โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผอ.รพ.ไล่ไทม์ไลน์ เด็ก 1 เดือน 10 วัน ท้องเสียหลายวัน เลือดเป็นกรด เท้าดำ ตัดขารักษาชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ก.ค. 2566 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2566 เวลา 11.03 น.

ผอ.โรงพยาบาลชี้แจง เด็ก 1 เดือนท้องเสีย รักษาที่โรงพยาบาล ซ้ำเท้าดำไหม้ สุดท้ายถูกตัดขา

จากกรณีที่พ่อแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกอายุ 1 เดือนกว่าท้องเสีย เข้าโรงพยาบาล สุดท้ายถูกตัดเท้า ผ่านเพจโหนกระแส ติดใจเรื่องการรักษาว่าทำไมรักษาแล้วกลายเป็นว่าลูกต้องตัดเท้า อยากให้โรงพยาบาลออกมาชี้แจงสาเหตุที่ชัดเจน จนทราบว่าเรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส โดยเด็กหญิงที่ถูกตัดเท้าด้านขวามีอายุ 1 เดือน 10 วัน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมด้วย น.ส.กฤตยา แดงสุวรรณ หัวหน้าพยาบาล และ พญ.นูเรีย พัฒนปรีชาวงศ์ แพทย์ชำนาญการพิเศษ ด้านกุมารเวชกรรม ร่วมชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น

นพ.พรประสิทธิกล่าวว่า พ่อแม่พาลูกมารักษาที่โรงพยาบาล เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ด้วยอาการท้องเสียและไม่ดีขึ้น จนวันที่ 24 มิถุนายน โรงพยาบาลจะส่งเด็กไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพราะเด็กเลือดเป็นกรด ต้องเจาะเลือด แต่เด็กตัวเล็กมาก ไม่สามารถเจาะได้ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีผู้เชี่ยวชาญและได้ปรึกษาพ่อแม่เด็กแล้ว แต่พ่อแม่เด็กตัดสินใจส่งรักษาโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ จ.นราธิวาส

นพ.พรประสิทธิกล่าวว่า หลังออกจาก รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ พ่อแม่ไม่ได้นำลูกเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชน แต่นำกลับไปนอนพักที่บ้าน 1 คืน และในวันที่ 26 มิถุนายน พ่อแม่พาเด็กไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนที่แจ้งไว้ แต่หมอไม่สามารถรักษาเด็กได้เนื่องจากไม่สามารถเจาะเลือดเด็กได้เช่นกัน จึงส่งตัวเด็กมารักษาที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์อีกครั้ง ถ้าไม่เจาะจะขาดน้ำและเสียชีวิตได้

นพ.พรประสิทธิกล่าวต่อว่า จนวันที่ 27 มิถุนายน รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ส่งตัวเด็กไปเจาะเลือดที่ รพ.ยะลา เพราะเส้นเลือดดำใหญ่เริ่มตีบ เมื่อเจาะเสร็จ รพ.ยะลาส่งเด็กกลับมารักษาต่อที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ดังเดิม

นพ.พรประสิทธิกล่าวว่า วันที่ 29 มิถุนายน รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ได้ปรึกษาพ่อแม่จะส่งตัวเด็กไปรักษาที่ รพ.สงขลานครินทร์เนื่องจากเท้าเด็กเริ่มมีสีดำคล้ำ แต่พ่อแม่ตัดสินใจไม่ได้ ต้องเสียเวลาไป 1 วัน จนวันที่ 30 มิถุนายน พ่อแม่ตัดสินใจให้ส่งลูกไปรักษาที่ รพ.สงขลานครินทร์ ตามคำแนะนำของหมอ เนื่องจาก รพ.สงขลานครินทร์ มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเส้นเลือดเฉพาะทาง จนแพทย์พบเด็ก จึงแจ้งพ่อแม่จำเป็นต้องตัดเท้าด้านขวา เพื่อรักษาชีวิตเด็กไว้

ผอ.รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ระบุว่า ในส่วนของเด็กสุดท้ายก็ต้องมาดูแลต่อเรื่องการฟื้นฟู ทางโรงพยาบาลจะดูแลเต็มที่ ส่วนการเยียวยาก็เป็นไปตามขั้นตอนของสิทธิทุกประการ โรงพยาบาลเองเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเราก็จะทบทวนต้นตอ จุดอะไรที่เราจะปรับปรุงได้บ้างและจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ซึ่งขั้นตอนนี้เราดำเนินการแล้ว ถึงแม้ว่าจะดีแล้วแต่จะทำให้สมบูรณ์กว่านี้ ส่วนแผนการระยะยาวเราจะสร้างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ครบทุกๆ ด้านเพื่อชาวนราธิวาส

ด้าน น.ส.กฤตยากล่าวว่า พ่อแม่เด็กคงสงสัยว่าทำไมเจาะเลือดบ่อยจัง อย่างที่ ผอ.เรียนให้ทราบว่าเด็กมีภาวะเลือดเป็นกรด ในการแก้เลือดเป็นกรดหมอต้องให้ยา และการคำนวณปริมาณยาจะต้องสอดคล้องกับผลตรวจเลือด เด็กพวกนี้จะถูกเจาะเลือดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้หมอคำนวณยาให้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นวันละ 2 ครั้งในสายตาพ่อแม่ ไหนเวลาจะแทงน้ำเกลือเส้นเลือดแตก เพราะเด็กเส้นเล็กมาก เด็กนี้เพียง 2,400 กรัม ตัวเล็กมาก เล็กกว่าเด็กปกติ เพราะฉะนั้นเมื่อให้เลือดไปนาน เส้นเลือดก็เสีย นี่คืออีกหนึ่งสาเหตุที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเจาะกันบ่อยจัง โดยเป็นกระบวนการรักษาในเด็กที่มีอาการค่อนข้างมาก หมอต้องดูผลเลือดประกอบในหลายๆ ตัว

ส่วนความคืบหน้าทางคดีที่ญาติโวยว่าไม่คืบนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามร.ต.อ.โสรจ ชนะพันธ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนราธิวาส ได้รับการชี้แจงว่า นางอังคณา อายุ 61 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของแม่เด็ก ได้เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแทนพ่อแม่เด็กเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน

ร.ต.อ.โสรจกล่าวด้วยว่า ส่วนที่บอกว่าคดีไม่คืบหน้านั้น ได้ประสานไปยังพ่อแม่เด็กแล้ว แต่พ่อแม่ไม่สะดวกมาให้ปากคำ เพราะต้องดูแลอาการบุตรที่นอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สงขลานครินทร์ และตนได้ประสานไปยัง รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ และ รพ.สงขลานครินทร์ เพื่อขอใบชันสูตรโรคทั้ง 2 แห่ง โรงพยาบาลส่งมาให้เรียบร้อย แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นหลักฐานทางคดี ตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพ่อแม่เด็ก ก่อนจะประสานไปยังเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทั้ง 2 แห่งมาให้ปากคำเพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...