โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

ตำนานนางร้ายปากคว่ำ เปิดใจหลังหวนคืนวงการในรอบ 14 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 พ.ย. 2567 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 21 พ.ย. 2567 เวลา 03.27 น. • The Bangkok Insight

กิ๊ก สุวัจนี ตำนานนางร้ายปากคว่ำ มาเปิดใจหลังเบรกงานในวงการไป 14 ปี ที่กลับมาได้เพราะคำพูดของลูกสาว

นางร้ายในตำนาน เจ้าของมีมปากคว่ำกิ๊ก สุวัจนี ที่วันนี้มาเปิดใจหลังเบรกงานในวงการไป 14 ปี ที่กลับมาได้เพราะคำพูดของลูกสาว พร้อมดันน้องธาช่า ลองชิมลางงานในวงการบันเทิง อีกทั้งยังเปิดเรื่องราวที่ลูกสาวคนนี้ทำให้คุณแม่กิ๊กเสียน้ำตา ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย, อาจารย์เป็นหนึ่ง และเบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

กิ๊ก สุวัจนี ตำนานนางร้ายปากคว่ำ เปิดใจหลังหวนคืนวงการในรอบ 14 ปี

ทุกวันนี้ยังมีคนมให้ทำมีมปากคว่ำอยู่ไหม?

กิ๊ก : เยอะมาก ไปที่ไหนเขาไม่ให้ยิ้มเลย หนูขอถ่ายรูปแบบปากคว่ำได้ไหม

สมัยนั้นต้องเจอเปลือกทุกเรียนนะ?

กิ๊ก : สมัยก่อนเขาจู่โจมเลยนะจ๊ะ แต่สมัยนี้เขาแยกแยะได้ เห็นเราทำงาน เป็นพิธีกรก็สนุกนะ แต่สมัยก่อนเขาไม่แยกแยะ

มีเปลือกทุเรียนบินไหม?

กิ๊ก : ยังไม่บิน แต่มีง้าง เขาต้องให้พี่กิ๊กเก็บตัว คือสมัยก่อนเขาไม่แยกแยะ เขาเห็นเราเป็นตัวร้ายปุ๊บ อีนี่ต้องเป็นตัวร้ายแน่ แล้วมากับคำว่าอีตลอดนะ จะไม่มีแบบคุณกิ๊ก พี่กิ๊ก น้องกิ๊ก ไม่มี อีตลอด แล้วคนไม่รู้จักกัน เราก็รู้สึกว่าทำไมต้องมาพูดแบบนี้ เราก็อยากได้รับคำดีๆ บ้าง แต่ไม่มีเลย เมื่อก่อนเป็นยุคที่แบบว่าถ่ายไปออกไป คนก็ค่อนข้างอัปเดตตลอดเวลา

อย่าว่าแต่ยุคนั้นเลย ลูกก็โดนเหรอ?

กิ๊ก : ใช่ คือเราต้องสอนลูกเลยนะว่าลูกต้องทำแบบนี้นะ แต่เชื่อไหมว่าลูกทำได้ มันคือกรรมพันธุ์หรือเปล่า เขาก็บอกว่าเนี่ยที่โรงเรียนเพื่อนเขาบอกอยากให้ทำจังเลย แล้วบางทีขอแม่ทำปากคว่ำ เพื่อเอารูปเราไปให้เพื่อนดู เราก็ต้องเอาใจลูกไง

เห็นว่าไม่ใช่แค่แม่กับลูก ทั้งบ้านเลยที่ทำได้?

กิ๊ก : ทั้งบ้านทำได้หมด ยกเว้นพ่อ เพราะพ่อไม่ให้ความร่วมมือด้วย เพราะว่าพ่อเขานิ่งๆ

พี่กิ๊กเพิ่งกลับมารับงานในวงการ หลังจากเบรกไปกี่ปี?

กิ๊ก : ถ้าเบรกละครยาวก็คือ 14 ปี จริงๆ เราไม่ได้ตั้งใจว่าจะเบรกยาวหรอก แต่เรามีความรู้สึกว่าตอนที่เราเริ่มท้อง เราอยากจะให้เวลากับครอบครัวมากกว่า มันเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะเราอยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เพราะเราให้นมเอง เราดูแลลูกเอง เรามีแค่ลูกมือเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือเรา แต่ส่วนใหญ่ลูกทั้ง 3 คนเราจะเป็นคนเลี้ยงเอง เพราะฉะนั้นจะเอาเวลาที่ไหนไปรับงาน นึกออกไหม มันไม่มีเวลาเลย ยังนับถือคนที่ทำงานไป เลี้ยงลูกไป ไม่รู้เขาแบ่งเวลายังไง หรือว่าตัวเราไม่มีสายกลางหรือเปล่า

ลูกมีบอกเราไหม อยู่กับหนูไม่ต้องไปทำงานหรอก?

