โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Red Hat เผยถึงเวลาใช้ AI คู่เทคโนโลยีเดิม ขับเคลื่อนองค์กร รุดหน้าสู่ช่วงเวลาแห่งนวัตกรรม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 มิ.ย. 2566 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2566 เวลา 05.06 น.

“ในอดีต มีหลายครั้งที่สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีช่วงเวลาที่การค้นพบสิ่งใหม่และนวัตกรรมกำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม หรือกำลังเปลี่ยนโลกที่ทุกคนเคยรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น Johannes Gutenberg ประดิษฐ์แท่นพิมพ์เมื่อปี ค.ศ. 1455 หรือ James Watt สร้างเครื่องจักรไอน้ำเมื่อปี ค.ศ. 1765 หรือ Alexander Graham Bell ออกแบบโทรศัพท์เครื่องแรกเมื่อปี ค.ศ. 1876 ในเวลาต่อ ๆ มา คอมพิวเตอร์เครื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1937 จากนั้นคอมพิวเตอร์ส่วนตัวและอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1974 และอื่นๆ อีกมาก”

นายแมทต์ ฮิกส์ ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร Red Hat ได้กล่าวถึง การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในอดีตต้องใช้เวลาหลายสิบปี แต่ปัจจุบันนวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเร็วขึ้นเรื่อยๆ และหากองค์กรใดไม่นำเทคโนโลยีใหม่มาใช้หรือดำเนินการช้ากว่าองค์กรอื่น ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตัวอย่างของนวัตกรรมเหล่านี้ เช่น ซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส คลาวด์คอมพิวติ้ง ออโตเมชัน และ ณ ช่วงเวลานี้คือปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML)

แต่การใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ได้หมายความว่าองค์กรธุรกิจต้องทิ้งวิธีการดำเนินการที่เคยในอดีต แต่เทคโนโลยีที่เป็น next generation เช่น AI จำเป็นต้องทำงานร่วมกับเทคโนโลยีหรือโซลูชันที่ใช้อยู่แล้วในปัจจุบันให้ได้อย่างราบรื่น ดังนั้น AI จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่มีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่กว่าและสำคัญกว่าที่เคยมีมา ซึ่งองค์กธุรกิจไม่สามารถมองข้ามได้และต้องตัดสินใจว่าจะควบคุม ใช้งาน AI อย่างไรเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าขององค์กร

“การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดช่วงหนึ่งในแวดวงเทคโนโลยี ความล้ำหน้าที่ดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์เมื่อหลา

สิบปีก่อนกลายเป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบัน และ AI ได้เปลี่ยนจากงานวิจัยในมหาวิทยาลัยที่ไม่เป็นที่รู้จัก เป็น ChatGPT ที่แพร่หลายทุกแห่งหน เปลี่ยนจากเครื่องมือที่คนใช้กันไม่กี่คน เป็นกระบวนการที่คนทั่วไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างในปัจจุบัน การผสานรวมผลที่จะได้รับและลักษณะการทำงานร่วมกันของโอเพ่นซอร์สเข้ากับศักยภาพของ AI จะช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ของโลกได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเร็วขึ้นเกินกว่าที่เราเคยฝันไว้”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า AI จะสร้างความตื่นเต้นให้แก่องค์กรธุรกิจในปัจจุบันอยู่ไม่น้อย แต่ยังมีความท้าทายที่เกิดขึ้นอยู่เช่นกัน ประการแรก การทรัพยากรที่น้อยลงแต่ได้ผลสำเร็จมากขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายปกติด้านไอที แต่ปัจจุบันเป็นเรื่องยากที่จะทำเช่นนั้น เพราะจำนวนพนักงาน เครื่องมือ หรืองบประมาณที่ลดลง ประการที่สอง องค์กรธุรกิจต้องขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องหรือปรับทรัพยากรให้ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหรือพร้อมรับฟุตพริ้นท์ใหม่ๆ

