โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

วิ่งราวต่อหน้าต่อตา ผบช.น. เจ้าตัวอ้างแค่ “อยากเท่”

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 16.17 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 16.17 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(28 มิ.ย. 68) เวลาประมาณ 20.15 น. เกิดเหตุการณ์สุดระทึกและอุกอาจกลางใจเมือง เมื่อชายคนหนึ่งก่อเหตุวิ่งราวโทรศัพท์มือถือต่อหน้าต่อตา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. บริเวณริมฟุตปาธหน้ากรมแพทย์ทหารบก ก่อนที่ทั้งสองนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่จะเข้าร่วมปฏิบัติการเข้าตะครุบตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในทันที

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ พล.ต.ท.สยาม และ พล.ต.ต.นพศิลป์ กำลังเดินตรวจความเรียบร้อยภายหลังการชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ นายพงษ์พันธ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ฉวยโอกาสกระชากโทรศัพท์มือถือของ นายณรงค์ ชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งกำลังชาร์จแบตเตอรี่อยู่บริเวณป้ายรถเมล์ เมื่อนายณรงค์เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินผ่านมาพอดี จึงตะโกนขอความช่วยเหลือ ผู้ก่อเหตุเห็นท่าไม่ดีจึงโยนโทรศัพท์ทิ้ง แต่ก็ไม่พ้นมือ พล.ต.ต.นพศิลป์ ที่เข้าล็อกตัวและจับกุมไว้ได้ทันท่วงที

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพงษ์พันธ์ อ้างว่าการก่อเหตุวิ่งราวครั้งนี้ "ทำเล่นๆ" เพราะเห็นตำรวจเดินผ่านมาแล้ว "อยากทำเท่" ซึ่งเป็นคำให้การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากลักษณะของผู้ก่อเหตุที่มีการโกนผมและโกนคิ้ว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นพระสงฆ์หรือไม่ แต่เจ้าตัวอ้างว่าโกนผมเพื่อเตรียมจะไปบวชเข้าพรรษา

สิ่งที่เพิ่มความน่าสงสัยยิ่งขึ้น คือการตรวจค้นภายในกระเป๋าเป้ของนายพงษ์พันธ์ พบแหวนทองจำนวน 1 วง บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก เมื่อสอบถาม ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็น "แหวนพระ" ที่ได้มาจากวัดพระธรรมกาย โดยบอกว่าต้องบวชก่อนถึงจะได้มา ซึ่งขัดแย้งกับคำให้การก่อนหน้า ที่บอกว่ากำลังจะไปบวช ทำให้ตำรวจยิ่งเพิ่มข้อสงสัยในคำให้การ

พล.ต.ต.นพศิลป์ ได้สอบถามเพิ่มเติม ผู้ก่อเหตุยอมรับว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วประมาณ 10 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นการขโมยเบียร์กระป๋อง ไม่เคยขโมยของมีค่า และยอมรับว่าก่อนเกิดเหตุได้ดื่มเบียร์มา 1 ขวด ก่อนจะมาก่อเหตุครั้งนี้

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายพงษ์พันธ์ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจนครบาลพญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านนายณรงค์ ผู้เสียหาย เล่าถึงนาทีระทึกว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งรอรถประจำทางอยู่ริมฟุตปาธหน้ากรมแพทย์ทหารบก โดยเสียบสายชาร์จโทรศัพท์มือถือและเก็บไว้ในกระเป๋า จู่ๆ ผู้ก่อเหตุได้เดินผ่านมา 1 รอบและหันมามอง จังหวะที่ตนหันหน้าไปมองเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เดินผ่านมาพอดี ผู้ก่อเหตุจึงวิ่งเข้ามากระชากโทรศัพท์ไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงวิ่งตามไปพร้อมตะโกนขอความช่วยเหลือ และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้ก่อเหตุโยนโทรศัพท์ที่ขโมยมาทิ้ง ก่อนจะถูก พล.ต.ท.สยาม และ พล.ต.ต.นพศิลป์ เข้าจับกุมตัวไว้ได้ในที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...