้องชาวประมงกังวลว่าเรื่องการรับซื้อเรือคืนจะล่าช้าหรือว่าถูกปัดทิ้ง เพราะภาครัฐยังไม่มีทีท่าว่าจะขับเคลื่อนต่อ

และตอนนี้ชาวประมงจังหวัดอื่นก็มีการขับเคลื่อนเพื่อเร่งรัดต่อรัฐบาลด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลหันมาใส่ใจโครงการนี้ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง โดยระยะเร่งด่วนนี้รัฐอาจจะสนับสนุนงบฯลงมาก่อนซัก 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือก็ว่ากันไปตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้

ด้านนายผล ดำธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับฟังปัญหาของชาวประมง พร้อมกับจะนำหนังสือนั้นส่งต่อไปถึงรัฐบาลให้เร็วที่สุด

สำหรับโครงการรับซื้อเรือคืน เป็นโครงการที่กรมประมงได้จัดทำโครงการนำเรือออกนอกระบบ โดยการรับซื้อเรือประมงที่มีใบอนุญาตถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการจัดการด้านประมงที่ยั่งยืนของรัฐบาล และได้มีชาวประมงทั้ง 22 จังหวัดชายทะเล ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประสบปัญหาจากมาตรการต่าง ๆ ของทางภาครัฐ รวมถึงปัญหาราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ตกต่ำ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

ตลอดจนพื้นที่ทำกินที่ลดน้อยลง ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง โดยในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีผู้ประกอบการเรือประมง ที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบเมื่อปี 2562 จำนวน 97 ลำ ต่อมาในปลายปี 2565 มีผู้ยืนยันจะขายคืน 77 ลำ กระทั่งล่าสุดมีการยืนยันที่จะขายเรือคืนเป็นที่ชัดเจนแล้วจำนวน 65 ลำ คิดเป็นมูลค่าเงินเยียวยาที่ต้องได้รับประมาณ 209 ล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประมงสมุทรสาครรวมตัวทวงคืนสัญญา เร่งรัฐซื้อเรือคืน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...