นักวิชาการ ชี้หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง แนะรัฐเร่งเคาะงบ 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด
นักวิชาการ แนะ รัฐเร่งเคาะโครงการงบ 1.57 แสนล้าน หากโครงการไหนพร้อม ตรงจุด เริ่มได้ทันที
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง เปิดเผยถึงกรณีการเลื่อนประชุมแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้วงเงิน 1.57 แสนล้านบาทว่า รัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณดังกล่าวอย่างคุ้มค่าและรอบคอบ เนื่องจากยังมีหลายโครงการที่เสนอเข้ามาแต่ยังไม่ตอบโจทย์หรือสอดรับกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันเท่าที่ควร ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าคณะกรรมการที่ดูแลโครงการนี้มีการเลื่อนประชุมหลายครั้ง
นายสมชาย กล่าวว่า โครงการที่อยู่ภายใต้งบประมาณดังกล่าวควรมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการขึ้นภาษีของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ และอีกกลุ่มคือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการสร้างงานและกระจายรายได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายสมชาย กล่าวว่า แม้จะมีข้อเสนอจากหลายหน่วยงานที่ส่งโครงการเข้ามาให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา แต่ตนมองว่าหลายโครงการยังคงเป็นรูปแบบเดิม ๆ และไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน บางโครงการมีขนาดใหญ่เกินไป และไม่ตอบสนองต่อความจำเป็นเร่งด่วน ทำให้รัฐบาลควรทบทวนแผนใหม่ และตัดโครงการที่ไม่เหมาะสมออกไป
นายสมชาย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตนไม่ต้องการให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าเกินไป พร้อมเสนอว่า หากมีโครงการใดที่มีความพร้อมและสามารถเริ่มได้ทันที เช่น โครงการภาคเกษตร การช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ก็ควรเร่งผลักดันโดยเร็ว
นายสมชาย กล่าวว่า ในประเด็นภาระหนี้ของประชาชน ตนชี้ว่า หนี้ครัวเรือนไทยยังคงอยู่ในระดับสูง และถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในอาเซียน สอดคล้องกับสิ่งที่นางสาวนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ที่แสดงความกังวลต่อพนักงานจำนวนมากที่เริ่มถอนเงินสำรองเลี้ยงชีพเพื่อนำมาใช้หนี้ ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะความเปราะบางทางการเงินของประชาชนอย่างชัดเจน
นายสมชาย กล่าวว่า นี่เป็นสัญญาณอันตรายที่สะท้อนถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน และเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่รัฐบาลควรดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับนโยบายช่วยเหลือหนี้ครัวเรือน เช่น การปรับโครงสร้างหนี้ การเพิ่มช่องทางหารายได้ และการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถแข่งขันได้มากขึ้น เพื่อบรรเทาภาระในระยะยาว
นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนกรณีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี ตนให้ความเห็นว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคล แต่เชื่อว่าไม่น่าจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนหรือนักลงทุนมากนัก เพราะนโยบายเศรษฐกิจหลักยังคงมาจากรัฐบาลชุดเดิม จึงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าการปรับคณะรัฐมนตรีจะมีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด โดยสรุปแล้ว สิ่งสำคัญอยู่ที่นโยบายของรัฐบาล ไม่ใช่การปรับเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วทุกอย่างจะเปลี่ยน เพราะเนื่องจากสมาชิกรัฐบาลยังคงเป็นชุดปัจจุบัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ ชี้หนี้ครัวเรือนไทยพุ่ง แนะรัฐเร่งเคาะงบ 1.57 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th