โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอด 'เที่ยวคนละครึ่ง' ต่ำ ชี้พิษศก.ฝืด-ผู้ค้าร่วมน้อย เอกชนห่วง 2 อุตฯอ่วม ภาษีมะกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 14.56 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 23.58 น.

ยอด ‘เที่ยวคนละครึ่ง’ ต่ำ ชี้พิษศก.ฝืด-ผู้ค้าร่วมน้อย เอกชนห่วง 2 อุตฯอ่วม ภาษีมะกัน ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า-จักรกล จี้รบ.เร่งออกมาตรการอุ้ม

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า หลังจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศขอปิดระบบการลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเป็นการชั่วคราว เพื่อทำการปรับปรุง พัฒนาระบบในส่วนที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนเปิดให้ลงทะเบียนได้ตามปกติผ่านแอพพลิเคชั่น Amazing Thailand หรือเว็บไซต์เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคมเป็นต้นไป

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 13 กรกฎาคม 2568 สิทธิคงเหลือทั้งหมด 389,209 สิทธิหรือห้อง แบ่งเป็นเมืองหลัก 22 จังหวัด 227,346 สิทธิ เมืองรอง 55 จังหวัด 161,863 สิทธิ มีการใช้สิทธิจองห้องพักและจ่ายเงินแล้วจำนวน 110,791 สิทธิ สำหรับยอดการจองห้องพักสะสมตั้งแต่ที่ผ่านมา

ยอมรับว่า ต่ำกว่าคาดมาก สาเหตุหลักอาจมาจากสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง อีกส่วนคาดว่ามาจากจำนวนผู้ประกอบการในระบบเข้าร่วมน้อยมาก มีประมาณ 5,254 ราย จากที่สมัครกว่า 40,000 ราย เนื่องจากการเปิดรับลงทะเบียนผู้ประกอบการล่าช้า ทำให้ยังติดขัดกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกจำนวนมาก แต่จากการประเมินเบื้องต้น จำนวนสิทธิหมดลงประมาณ 1 แสนสิทธิแล้ว ทำให้ยังไม่จำเป็นต้องขยายเวลาพำนักออกไปเกินตุลาคม 2568 ส่วนการขยายสิทธิเพิ่มจาก 5 แสนสิทธิแรก หากมีงบเหลือหลังจากสิทธิทั้งหมดถูกใช้แล้ว อาจนำมาเกลี่ยเพื่อเพิ่มจำนวนสิทธิใหม่ได้แบบไม่ต้องของบประมาณเพิ่ม

ขณะที่ นายสถิตย์ แถลงสัตยา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจสัมพันธ์ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า การเผชิญมาตรการทางภาษีจากสหรัฐ และการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการค้า มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทิศทางการส่งออกไทยครึ่งปีหลังมีแนวโน้มกระทบหลายกลุ่มสินค้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรเป็นสองกลุ่มหลักน่าจับตาใกล้ชิด

เนื่องจากมีสัดส่วนส่งออกไปสหรัฐรวมกันสูงถึง 60% หากถูกเก็บภาษี 36% คาดว่าจะกระทบต้นทุนและราคาสินค้าโดยตรง ทำให้ความสามารถการแข่งขันของไทยลดลงทันที ภาครัฐควรเจรจาเปิดตลาดอย่างเลือกสรร (Selective Opening) หลีกเลี่ยงเปิดตลาดสินค้าอ่อนไหวหรือได้รับผลกระทบสูง มุ่งเปิดตลาดสินค้าไทยมีดีมานด์อยู่แล้วแต่ผลิตไม่พอ เพื่อเพิ่มโอกาสนำเข้าแทนการขาดแคลน ระยะยาวควรเร่งปรับโครงสร้างภาคเกษตร ปัญหาพื้นที่ทำกินลดลง และแรงงานสูงอายุเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีสมัยใหม่คือคำตอบระยะยาว แต่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ สินค้าประเภทเนื้อสัตว์ เช่น หมูหรือวัว หากจำเป็นต้องนำเข้า รัฐต้องมีมาตรการรองรับ มีแผนเยียวยาผู้ประกอบการและเกษตรกร

นายสถิตย์กล่าวว่า หากสถานการณ์ภาษีมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หรือหากลดอัตราภาษีไม่ได้ จะมีผลกระทบต่อแนวโน้มการปิดโรงงานในช่วงปลายปีหรือไม่นั้น ปัจจัยต่างๆ ทั้งภาษีเพิ่มขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบ และความผันผวนของตลาด อาจส่งผลให้เห็นการปิดโรงงานเพิ่มขึ้นบางสาขา โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางทางการแข่งขัน หรือในกลุ่มธุรกิจมีทุนหมุนเวียนน้อย หากทุนหนาพอก็อาจประคองธุรกิจต่อไปได้ แต่หากไม่ ก็อาจเห็นการทยอยปิดกิจการชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี 2568 แม้บางธุรกิจจะมีฐานลูกค้าในประเทศ ช่วยลดแรงกระแทกจากการส่งออกบ้าง

แต่ภาพรวมของระบบการผลิตไทยยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบเมื่อเกิดปัญหาในห่วงโซ่อุปทานโลก การพึ่งพาดีมานด์ในประเทศยังไม่ใช่คำตอบ เพราะอุปสงค์ภายในยังไม่ฟื้นเต็มที่ การบริโภคยังต่ำ กำลังซื้อยังจำกัด ดังนั้นภาครัฐควรเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรองรับแรงกระแทกจากภายนอก โดยเฉพาะการเจรจาการค้าเพื่อปกป้องตลาดส่งออกหลัก และสนับสนุนให้ผู้ผลิตไทยมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยอด ‘เที่ยวคนละครึ่ง’ ต่ำ ชี้พิษศก.ฝืด-ผู้ค้าร่วมน้อย เอกชนห่วง 2 อุตฯอ่วม ภาษีมะกัน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...