กิ๊ก : ตอนโตไม่มี แต่ตอนเด็กๆ ตัวติดกันตลอด เวลาเราไปไหนแว๊บนึงเขาจะโทรตามละ จนเราต้องตัดขาดจากเพื่อนด้วยนะ การงานทุกสิ่ง ทุกอย่าง เราตัดหมดเลย เราก็ดูแลลูกแบบเต็มๆ คนอื่นคิดว่าเราหายไปไหน คือเรามาเลี้ยงลูก

พี่เคยตั้งไว้ไหมว่าฉันมีลูก แล้วฉันจะหยุดวงการกี่ปี?

กิ๊ก : จริงๆ ไม่คิดเลย คิดว่าเลี้ยงลูกแล้วคงไม่ได้กลับแล้ว ไม่มีการคิด วางแผนว่าฉันเลี้ยงลูกเท่านี้ๆ แล้วจะกลับมาทำงาน เราไม่ได้คิดว่าจะกลับมาทำงาน เราเน้นในเรื่องครอบครัวเป็นหลัก เราไม่ได้คิดว่าตัวเราจะกลับมาในวงการ ไม่มีการวางแผนใดๆ ทั้งสิ้น กิ๊กว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับดวง โชคชะตามากกว่า วันนึงที่เราอยากจะกลับมา ถ้ายังมีคนต้อนรับเราอยู่ เราก็ต้องยินดี และดีใจมากๆ

เราแอบคิดไหม 14 ปีที่ผ่านมา ฉันอยากกลับมาในวงการ?

กิ๊ก : มีแบบตอนที่เราดูละครมากกว่า แต่แรกๆ ตอนที่เราเลี้ยงลูกไม่ได้ดูละครนะ เปิดทีวีไม่ได้ เดี๋ยวลูกตาเสีย สมาธิสั้น คิดนู้น คิดนี่ แลัวเราเลี้ยงเองไม่ได้มีตำราอะไรมากมาย ใช้สัญชาตญาณของเราแล้วฟังข่าว เราก็พยายามให้ลูกออกห่างทีวี แต่พอโตขึ้นจ้องอย่างนี้เลย เด็กยุคใหม่เขาไม่สนใจเราเลย สนใจแต่เรื่องของตัวเอง เราก็ต้องคอยบอกว่าโลกสมัยนี้มันเป็นแบบนี้ก็จริง แม่พยายามที่จะปรับเปลี่ยน แต่ทุกอย่างต้องอยู่ตรงกลาง

มีเหตุการณ์ที่พี่กิ๊กเป็นห่วงลูกมาก เพราะมันสะเทือนใจมาก?

กิ๊ก : น่าจะประมาณ ม.4-ม.5 คือเรากลับรถโรงเรียนทุกวัน ก็จะส่งเพื่อนก่อน แล้วส่งเราทีหลัง แล้ววันนั้นเราอยากไปบ้านเพื่อน ทำไมมันต้องเกิดแจคพ็อตในวันที่เราอยากไปบ้านเพื่อน เราก็เลยบอกโอเควันนี้ไม่ต้องไปส่งนะ เดี๋ยวเรานั่งรถกลับเอง เพราะเราจะไปอยู่บ้านเพื่อน หลังจากอยู่บ้านเพื่อนเสร็จ เราก็เรียกรถประมาณ 5-6 โมงเย็น แล้วเขาก็ขับไปตามทาง แต่เราเห้ย…มันไม่ใช่ทางนี้นิ เราเรียนโรงเรียนหญิงล้วน การพูดการจา มันอาจจะไม่คล่องแคล่วเหมือนสมัยนี้ เราก็เอ๊ะจะยังไง ทำไมมันลึกขึ้นเรื่อยๆ น้ำตามาแล้ว คิดไม่ทัน ด้วยความที่เราเป็นเด็ก ฉันต้องโดนแน่ๆ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ยิ่งตรงไป ยิ่งมืด เราก็กอดกระเป๋าดำของเราไว้

