โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศึกชิงหัวหน้าประชาธิปัตย์ สูตรดุลอำนาจ 25 ส.ส.-รีเซตพรรค

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2566 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2566 เวลา 09.54 น.

9 กรกฎาคม 2566 ประชาธิปัตย์เดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อครั้งสำคัญ สู่ “จุดเปลี่ยน” หัวหน้าพรรคคนใหม่-กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่

77 ปี ประชาธิปัตย์ 8 หัวหน้าพรรค ขึ้นจุดสูงสุดและลงต่ำสุด แตกกิ่ง-ผลัดใบ โรยรา-ร่วงหล่นตามกาลเวลาแห่งยุคสมัย วันนี้คนใน-คนนอกพรรคมองว่า ประชาธิปัตย์ถึง “จุดต่ำสุด” แต่ยัง “ตกต่ำไม่สุด”

ความผิดปกติของพรรคประชาธิปัตย์ที่เรียกตัวเองว่าเป็นประชาธิปไตย-พรรคไม่มีเจ้าของ แต่ปี่-กลองและแตรวง ศึกชิงหัวหน้าพรรคเก่าแก่คนที่ 9 กลับอึกทึกในความเงียบ

“ยังไม่มีใครแสดงเจตจำนงเสนอชื่อเป็นผู้สมัครหัวหน้าพรรค ข้อบังคับพรรคจะมีการเสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่วิสามัญครั้งเดียว เพื่อขอผู้รับรองเกินกึ่งหนึ่งเพื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง”

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคสีฟ้าอัพเดตสถานการณ์ให้ฟัง และยอมรับว่า “อยู่พรรคประชาธิปัตย์มา 10 ปี การเลือกหัวหน้าพรรครอบนี้เงียบที่สุด ไม่รู้เลยว่าใครจะแสดงเจตจำนงเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเสนอชื่อใครบ้าง กลุ่มใดสนับสนุนใครบ้าง”

“กก.บห.พรรคได้มีมติให้ไม่ใช้วิธีการเลือกหัวหน้าพรรคด้วยการแสดงวิสัยทัศน์ หากมีผู้แสดงเจตจำนงเป็นหัวหน้าพรรคมากกว่า 1 รายชื่อ ซึ่งแคนดิเดตหัวหน้าพรรคจะหาเสียงและแสดงวิสัยทัศน์ก่อนถึงวันประชุมใหญ่วิสามัญจะเริ่มต้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีการหาเสียงกันก่อนถึงวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ไม่ใช่เป็นการล็อบบี้เสียงโหวต”

3 สูตรชิงหัวหน้า ปชป.

สูตรดุลอำนาจภายในพรรคประชาธิปัตย์ที่ “ลงตัว” แต่ยัง “ไม่ตกผลึก” ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลหรือยอมจำนนกับการตกเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีทั้งสูตร “คนใน-วงใน” และอดีตคนใน

โดยมีเพียง 3 คนที่ “คุมเสียง” ในการกำหนดเกม-ตัดสินใจคือ นายกชาย-เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรค และ “ส.ส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค โดยเฉพาะ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค

สูตรคนใน-ชนะเด็ดขาด มีนายเดชอิศม์ ขาวขำ รองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ส.ส.สงขลา 2 สมัย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค และนายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค ส.ส.นครศรีธรรมราช ขยับขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค

สูตรวงใน-ถ่วงดุลอำนาจ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 7 “รีเทิร์น” เป็นหัวหน้าพรรคเป็นสมัยที่สาม โดยให้ “เดชอิศม์” กุมบังเหียนเลขาธิการพรรค

กรณ์-อภิสิทธิ์ คัมแบ็ก

สูตรลูกผสม (อดีต) คนใน-คนใน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และมีนายเดชอิศม์ เป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หรือรองหัวหน้าพรรค โดยมีนายชัยชนะ เป็นเลขาธิการพรรค

สูตรที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ “สูตรชนะเด็ดขาด” เพราะอำนาจในการโหวตของ 17 ส.ส.ใต้ กับอีก 2 ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ มีน้ำหนักถึง 70% ซึ่งคนที่กำหนดเกมอยู่ในมือ “เสี่ยต่อ-นายกชาย-ส.ส.แทน” ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาลงทุน-ลงแรงไปมหาศาล จึงไม่จำเป็นที่ใครต้องมาแชร์ส่วนแบ่งอำนาจ

ส่วนสูตรถ่วงดุลอำนาจ “หัวหน้าอภิสิทธิ์-เลขาฯเดชอิศม์” เป็น “ส่วนผสม” ที่ “ลงตัว” ไม่มีใครได้ทั้งหมด-เสียทั้งหมด แต่ต้องเกิดจาก “ตะกอนความคิด” คือประชาธิปัตย์ยอมไปเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพราะลำพัง “กลุ่มอภิสิทธิ์” ที่ส่วนใหญ่กลายเป็น “ส.ส.สอบตก” เสียงโหวตมีน้ำหนักเพียง 30%

แต่เป็นไปไม่ได้เลยที่นายอภิสิทธิ์จะถูกเสนอชื่อขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หาก “ไม่ปรับความเข้าใจ” กับนายเฉลิมชัย เพื่อนำพาพรรคประชาธิปัตย์กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

