กรมการศาสนา สืบสานรักษาโบราณประเพณี สานต่องานกฐิน ให้คงอยู่คู่พระพุทธศาสนา
กรมการศาสนา สืบสานรักษาโบราณประเพณี สานต่องานกฐินให้คงอยู่คู่พระพุทธศาสนา เผยความหมายธงกฐินรูปสัตว์ต่างๆ แฝงไปด้วยปริศนาธรรม
ประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมายาวนาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวาย ผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี
กฐิน เป็นชื่อของกรอบไม้ หมายถึง กรอบไม้แม่แบบสำหรับทำจีวร ซึ่งอาจเรียกว่า “สะดึง” เนื่องจากในครั้งพุทธกาลการทำจีวรให้มีรูปลักษณะตามที่กำหนดกระทำได้โดยยาก จึงต้องทำกรอบไม้สำเร็จรูปไว้
พระภิกษุจึงต้องวัด ตัดและเย็บเอง โดยช่วยกันหลายๆ รูป และใช้ไม้สะดึงขึงผ้าเพื่อกะ ตัด เย็บ และเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำเป็นผ้านุ่ง ผ้าห่มและผ้าห่มซ้อน เป็นส่วนรวมผืนใดผืนหนึ่งก็ได้
ในภาษาไทยเรียกผ้านุ่งว่า “สบง” ผ้าห่มว่า “จีวร” และผ้าห่มซ้อน ว่า “สังฆาฏิ” ข้อกำหนดเกี่ยวกับกฐิน พระสงฆ์ผู้จะรับผ้ากฐินนั้น จะต้องมีจำนวนอย่างน้อย 5 รูป เป็นผู้รับผ้ากฐิน 1 รูป อีก 4 รูป เป็นองค์คณะ (องค์สงฆ์) ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระภิกษุผู้อยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนแล้ว สามารถรับมานุ่งห่มได้
โดยคำว่าการทอดกฐิน หรือการกรานกฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทหนึ่ง ตามพระวินัยบัญญัติเถรวาทที่มีกำหนดเวลา คือพระสงฆ์สามารถกระทำสังฆกรรมนี้ได้นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ก่อนหรือหลังจากนั้นไม่นับเป็นกฐิน ระยะเวลานี้เรียกว่า กฐินกาล คือระยะเวลา ทอดกฐิน หรือ เทศกาลทอดกฐิน
นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า กฐินหลวงหรือพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนิน ถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้สมเด็จพระราชินี พระราชโอรส พระราชธิดา เสด็จพระราชดำเนินทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์
รวมทั้งพระกฐินที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้พระบรมวงศานุวงศ์ ราชสกุล องคมนตรี หรือผู้ที่ทรงพระราชดำริเห็นสมควรให้นำไปถวายพระอารามสำคัญ 18 พระอารามตามพระราชพิธี ที่สงวนไว้ไม่ให้มีการขอพระราชทาน
ประกอบด้วย 1.วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 2.วัดอรุณราชวราราม 3.วัดราชโอรสาราม 4.วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม 5.วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 6. วัดบวรนิเวศวิหาร 7.วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 8.วัดสุทัศนเทพวราราม 9.วัดเทพศิรินทราวาส 10.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 11.วัดราชาธิวาสวิหาร 12.วัดมกุฏกษัตริยาราม
13.วัดโสมนัสวิหาร 14.วัดพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 15.วัดนิเวศธรรมประวัติ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 16.วัดสุวรรณดาราราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 17.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก และ 18.วัดพระพุทธบาท อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ซึ่งในการพระราชพิธีจะมีการประโคมดนตรีปี่พาทย์ประกอบในงานพระราชพิธี
ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมการศาสนามีหน้าที่ตีกังสดาล เพื่อให้สัญญาณ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของกรมการศาสนามีหน้าที่ปฏิบัติงานในการพระราชพิธี ทำหน้าที่ดูแลพระสงฆ์ กังสดาล เป็นเครื่องดนตรีโบราณ บ่งบอกถึงร่องรอยจากอดีตสู่ปัจจุบัน มีคุณค่าและความสำคัญเช่นเดียวกับวงปี่พาทย์ซึ่งประโคมบทเพลงที่ไพเราะ มีความศักดิ์สิทธิ์ ขลัง และเสียงทรงพลังในพระราชพิธีเพื่อถวายแด่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
