โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐสภาเตรียมพิจารณา พ.ร.บ.เปลี่ยนชื่อ จาก ‘สำนักงานทรัพย์สินฯ’ สู่ ‘พระคลังข้างที่’ ก่อนพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ 2569

The Momentum

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 16.14 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 07.32 น. • THE MOMENTUM

ในช่วงวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ก่อนการพิจารณาพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวนเงินไม่เกิน 3.7 ล้านล้านบาท ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ก่อน ซึ่งถูกเสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำเสนอ

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวคือ การเปลี่ยนชื่อ ‘สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ ให้เป็น ‘สำนักงานพระคลังข้างที่’ โดยสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในร่าง พ.ร.บ.ระบุไว้ว่า

“พระคลังข้างที่เป็นหน่วยงานที่มีภาระหน้าที่ในการดูแลจัดการพระราชทรัพย์ของพระมหากษัตริย์มาแต่โบราณกาล ซึ่งต่อมาได้มีการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เพื่อทำหน้าที่แทน

“เพื่อเป็นการสืบทอดประวัติความเป็นมาให้สอดคล้องกับโบราณราชประเพณี จึงสมควรให้เปลี่ยนชื่อสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นสำนักงานพระคลังข้างที่ และสมควรรวมกิจการของสำนักงานพระราชวังเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานพระคลังข้างที่เดิมเข้ามาบริหารจัดการ โดยสำนักงานพระคลังข้างที่ตามพระราชบัญญัตินี้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้”

นอกจากนั้นใน ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการกำหนดสาระสำคัญอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลง ต่อไปนี้

1. แก้ไขคำว่า ‘คณะกรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ เป็น ‘คณะกรรมการพระคลังข้างที่’, แก้ไขคำว่า ‘กรรมการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ เป็น ‘กรรมการพระคลังข้างที่’ และแก้ไขคำว่า ‘ผู้อำนวยการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์’ เป็น ‘ผู้อำนวยการพระคลังข้างที่’

2. ย้ายกิจการทั้งหมดของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มาเป็นของสำนักงานพระคลังข้างที่

3. กำหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และภาระผูกพันของสำนักพระราชวังเฉพาะส่วนของสำนักงานพระคลังข้างที่ ให้เป็นของสำนักงานพระคลังข้างที่ ตามที่เลขาธิการพระราชวังกำหนด

จากร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวทำให้ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวทำนองว่า การเปลี่ยนแปลงชื่อครั้งนี้ ถือเป็นการกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยสมบูรณ์ เพราะได้ทำลายการแบ่ง ‘ทรัพย์สินส่วนพระองค์’ และ ‘ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์’ ที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร์ เมื่อปี 2475

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขา วิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล (Citizen data sciences) คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ออกมาโต้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ใช่การกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์แต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการ ‘ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การ’ (Organizational Structure) เท่านั้น

เนื่องจากใน พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2561 ได้มีการแบ่ง ‘ทรัพย์สินในพระองค์’ ซึ่งเป็นทรัพย์สินราชสกุลมหิดล และ ‘ทรัพย์สินในพระมหากษัตริย์’ อย่างชัดเจน และการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เป็นเพียงการกลับไปใช้คำโบราณ

นอกจากนั้นการรวบกิจการของสำนักงานพระคลังข้างที่ สำนักพระราชวัง ให้มาอยู่ภายใต้สังกัดของสำนักงานพระคลังข้างที่นั้นถูกต้องตามหลัก ‘การจัดการการเงิน’ เพราะสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ (ที่เปลี่ยนเป็นชื่อสำนักงานพระคลังข้างที่) นั้นมีความชำนาญมากกว่า มีบุคลากรพร้อมกว่า สามารถตอบสนองกับภารกิจของสำนักได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...