“ประชาธิปัตย์วันนี้อยู่ในสถานการณ์ระหว่างคนที่มีอำนาจสูงสุดทั้งสองฝั่ง ที่เปรียบเหมือนผู้ชายกับผู้หญิงเคยเป็นแฟนกัน รักกันมาก อยู่กินด้วยกัน แต่วันนี้งอนกัน มีความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย ไม่มีใครง้อใคร ทำให้ครอบครัวเดินหน้ากันลำบาก คนเป็นลูกต้องไม่เสี้ยมให้พ่อกับแม่ทะเลาะกัน” กลุ่มเพื่อนอภิสิทธิ์เปิดเบื้องลึก

สูตรลูกผสม “กรณ์” หากตัดสินใจสมัครสมาชิกพรรค-ลงรับสมัครเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในช่วง 100 เมตรสุดท้ายก่อนถึงวันประชุมใหญ่วิสามัญคงตลาดวาย-ล็อบบี้โหวตเตอร์ไม่ทัน ยกเว้นเสียได้ฉันทานุมัติจาก “สามทหารเสือ” ด้วยมติเอกฉันท์

แต่จนถึงวินาทีนี้-ก่อนถึงวันประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค-กก.บห.พรรคชุดใหม่ 10 วัน ยัง “ไม่มีมูล” ปรากฏเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า นายกรณ์ได้จดปากกาสมัครสมาชิกพรรคเก่า-แก่อีกเป็นครั้งที่สอง

ประชาธิปัตย์

ลูกพรรคคาดหวังผู้นำใหม่

“ร่มธรรม ขำนุรักษ์” ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เปิดสเป็กหัวหน้าพรรคคนใหม่ในทรรศนะของ ส.ส.คนรุ่นใหม่ว่า หัวหน้าพรรคต้องเป็นคนที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในพรรคในทางที่ดี ฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมามีบทบาทสำคัญ ผลักดันประเด็นใหม่ ๆ ที่สำคัญในห้วงเวลาของความท้าทายของประเทศและโลกของเรา เช่น เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของพี่น้องประชาชน เรื่องสิทธิความเท่าเทียม ไปจนถึงการเมืองและสิ่งแวดล้อม ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทำให้เห็นชัดแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในจุดที่ต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง”

ส่วนหัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็น “คนในพรรค” หรือ “คนนอกพรรค” ก็ได้ “ส.ส.ป้ายแดง” บอกว่า ต้องดูข้อบังคับพรรคเป็นหลัก แต่ส่วนตัวคิดว่า หากข้อบังคับสามารถยกเว้นได้ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพรรคเท่านั้น แต่ควรจะเป็นคนที่มีบทบาท นำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี รวบรวมทุกฝ่ายเข้ามาด้วยกันได้

“ส.ส.สมัยแรก” ไม่ขอเอ่ยชื่อหัวหน้าพรรคคนคนนั้นที่ตรงสเป็ก เพราะ “มีคนที่เหมาะสมหลายท่าน เป็นคนที่อยู่ในพรรคอยู่แล้ว” แต่ยก “จุดเด่น” ที่ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 9 ควรจะมี

“จุดเด่นคือ รอบรู้ ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง แต่เป็นเรื่องที่โดดเด่น เรื่องเศรษฐกิจ-ปากท้อง เรื่องการเมือง สามารถไปพูดบนเวทีต่าง ๆ ได้ แข่งขันกับพรรคอื่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. แต่เป็นคนที่สนใจการเมือง และอยู่ในแวดวงการเมือง”

“ประเด็นสำคัญคือ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำหน้าที่ สนับสนุน ส.ส.ในสภาและเยาวชน เกิดฐานแฟนคลับที่เป็นคนรุ่นใหม่ และสามารถดึงคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาสนับสนุนพรรคมากขึ้น ถึงเวลาที่ต้องปรับเปลี่ยน ฟื้นฟู พัฒนาพรรคให้ดีกว่าเดิม เป็นความหวังของประชาชนอีกครั้ง”

ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “นริศ ขำนุรักษ์” อดีต ส.ส.พัทลุงหลายสมัย ไม่ยอมเปิดเผยถึงหัวหน้าพรรคในใจ “ตอนนี้ยังไม่มีคนในใจ” ขอเวลาคิด-ตัดสินใจจนกว่าจะถึงวันเลือกโหวต

ขณะที่ “สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ” ส.ส.ตรัง 2 สมัย บอกถึงโจทย์ท้าทายที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่จะต้อง “กล้าเปลี่ยนแปลง” ในหลายเรื่อง โดยต้องจูงใจในคนทุกรุ่นในพรรคทำงานด้วยกันได้

ยกตัวอย่างเช่น การทำนโยบายพรรคในปัจจุบัน ต้องรู้ว่านโยบายที่ “นิวโหวตเตอร์” ต้องการคืออะไร เช่น นโยบายเกี่ยวกับ LGBTQ

เปลี่ยนโครงสร้างพรรค เปิดพื้นที่ให้คนที่มีความคิดใหม่ ๆ เข้ามาทำงานและตัดสินใจ รวมไปถึงโครงสร้าง กก.บห.พรรค และระบบอาวุโส เพราะเป็นเหรียญสองด้าน เช่น การโหวตให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค การเป็นประธานกรรมาธิการ

“ปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจอาจจะมีคนที่เหมาะสมและมีความสามารถเข้าไปทำงาน บางเรื่องจึงควรเว้นในเรื่องความอาวุโส คนอายุน้อยก็มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เช่นเดียวกัน” ส.ส.ตรัง 2 สมัยทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...