โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รักไม่เพียงพอ คู่มือวางแผนการเงินสำหรับการแต่งงานที่ใช้งานได้จริง | เงินทองของจริง

4 ดู
รักไม่เพียงพอ คู่มือวางแผนการเงินสำหรับการแต่งงานที่ใช้งานได้จริง | เงินทองของจริง

การแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน และเป็นการวางรากฐานให้ครอบครัวในอนาคต เพราะฉะนั้น แค่รักกันจึงไม่เพียงพอ แต่ต้องวางแผนให้พร้อมด้วย สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนแต่งงาน ก่อนจะไปดูว่าการวางแผนการแต่งงานควรทำอะไรบ้าง มี 3 สิ่งสำคัญที่คนที่เตรียมตัวจะแต่งงานควรคำนึงถึงก่อน 1. การเคลียร์หนี้สิน ควรเคลียร์หนี้สินที่มีให้หมดก่อนแต่งงาน มีการเปิดอกพูดคุยกันถึงรายการผ่อนชำระแต่ละเดือน จำนวนงวดที่เหลือ เพื่อจะได้ทราบสภาพคล่องทางการเงินของแต่ละคน และไม่เกิดปัญหาในภายหลัง 2. การตกลงค่าใช้จ่ายในบ้าน ตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำค่าไฟ ค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ ค่าอาหาร ว่าใครเป็นผู้จ่าย บางบ้านอาจใช้การเก็บเงินร่วมกันเป็นกองกลางไว้ใช้จ่ายส่วนนี้ หรือบางบ้านอาจแบ่งจ่ายตามรายได้ ซึ่งเหล่านี้ไม่มีผิดถูก ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของแต่ละบ้าน 3. การวางแผนเก็บเงินลงทุนร่วมกัน วางแผนเก็บเงินลงทุนร่วมกันเพื่ออนาคตที่สดใส หลังแต่งงานหลายคู่มีแผนซื้อบ้านซื้อรถ มีลูก เตรียมค่าใช้จ่ายการศึกษาลูก และต้องการมีเงินไว้ใช้ยามเกษียณ ทั้งหมดนี้อาจแผนเก็บเงินร่วมกัน หรือนำเงินไปลงทุนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งตามวัตถุประสงค์การลงทุน นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินด้วยการทำประกันภัย 5 ขั้นตอนการวางแผนการแต่งงาน 1. ปักธงกำหนดวันแต่งงาน การกำหนดวันแต่งงานจะช่วยให้เกิดความชัดเจนของเป้าหมายและระยะเวลาวางแผนออมเงินสำหรับงานแต่งงาน โดยสามารถกำหนดคร่าวๆ ว่าจะแต่งงานกันในอีก 2 ปี หรือ 3 ปีข้างหน้า 2. สำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมด ประเมินรายละเอียดค่าใช้จ่ายว่าจะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับอะไรบ้าง เช่น สินสอด แหวนหมั้น ชุดแต่งงาน ขบวนแห่ขันหมาก การจัดงานเลี้ยง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ควรหาข้อมูลราคาจากหลายแหล่ง เพื่อนำมาเปรียบเทียบและพิจารณาทางเลือกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ในขั้นตอนนี้คู่รักจะต้องช่วยกันตัดสินใจกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน เพื่อจะได้จัดสรรเงินได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 3. เดินหน้าเก็บเงินเพื่อการแต่งงาน เมื่อรู้เป้าหมาย ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ก็เริ่มเก็บเงินได้เลย โดยอาจแบ่งออมเงินแบบรายเดือน ตัวอย่าง เป้าหมายเก็บเงินสำหรับแต่งงานจำนวน 500,000 บาท ภายในเวลา 3 ปี หรือ 36 เดือน ก็ต้องเก็บเงินให้ได้เดือนละประมาณ 14,000 บาท และตกลงร่วมกันว่าจะช่วยกันออกในสัดส่วนเท่าไหร่ เช่น คนละครึ่งหนึ่ง คิดเป็นเดือนละ 7,000 บาท และอาจเก็บเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินในงานแต่งงานเพิ่มด้วย 4. ใช้เงินตามแผนที่กำหนด อย่าเพิ่มสิ่งที่ไม่จำเป็นมากเกินไป เพราะจะทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายได้ และก็ไม่ควรประหยัดจนเกินไป