พระราชกรณียกิจเสร็จสิ้นสร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรไทยใต้ร่มพระบารมี ส่วนพระกฐินพระราชทาน คือ พระกฐินที่ถือว่า เป็นผ้าพระกฐินพร้อมด้วยเครื่องบริวารพระกฐินซึ่งเป็นของหลวง แต่เปิดโอกาสให้กระทรวง กรม หน่วยงานองค์กร คณะบุคคลและเอกชนที่มีความประสงค์ขอรับพระราชทาน อัญเชิญไปถวายยังพระอารามหลวงต่างๆ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา
จัดหาผ้าพระกฐินพร้อมด้วยเครื่องบริวารพระกฐิน ปัจจุบันมีจำนวน 293 พระอาราม และวัดไทยในต่างประเทศ จำนวน 31 วัด ซึ่งในปี 2567 ได้กำหนดกฐินกาล เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2567 – วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 กำหนดเริ่มพระกฐินหลวงตั้งแต่วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2567
และพระกฐินพระราชทาน เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2567 – วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 เมื่อใกล้ถึงกำหนดกฐินกาล กรมการศาสนาจะแจ้งให้ผู้ยื่นความจำนงขอพระราชทาน เข้ามารับผ้าพระกฐินพร้อมด้วยเครื่องบริวารพระกฐินเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อนำไปทอดถวาย ณ พระอารามที่ขอรับพระราชทานไว้
อธิบดีกรมการศาสนา (อศน.) กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ดำเนินการสนองงานพระราชพิธีในการเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินยังพระอารามต่างๆ
โดยอธิบดีกรมการศาสนา หรือผู้แทนอธิบดีกรมการศาสนา จักได้กราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทถึงจำนวนพระสงฆ์ผู้จำพรรษาอยู่ในพระอารามนั้น ๆ และกรมการศาสนา โดยกองศาสนพิธี จัดส่งเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงานกับสำนักพระราชวัง ณ พระอุโบสถของพระอารามนั้น ๆ
ในส่วนของพระกฐินพระราชทานที่มีผู้จองทอดถวาย กรมการศาสนา โดยกองศาสนพิธี จัดเจ้าหน้าที่ไปช่วยพิธี ณ พระอุโบสถ พระอารามนั้น ๆ ตามที่ผู้จองทอดถวายทำหนังสือขอความอนุเคราะห์มายังอธิบดีกรมการศาสนา
สำหรับความเชื่อทางคติธรรมโบราณ จะประดับธงกฐินเป็นรูปสัตว์ อันเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่า วัดนั้นทอดกฐินแล้ว ซึ่งธงกฐินเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ที่ปรากฏบนผืนธง ล้วนสื่อความหมายแฝงไปด้วยปริศนาธรรม
ธงกฐินทั้ง 4 คือ “ธงจระเข้” หมายถึง ความโลภ (ปากใหญ่ กินไม่อิ่ม) ใช้ประดับในการแห่ มีตำนานว่าเศรษฐีเกิดเป็นจระเข้ว่ายน้ำตามขบวนกฐินจนขาดใจตาย
“ธงตะขาบ” หมายถึง ความโกรธ (พิษที่เผ็ดร้อนเหมือนความโกรธที่แผดเผาจิตใจคน) ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดนี้มีคนมาจองกฐินแล้ว
“ธงนางมัจฉา” หมายถึง ความหลง (เสน่ห์แห่งความงามที่ชวนหลงใหล) ใช้ประดับงานพิธีถวายผ้ากฐิน เป็นตัวแทนหญิงสาว ตามความเชื่อว่าอานิสงส์จากการถวายผ้าแก่ภิกษุสงฆ์จะมีรูปงาม
“ธงเต่า” หมายถึง สติ (การระวังรักษาอายตนะทั้ง 6 ดุจเต่าที่หดอวัยวะซ่อนในกระดอง) ใช้ประดับเพื่อแจ้งว่า วัดนี้ทอดกฐินเรียบร้อยแล้ว จะปลดลงในวันเพ็ญเดือน 12 ในปัจจุบันจะเห็นเพียงธงจระเข้ และนางมัจฉาที่จะปรากฎในงานกฐิน ส่วนธงตะขาบ และเต่า พบเห็นได้น้อย จะมีเป็นบางวัดที่ยังคงรักษาธรรมเนียมเก่าอยู่ โดยอานิสงส์ของการร่วมทำบุญทอดกฐินนั้นเชื่อว่าทำให้เป็นผู้มั่งคั่งมีทรัพย์สินมาก และประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้โดยง่าย
ผู้มีจิตใจแช่มชื่น บริสุทธิ์และผ่องใสอยู่เสมอ ทำให้เป็นคนรูปงาม ผิวพรรณงาม เป็นที่รักของคนทั่วไป ทำให้เป็นผู้มีชื่อเสียง เกียรติคุณ น่ายกย่องสรรเสริญ เป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาน่าเคารพนับถือ ทั้งนี้ยังเป็นการสนับสนุนให้พระภิกษุที่จำพรรษาครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพุทธบัญญัติ เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่ มิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมอีกทางหนึ่งด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมการศาสนา สืบสานรักษาโบราณประเพณี สานต่องานกฐิน ให้คงอยู่คู่พระพุทธศาสนา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th