คิดว่าถ้าไปลึกกว่านี้แล้วเราโดนข่มขืน เราจะกระโดด เราก็มองทางเจอมอเตอร์ไซค์คันนึง เราก็โบกมือ พี่ช่วยด้วย แล้วเขาขับมอเตอร์ไซค์มาหาเรา แล้สมาปาดข้างหน้าเลย นึกถึงภาพตอนนั้นถ้าไม่มีมอเตอร์ไซค์มาช่วยเราจะเกิดอะไรขึ้น เชื่อไหมด้วยความที่เราคิดไม่ได้ เรายังนั่งรถคันนั้นให้มอเตอร์ไซค์พากลับบ้าน เราคงช็อก กลับบ้านไปก็เล่าให้แม่ฟัง แล้วเราไม่ได้ถามเลยนะพี่คนนั้นชื่ออะไร ขอบคุณนะคะที่มาช่วยหนู ไม่มีเลย ด้วยความที่เราตกใจ และตั้งแต่นั้นมา เรากลัวมาตลอด ลูกเราเป็นผู้หญิงด้วย เกิดเขาคิดแบบเราไปบ้านเพื่อนแพ๊บนึง แล้วเดี๋ยวนั่งรถกลับบ้าน กลัวเจอเหตุการณ์แบบเรา

แล้วพี่โชคดี พี่คนที่มาช่วย เขาช่วยจริงๆ ?

กิ๊ก : ใช่ ไม่คิดว่าเขาจะช่วย

แล้วคนขับรถที่พี่นั่งเขาได้พูดอะไรไหม?

กิ๊ก : ไม่พูด เป็นการสื่อสารระหว่างพี่มอเตอร์ไซค์กับรถคันนั้น พี่มอเตอร์ไซค์บอกว่าเรานั่งไปได้ยังไง ไม่เห็นเหรอ ข้างหน้ามีเหล้าด้วยนะ คือรู้แล้วแหละคนไม่มีสติเป็นยังไง ก็เป็นเหตุการณ์ที่ฝังใจมากๆ แล้วพยายามเล่าให้ลูกฟังว่าเราเจออะไรมาบ้าง โลกมันไม่ได้สวยงามนะลูก เราต้องรู้จักระวังตัว

สุดท้ายก็เลี้ยงลูกด้วยตัวเอง?

กิ๊ก : ใช่ ไม่ปล่อยไปไหน อาจจะเป็นเพราะเราเคยมีอดีต

14 ปีกลับมาในวงการ มันมีจุดไหนที่อยู่ดีๆ เข้ามาได้ยังไง?

กิ๊ก : ตอนช่วงไทรโศกที่เราเล่น ตอนนั้นเรารู้สึกว่าลูกเราเริ่มโตแล้ว ตอนนั้นเป็นละครของพี่แหม่ม ธิติมา เขาติดต่อมา กิ๊กแบบนี้นะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ กิ๊กไปส่งลูกได้ ดูแลลูกได้ เราเลยเล่นกับพี่แหม่ม

เห็นว่ากลับมาได้เพราะคำพูดลูก?

กิ๊ก : อันนี้ก็มีส่วน ที่กลับมาก็ต้องถามครอบครัวก่อนว่าถ้าเกิดว่าแม่กลับไปรับละครมันจะดีไหม บางทีเราก็พูดแบบไม่ได้คิดอะไร เรื่องนี้ดีจังเลย เขาเล่นดี ลูกคงจับเราได้ว่าแม่คงคิดถึงวงการ ดูลักษณะว่าแม่อยากเล่นเนอะ เขาก็บอกว่า แม่ก็ไปทำสิ่งที่แม่รักเถอะ ถ้าแม่อยากทำแม่ไปเลย พวกหนูดูแลตัวเองได้แล้ว คือแบบลูกเราโตแล้วเหรอทำไมพูดคำพูดแบบนี้ได้ ซึ่งเราก็รู้สึกสบายใจ ถ้าแม่มีโอกาสได้รับงานเนี่ย แม่จะไปทำนะ จนมันมีโอกาสเข้ามาจริงๆ

พอหายไปสิบกว่าปี พอกลับมาความยากง่ายมันต่างกันไหม?

กิ๊ก: กิ๊กว่ายุคสมัยมันต่างกัน สมัยตอนที่กิ๊กเล่น อาจจะเป็นยุคตรงไปตรงมา ไม่ได้มีมิติอะไรมากมาย สมัยนี้ก็จะเป็นอีกยุคนึง กิ๊กว่าสนุกนะ ได้ร่วมงานกับเด็กรุ่นใหม่ ทำให้เรามีความคิดที่แบบเราไม่รู้มาก่อน ได้มาเรียนรู้กับเด็กรุ่นใหม่ ก็คือสนุกคนละแบบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...