เพราะจะทำให้งานแต่งงานในฝันออกมาไม่ประทับใจตามที่คาดหวังไว้ หลังเสร็จสิ้นงานแต่งงานแล้วลองคำนวณดูว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ ก็นำเงินก้อนนั้นมาเป็นเงินกองกลางของครอบครัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ต่อไป 5. เริ่มวางแผนการเงินของครอบครัวด้านอื่นๆ สำหรับคู่รักที่กำลังจะสร้างครอบครัวร่วมกัน การวางแผนเก็บเงินแต่งงานไม่ใช่เพียงเป้าหมายการเงินเดียว ดังนั้น จึงต้อง รีบคุยกันและลองคิดถึงเป้าหมายอื่นๆ ที่ต้องใช้เงิน เพื่อวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ทริปฮันนีมูน จำนวนบุตรที่ต้องการ ค่าเล่าเรียนบุตร หรือแม้แต่การพูดคุยปรึกษากันเรื่องการบริหารเงินภายในครอบครัว การวางแผนการเงินหลังแต่งงาน หลังจากจบงานแต่งกันไปแล้ว บ่าวสาวจะเริ่มต้นใช้ชีวิตคู่กัน การวางแผนการเงินสำหรับใช้ชีวิตหลังแต่งจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพื่อให้ทั้งคู่สามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาการเงิน 1. การกำหนดเป้าหมายทางการเงินร่วมกัน ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้ทั้งคู่สามารถวางแผนและใช้จ่ายได้อย่างเป็นระบบ เป้าหมายระยะสั้น การออมเงินสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว การซื้อรถ หรือการชำระหนี้สินที่มีอยู่ เป้าหมายระยะยาว การลงทุนเพื่อการเกษียณ การซื้อบ้าน หรือการเตรียมเงินสำหรับการศึกษาของบุตร 2. การจัดการบัญชีและการเงินร่วมกัน วิธีที่เลือกควรสอดคล้องกับความต้องการและสไตล์การใช้จ่ายของแต่ละคน บัญชีร่วม จะช่วยให้การจัดการค่าใช้จ่ายภายในบ้านเป็นไปอย่างสะดวก และสามารถแบ่งปันความรับผิดชอบทางการเงินร่วมกันได้ บัญชีแยก การรักษาความเป็นอิสระทางการเงินสามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่ามีพื้นที่ส่วนตัวในการใช้จ่าย แต่ควรมีข้อตกลงที่ชัดเจนในการแบ่งค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าใช้จ่ายในบ้าน ค่าผ่อนบ้าน หรือค่าเล่าเรียนของบุตร 3. การมีเงินสำรองยามฉุกเฉิน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วย การตกงาน หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ควรมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวล 4. การจัดการหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน รถยนต์ หรือการใช้บัตรเครดิต ควรมีแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน รวมถึงการหลีกเลี่ยงการสร้างหนี้สินเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางการเงินในระยะยาว 5. การลงทุนและการวางแผนการออม การวางแผนการเงินระยะยาวไม่ใช่แค่การออมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินด้วย ซึ่งควรวางแผนให้สอดคล้องกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ทั้งสองยอมรับได้ พบกับ โค้ชหนุ่ม และ ทิน โชคกมลกิจ ได้ใน เงินทองของจริง ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital ติดตาม CH7HD News และ TERO Digital ได้ที่ : https://linktr.ee/ch7hdnews_tero #เงินทองของจริง #TERODigital #CH7HDNews

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 07.42 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 06.42 น. • TEROASIA

เล่นอัตโนมัติ

Loading...
Loading...

คลิปล่าสุดจาก Ch7HD News - ข่าวช่อง7

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...