โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศึกเขากระโดง ใครจะโดน 157 ? ปรับ ครม. เพื่อชำระแค้นการเมือง

แนวหน้า

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

หลังปรับครม. ตามที่ สทร.ต้องการ โดยดึงกระทรวงมหาดไทยมาอยู่ใต้อาณัติของพรรคเพื่อไทย

นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบปมที่ดินเขากระโดงทันที

1. ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินมีคำสั่งไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิในที่ดินเขากระโดง โดยมีความเห็นชอบตามที่กรมที่ดินเห็นว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ไม่มีเอกสารหลักฐานยืนยันตามที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งปัจจุบัน ร.ฟ.ท.ทำหนังสือของให้ทางสำนักงานอัยการสูงสุด ดำเนินคดีแทน ร.ฟ.ท. ในการยื่นฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับซ้อนที่ดินของ ร.ฟ.ท. ขับไล่ และเรียกค่าเสียหายจากผู้ถือเอกสารสิทธิและผู้ยึดถือครองครอบครองในที่ดินบริเวณดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา ว่า จะเซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาทบทวนมติคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินอย่างแน่นอน

“ตอนนี้ ผมให้ข้าราชการทำงานกระตุ้นให้ทำงาน ให้ซีเรียสจริงจังแค่นี้แหละ ผมดูทุกเรื่อง แต่ไม่ใช่ให้ทำทุกเรื่องทีเดียว มันต้องจัดลำดับความสำคัญ แล้วค่อยว่ากัน ตอนนี้ เราต้องปราบปรามยาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน อาชญากรรมข้ามชาติ ตอนนี้เรื่องยาเสพติดเป็นเรือธงรัฐบาลก็บอกแล้ว” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ปัญหาโฉนดที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ จ.ปทุมธานี ของครอบครัวชินวัตร ที่ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์เดิมของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ
เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร (ที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์) และให้กระทรวงมหาดไทยวินิจฉัยอุทธรณ์ใหม่ เพื่อให้คำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ที่ 2308/2544 ที่ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดิน 2 แปลง (ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 20 ต.คลองซอยที่ 5 ฝั่งตะวันออก (บึงตะเคียน) อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 730-1- 51 ไร่ และที่ดินตามโฉนดเลขที่ 1446 ต.บึงอ้ายเสียบอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื้อที่ 194-1-24 ไร่) ตลอดจนรายการจดทะเบียนลำดับต่อๆมาจากรายการข้างต้น กลับมามีเป็นที่ดินธรณีสงฆ์อีกครั้ง และให้กรมที่ดินดำเนินการ จะมีการทบทวนหรือไม่ ?

นายภูมิธรรมตอบว่า ก็ต้องดูก่อน อันไหนผิดทำให้มันถูก อันไหนถูกก็ถูกไป

2. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส. จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวถึง มท.1 บิ๊กอ้วน เตือนว่า ในส่วนกรณี “เขากระโดง” นั้น หากจะตรวจสอบก็ขอให้ทำอย่างตรงไปตรงมา อย่าเลือกปฏิบัติ

พร้อมทวงถามถึงความคืบหน้าในคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ และสนามกอล์ฟเทมส์วัลเล่ย์ ที่เขาใหญ่ โดยระบุว่ามีข้อสงสัยในเรื่องกรรมสิทธิ์เช่นกัน

“..แทนที่จะใช้โอกาสในการบริหารงานเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข กลับใช้เวลาไปกับการโยกย้ายข้าราชการเพื่อหวังล้างแค้นทางการเมือง…

…ผลงานเก่าของนายภูมิธรรม ตอนเป็น รมว.พาณิชย์ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ชาวบ้านเดือดร้อนทั้งประเทศ

พอไปเป็น รมว.กลาโหม ก็ถูกกัมพูชาเล่นงานสารพัด จนเกิดกรณีพิพาทชายแดนที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบหลายปี ยุคนายภูมิธรรมความขัดแย้งหนักมาก บ้านเมืองลุกเป็นไฟ เพราะไม่มีบารมีให้กัมพูชาเกรงใจ จนดินแดนที่เป็นของเรากำลังถูกท้าทาย โชคดีที่ยังมีทหารช่วยประคองสถานการณ์ไว้ได้” –นายสนองกล่าว

3. ความจริง ปมเขากระโดง

ที่ดินเขากระโดง มีปมปัญหาอยู่จริง

แต่ละประเด็นในขณะนี้จำเป็นต้องมีฝ่ายการเมืองเข้าไปใช้อำนาจกดดันแทรกแซง หรือไม่?

