โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นท่องเที่ยวยิ้มร่ารับตัวเลขนทท.ฟื้น หลังผ่านจุดต่ำสุด-มาตรการรัฐหนุน

Wealthy Thai

อัพเดต 20 พ.ย. 2568 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 02.06 น.

แม้ภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่จากข้อมูลล่าสุดพบว่าเริ่มเห็นการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวไม่น้อย หลังเริ่มมีคำถามถึงทิศทางธุรกิจในช่วงต่อจากนี้ว่าจะยังมีปัจจัยสนับสนุนหรือไม่
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวฯ รายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ 26 พ.ค. -1 มิ.ย. มีจำนวน 575,136 คน เฉลี่ย 82,162 คนต่อวัน เพิ่มขึ้น 24.11% จากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่จากต้นปีถึงปัจจุบันมีจำนวน 14.45 ล้านคน ลดลง 2.77% จากปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวที่เด่นขึ้นตามกลุ่มได้ประโยชน์วันหยุดยาว ช่วงเทศกาล และนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอยู่ที่ 7.6 หมื่นคน อยู่ในกรอบบนตั้งแต่ช่วงแผ่นดินไหว
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี มีมุมมองบวกกับรายงานข้างต้น จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวสอดคล้องกับสถิติในอดีต (ผลของฤดูกาล) ที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะปรับตัวลงทำจุดต่ำสุดของปีในเดือน พ.ค. จากนั้นจะทยอยฟื้นตัวต่อเนื่องจนถึงเดือน ส.ค. ก่อนจะปรับฐานอีกครั้งในเดือน ก.ย.
โดยหากอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาครัฐเร่งออกมาตรการโดยเฉพาะ "สวัสดีหนีห่าว" เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา คาดว่าจะดึงนักท่องเที่ยวจีนกับมาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อย ๆ ฟื้นตัว คล้ายกับสถิติในอดีต เป็นจิตวิทยาบวกกับหุ้นท่องเที่ยว (MINT, CENTEL, SHR, ERW) รวมถึงค้าปลีก อาทิ CPALL จากที่ผ่านมาปรับลงสะท้อนปัจจัยลบต่าง ๆ ไปแล้ว
เริ่มที่ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 35.00 บาท โดยแนวโน้มงบไตรมาส 2-3 จะเด่นกว่ากลุ่มท่องเที่ยวในไทย เพราะแรงหนุนของ High Season โรงแรมยุโรปและกระทบเรื่องนักท่องเที่ยวจีนจำกัด อีกทั้งกลยุทธ์การลดหนี้สินมาต่อเนื่อง คาดช่วยทำให้อัตราการทำกำไรของบริษัทดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตลอดปี 2568 การปลดล็อกมูลค่าสินทรัพย์จากการจัดตั้งกอง REIT จะเป็น Upside ให้กับประมาณการในระยะถัดไป ทั้งนี้ คาดกำไรปกติไตรมาส 2/68 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเติบโตจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยด้านฤดูกาล
ตามด้วย บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 34.00 บาท ทั้งนี้ ยอดจองล่วงหน้าช่วงไตรมาส 2/68 ของกลุ่มโรงแรมในไทยยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่โรงแรมญี่ปุ่นเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ผลบวกจากช่วงฤดูกาลและการจัดงาน World expo (เม.ย.-ต.ค.68) ตลาดมัลดีฟส์อ่อนแอทั้งจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้นแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68 คาดกำไรปกติลดลงจากไตรมาสก่อน แต่เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดกำไรปกติเติบโตหนุนจากการดำเนินงานของโรงแรมในญี่ปุ่น รวมถึงในปีก่อนมีปิดรีโนเวทโรงแรมที่พัทยาและภูเก็ต
ส่วน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR บล.กรุงศรี แนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 2.00 บาท ทั้งนี้ ไตรมาส 2/68 โรงแรมในไทย (โดยเฉพาะภูเก็ตและสมุย) ยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวก ด้วยการเติบโตสองหลัก ขณะที่มัลดีฟส์ได้ประโยชน์จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น
ดังนั้น คาดผลประกอบการไตรมาส 2/68 จะปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนน้อยลง (เทียบกับขาดทุน 72 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67) แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล ขณะที่คาดผลประกอบการไตรมาส 3/68 จะพลิกเป็นกำไร (เทียบกับขาดทุน 20 ล้านบาท ในไตรมาส 3/67) เมื่อโรงแรมที่ปรับปรุงกลับมาดำเนินการและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงเริ่มส่งผล
สำหรับ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 3.20 บาท ทั้งนี้ กำไรปกติไตรมาส 1/68 คิดเป็น40% ของประมาณการปี 2568 ที่ 860 ลบ. (-8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน) อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 2-3/68 จะเข้าสู่ช่วง Low Season ของการท่องเที่ยวในไทยและฟิลิปปินส์ ทำให้ยังคงประมาณการ
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68 คาดกำไรลดลงจากไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาลและลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ส่วนกำไรสุทธิคาดลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายการพิเศษกำไรจากการปิดกอง ERWPF ในไตรมาส 2/67
ปิดท้ายที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่แม้ไม่ใช่หุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวโดยตรง แต่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ บล.หยวนต้า แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 65.00 บาท สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/68 คาดทรงตัวจากไตรมาสก่อน แต่เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยแรงหนุนจาก
1) คาดการณ์ ไตรมาส 2/68 SSSG ที่ยังเติบโตในระดับ 1-2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2) การขยายสาขาเฉลี่ย 700 แห่งต่อปี หรือ 150-200 ต่อไตรมาส 3) การมีวันหยุดยาวจำนวนมากในช่วงไตรมาส 2 หนุนยอดขายกลุ่มสินค้าพร้อมทานและการท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...