โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MTC ฉลุย! หุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ มูลค่า 7,800 ลบ.ขายเกลี้ยง สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนในฐานะ World Class Thai Microfinance

Wealthy Thai

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 08.27 น.

บมจ. เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ประสบความสำเร็จดีเกินคาด หุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ ขายเกลี้ยง มูลค่า 7,800 ล้านบาท สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์มาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance) พร้อมส่งมอบแหล่งเงินทุนคุณภาพแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC)ผู้ให้บริการทางการเงินในมาตรฐานระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบแหล่งเงินทุนคุณภาพแก่ประชาชนทุกกลุ่มอาชีพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนกิจการท้องถิ่นให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สร้างรากฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เปิดเผยว่า หุ้นกู้ 3 ชุดใหม่ มูลค่ารวม 7,800 ล้านบาท ที่บริษัทฯ เปิดขายระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม โดยขายหมดทั้งจำนวน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่สุดในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย หากพิจารณาจากมูลค่าเงินให้สินเชื่อและจำนวนสาขา
โดยหุ้นกู้ชุดนี้เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ประกอบด้วย หุ้นกู้อายุ 3ปี 11เดือน 29วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.90%ต่อปี หุ้นกู้อายุ 4ปี 11เดือน 28วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.10%ต่อปี และ หุ้นกู้อายุ 6ปี 11เดือน 25วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.30%ต่อปี มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และมีวัตถุประสงค์ของการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกหุ้นกู้ (roll-over) และเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ
รองกรรมการผู้จัดการ MTC กล่าวอีกว่า ในไตรมาส 1/2568ที่ผ่านมา พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 167,560ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5%รายได้รวม 7,242ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.21%และกำไรสุทธิ 1,571ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 2.69% ปรับตัวดีขึ้น จากสิ้นปีก่อนที่ 2.75%และบริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตพอร์ตสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 10-15%และตั้งเป้าในการควบคุมสัดส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ให้ไม่เกิน 2.70%
ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนากระบวนการปล่อยสินเชื่อตลอดห่วงโซ่ของกิจการ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จนได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ควบคู่กับผลประเมินหุ้นยั่งยืน (ESG Ratings) ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MSCI ESG Index ระดับ AA รวมไปถึงการได้รับความร่วมมือกับสถาบันการเงินระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) รัฐบาลเยอรมนี (KfW DEG) บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (International Finance Corporation : IFC) ซึ่งเป็นสถาบันในกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ผ่านการลงทุนในหุ้นกู้เพื่อสังคมของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่มีสุภาพสตรีเป็นเจ้าของ และ บริษัทฯ ยังเป็นสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (NBFI) รายแรกของประเทศไทย ที่ได้มีการออกหุ้นกู้เพื่อสังคมมูลค่า 335 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เสนอขายแก่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศทั้งจำนวนในปีที่ผ่านมา
อีกทั้งยังได้รับอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาท (National Long-term Rating) ที่ A-(tha) จาก Fitch Ratings สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์มาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...