(1) ปมเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่?

ขณะนี้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการตรวจสอบ กรณีร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กับคณะกรรมการสอบสวนฯ มาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ตาม
คำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ 1195-1196/2566 รวม 12 คน ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ กรณีไม่ดำเนินการพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินรถไฟบริเวณเขากระโดง อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 772 แปลง

สัปดาห์ที่ผ่านมา สร.ร.ฟ.ท ก็เพิ่งไปยื่นหนังสือติดตามเร่งรัดคดีกับทาง ป.ป.ช.

โดยมีนายอดิศักดิ์ โยธา ผู้อำนวยการสำนักไต่สวนการทุจริต ภาครัฐ 3 สำนักงาน ป.ป.ช. เป็นคนมารับหนังสือจากตัวแทน สร.ร.ฟ.ท.

นายอดิศักดิ์ แจ้งกับตัวแทน สร.ร.ฟ.ท. ว่า ในการดำเนินการสอบสวนการร้องทุกข์กล่าวโทษกรณีที่ดินเขากระโดง นั้น ทาง ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตามมาตรา 61 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการฯเพื่อทำหน้าที่สอบสวนในเรื่องนี้แล้ว

(2) ปมศาลปกครองกับการเพิกถอนโฉนด

ร.ฟ.ท.ได้ฟ้องศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน โดยอ้างออกโฉนดที่ดินคลาดเคลื่อน รุกที่การรถไฟ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2568 ศาลปกครอง มีคำสั่งคุ้มครองที่ดิน 995 ฉบับ และที่ดินแปลงอื่นๆ ในพื้นที่เขากระโดง หลังยกฟ้องปม ร.ฟ.ท.สั่งให้เพิกถอนที่ดิน

คดีหมายเลขดำที่ 395/2568 ลงวันที่ 27 พ.ค.2568

การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) (ผู้ฟ้องคดี) ได้ยื่นฟ้อง กรมที่ดิน กับพวกรวม 3 ราย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3) ในคดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินบริเวณแยกเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เนื้อที่ 5,083 ไร่

สรุปได้เป็น 4 ข้อหา คือ

ข้อหาที่ 1 ร.ฟ.ท. มีคําขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0561.2(2)/22162 ลงวันที่ 21 ต.ค.2567
ที่มีคำสั่งให้ยุติเรื่องการสอบสวน การออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนในเขตที่ดินของ ร.ฟ.ท. บริเวณทางแยกเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

ข้อหาที่ 2 ร.ฟ.ท. มีคําขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคําวินิจฉัยอุทธรณ์ของอธิบดีกรมที่ดิน (อธิบดีกรมที่ดิน) และปลัดกระทรวงมหาดไทย (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) ซึ่งได้มีคําวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ กรณี ร.ฟ.ท.ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ที่มีคำสั่งให้ยุติเรื่องการสอบสวนการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินโดยคลาดเคลื่อนในเขตที่ดินของ ร.ฟ.ท. บริเวณทางแยกเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์

ข้อหาที่ 3 ร.ฟ.ท. มีคําขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้กรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดิน ร่วมกันเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้ง 995 ฉบับ ที่เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ออกโดยไม่ชอบ ซึ่งเป็นการคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดในพื้นที่ของ ร.ฟ.ท. ภายใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด หรือภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควร

ข้อหาที่ 4 ร.ฟ.ท. ขอให้ศาลมีคําพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ที่ออกทับที่ดินของ ร.ฟ.ท. ตามแผนที่แสดงเขต ที่ดินของกรมรถไฟ ตอนแยกไปยังที่ย่อยศิลา ต.เขากระโดง จ.บุรีรัมย์ กิโลเมตร 375+650 ตามระวางที่ดิน 4638 IV 3452-00 ถึง 4638 IV 3454-00 บริเวณทางแยกเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ นอกเหนือจากหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินทั้ง 995 ฉบับ ที่ออกทับที่ดินของ ร.ฟ.ท. ในบริเวณทางแยกเขากระโดง