แม้ว่าความท้าทายเหล่านี้อาจเป็นเรื่องน่ากลัว แต่องค์กรธุรกิจในปัจจุบันไม่ควรเลือกยอมแพ้และพยายามรักษาสิ่งที่มีอยู่ไว้ แทนที่จะผลักดันการเติบโตและการพัฒนาต่อไป และแม้ว่าการรวมพลังทุกด้านเพื่อจัดการความต้องการที่แตกต่างกันเป็นเรื่องยาก แต่ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่ต้องขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้า ด้วยการลองทำสิ่งใหม่ เปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ และเลิกหรือปรับเปลี่ยนสิ่งที่เป็นอยู่เดิมขนานใหญ่

Red Hat จึงได้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงขององค์กรธุรกิจโดยเป็นส่วนช่วยในการสร้าง ใช้งาน และบริหารจัดการแอปพลิเคชันได้ทุกที่ เพื่อให้เกิดการคิดค้นสิ่งใหม่ให้กับธุรกิจต่าง ๆ และตอบโจทย์ความต้องการสำคัญ ๆ ขององค์กรในยุคมัลติคลาวด์และยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยในงาน Red Hat Summit ที่จัดในเดือนพฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่จาก Red Hat ได้แก่

  • Event-Driven Ansible สำหรับ Red Hat Ansible Automation Platform ที่จะช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถใช้เวลากับงานที่จะสร้างแหล่งรายได้ใหม่ให้องค์กรได้ โดยใช้ระบบอัตโนมัติแบบ Event-Driven เข้ามาช่วยในการทำงานทั้งภายในกรณีใช้งานด้านไอทีที่หลากหลาย เพื่อบรรลุเป้าหมายใหม่ด้านประสิทธิภาพ ความเป็นเลิศในการให้บริการ และประหยัดค่าใช้จ่าย และใช้ประโยชน์จากแหล่งที่มาของ event ที่มีอยู่อย่างมากมาย ไปจนถึงทำการตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ
  • Red Hat Trusted Software Supply Chain ให้บริการลักษณะ Cloud Service ที่มาพร้อมการป้องกันด้านความปลอดภัยแบบบูรณาการในทุกขั้นตอนของไลฟ์ไซเคิลการพัฒนาซอฟต์แวร์จะสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรมได้เร็วขึ้นในขณะที่ยังคงความยืดหยุ่นในการจัดการช่องโหว่ต่าง ๆ ของซัพพลายเชนไว้ได้

Ansible Lightspeed และ Red Hat OpenShift AI จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น domain-specific AI สำหรับไอทีออโตเมชันที่เชื่อถือได้ หรือ โครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมาตรฐานทั่วไปสำหรับการฝึกฝนโมเดล AI/ML ที่สอดคล้องกันอาจช่วยให้องค์กรแต่ละแห่งได้ประโยชน์จาก AI ที่เหมาะกับองค์กรของตนได้ ไปจนถึงารปรับขนาดให้รองรับความต้องการด้านเวิร์กโหลดของโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ (ปริมาณข้อมูล, ระยะเวลาที่ใช้ในการอบรม, ขนาดของโมเดล, การเร่งความเร็วที่จำเป็นต้องใช้ และความสามารถในการปรับขนาดการทำงาน) และเสริมความสามารถด้านไลฟ์ไซเคิลแบบครบวงจรให้กับ watsonx.ai

“เราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต แม้แต่ ChatGPT-3 ก็ยังไม่สามารถล่วงรู้ก่อนได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดความท้าทายอะไรในเดือนหรือปีต่อ ๆ ไป เราจึงต้องเตรียมพร้อม เราสามารถสำรองทรัพยากรต่าง ๆ ทำให้ชัดเจนใช้งานง่าย กลั่นกรองงานเพื่อให้สามารถโฟกัสไปที่เรื่องสำคัญที่สุด และพิจารณาว่าจะใช้โซลูชั่นใดขับเคลื่อนองค์กรให้รุดหน้าสู่ช่วงเวลาแห่งนวัตกรรมได้ดีที่สุด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...