ปรากฏว่า ศาลปกครอง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาบางข้อหา ได้แก่ ข้อหาที่ 3 และข้อหาที่ 4 เนื่องจากเห็นว่า มีข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดี และคําขอบังคับในลักษณะเดียวกันกับประเด็นที่ศาลได้มีคําพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว หรือเป็นการฟ้องซ้ำ ในคดีศาลปกครองกลาง หมายเลขดำที่ 2494/2564 หมายเลขแดงที่ 582/2566 มาฟ้องเป็นคดีนี้อีก

เท่ากับว่า ประเด็นที่ ร.ฟ.ท. มีคําขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมที่ดินและอธิบดีกรมที่ดินร่วมกันเพิกถอนโฉนดเขากระโดง และหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินรวม 995 ฉบับนั้น ศาลไม่รับฟ้อง เพราะฟ้องซ้ำ ศาลเคยพิจารณาประเด็นนี้ไปแล้ว

เท่ากับว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีพิพาทเขากระโดงในคดีใหม่ ไว้พิจารณา จำนวน 2 ข้อหา จากทั้งหมด 4 ข้อหา

ส่วนกรณีการเพิกถอนคำสั่ง “กรมที่ดิน” ที่มีคำสั่งยุติการสอบสวนการเพิกถอนโฉนดโฉนดที่ดิน “เขากระโดง” จะมีบทสรุปอย่างไร ต้องติดตามต่อไป

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นเรื่องที่เข้าไปสู่การพิจารณาของศาลปกครองแล้ว ฝ่ายการเมืองจำเป็นต้องเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงอะไรอีก หรือไม่?

4. ชูวิทย์รับสารภาพผิด ฐานหมิ่นประมาท กล่าวหาปมที่ดินเขากระโดง

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดบุรีรัมย์มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ1349, อ1350/2566 และแดงที่ อ1575, อ1580/2567

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ (โจทก์ที่ 1) และนายเนวิน ชิดชอบ (โจทก์ที่ 2) ฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

คดีนี้เกิดจากการที่นายชูวิทย์จัดแถลงข่าวและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 2566 กล่าวหาโจทก์ทั้งสองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม กล่าวหานายเนวินว่าฮุบที่ดินการรถไฟฯ เขากระโดงกว่า 5,000 ไร่ และใช้เงินหลวงสร้างสนามกีฬา

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ปมที่ดินเขากระโดง เป็นที่พิพาทที่ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิของราษฎรทั่วไป

ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า คำกล่าวหาของจำเลยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน เป็นการใส่ความโจทก์ต่อสื่อมวลชน ใช้ถ้อยคำเหยียดหยาม เสียดสี และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชื่อเสียงของโจทก์ทั้งสอง

นายชูวิทย์ จำเลย ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา

ศาลจึงพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 12 เดือน ลดโทษเหลือ 6 เดือนและเห็นว่าจำเลยอายุมาก มีโรคประจำตัว จึงเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นปรับ 200,000 บาท พร้อมสั่งให้ลงโฆษณาขอขมาโจทก์ในสื่อสิ่งพิมพ์ 7 วันติดต่อกัน และจำเลยให้คำมั่นต่อศาลว่าจะไม่กล่าวหาหรือใส่ความโจทก์และครอบครัวอีก

เรื่องนี้ เป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะในโลกโซเชียล อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ มั่นใจในคำกล่าวหาของอินฟลูฯบางคนจนเกินไป

เราปักใจเชื่อไปแล้ว แต่เมื่อเป็นคดี เขารับสารภาพผิดในชั้นศาล

การติดตามตรวจสอบเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ เป็นหน้าที่พลเมือง แต่ต้องระวังการก้าวล้ำเส้นข้อมูลความจริง ไปจนเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางเสียเอง

สารส้ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...