โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เมีย ปัดกักขังสามี หลังหายตัวปริศนา คาดหนีหนี้ไปกับหญิงอื่น เผยเคยทำแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 10.42 น.

เมีย ปัดกักขังสามี หลังหายตัวปริศนา คาดหนีหนี้ไปกับหญิงอื่นเผยเคยทำแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง วอนกลับมาเคลียร์ให้จบ

จากกรณี น.ส.นุชณี ไอร์ริค อายุ 43 ปี ตามหานายอนิรุจ ดีพิศ หรือรุจ หรือวือ อายุ 48 ปี พี่ชายซึ่งหายตัวไป หลังจากขายอ้อยได้เงิน 7.5 แสน โดยก่อนหายตัวไป เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 68 พี่ชายยังได้ส่งข้อความมาหาน้องว่า จะนำเงินไปใช้หนี้ ธ.ก.ส. วันที่ 30 เม.ย. 68 บอกจะโอนเงินให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้โอน และหายตัวไปจากบ้านภรรยาที่ ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ไม่สามารถติดต่อได้ สอบถามภรรยาก็ไม่รู้ว่าไปไหน จนต้องไปแจ้งคนหายที่ สภ.กุมภวาปี เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 68 ตำรวจบอกจะติดตามแต่ผ่านมา 20 กว่าวันแล้วก็ยังไม่มีวี่แวว จึงมาร้องสื่อให้ช่วยติดตามพี่ชายให้ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเรื่องนายอนิรุจ ดีพิศ หรือรุจ อายุ 48 ปี ชาว อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ได้หายตัวปริศนา พร้อมเงินขายอ้อย 7.5 แสนบาท จากตำรวจชุดสืบสวนแล้ว ซึ่งนายอนิรุจ เป็นชาว อ.กุดจับ มามีภรรยาอยู่ที่ อ.กุมภวาปี ได้ประมาณ 1 ปีกว่า ซึ่งตำรวจสืบสวนได้ตรวจสอบทางการใช้โทรศัพท์มือถือ พบว่ามือถือปิด แต่ก็ตามหาตามรีสอร์ทแต่ไม่พบ และยังทราบว่านายอนิรุจ เคยหายออกจากบ้านเพราะไม่มีเงินใช้หนี้ โดยไปเช่ารีสอร์ทอยู่ 3-5 วัน พอภรรยาไปตามและใช้หนี้ให้ก็กลับมาบ้าน แต่ครั้งนี้หายไปนานผิดปกติ

ต่อมาเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.สภ.กุมภวาปี ได้เดินทางมาบ้านนางมะลิ อายุ 48 ปี ต.ปะโค อ.กุมภวาปี โดยนางมะลิ เล่าว่า ตนเคยแต่งงานกับชาวต่างชาติ ตอนนี้ได้แยกทางกันแล้ว และได้มารู้จักกับนายรุจเมื่อปี 2566 โดยนางนุชณีแนะนำให้รู้จักกัน หลังจากนั้นพวกตนก็ได้ชอบพอกัน และอยู่กินฉันสามีกับนายรุจ แต่ตนยังเดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศ โดยนายรุจมาอยู่บ้านตน โดยรับซื้ออ้อยและมันสำประหลังรอ โดยจะมีหลานๆ ของตนไปเรียนรู้การซื้ออ้อยด้วย อีกทั้งยังให้นายรุจใช้รถยนต์เก๋ง และรถปิกอัพขับไปทำธุระหรือกลับไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน ซึ่งตนไม่เคยปิดกั้นหรือห้ามนายรุจกลับบ้านไปหาแม่และลูกเลย และปีนี้ตนคิดจะกลับมาอยู่เมืองไทยถาวร โดยลงหลักปักฐานกับนายรุจ

นางมะลิ เล่าต่อว่า นายรุจเคยหายไปแบบนี้ 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกไม่มีเงินไปจ่ายค่าอ้อย หายไป 3-4 วัน จากนั้นก็โทรมาหาตนว่าอยู่ที่รีสอร์ท ตนก็ไปหาและเคลียร์เงินให้ก่อน เมื่อขายอ้อยแล้วค่อยเอามาคืนตน ครั้งที่ 2 ตนทำบุญบ้าน นายรุจก็เสนอจะจ้างหมอลำซิ่ง ซึ่งตนไม่อยากให้มี เพราะตนชอบทำบุญเงียบๆ แต่นายรุจบอกว่าจะจ้างเพราะชอบดู เลยไปจ้างหมอลำซิ่งมาแสดง 5 หมื่นบาท จ่ายมัดจำ 5,000 บาท ก่อนวันงาน 1 วันนายรุจก็หายไป ตนก็ต้องจ่ายค่าหมอลำเอง 45,000 บาท และจ่ายค่างวดรถบรรทุกหกล้อ และรถไถ รวมแล้วนายรุจเป็นหนี้ตน 2.3 แสนบาท

นางมะลิ เล่าว่า ตนเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2568 นายรุจก็อยู่ด้วย แต่ตนรู้สึกว่านายรุจเปลี่ยนไป ไม่วางโทรศัพท์มือถือ จะถือไว้ตลอด นอกจากตอนชาร์ตแบตเตอรี่ ก่อนหายตัวไป วันที่ 28 เมษายน นายรุจบอกว่าขายอ้อยได้เงิน 7 แสนกว่าบาท แต่ตนไม่เห็นเงินสด หรือเงินในบัญชี ตนก็บอกให้ไปเคลียร์หนี้สินให้มันเรียบร้อย ขณะนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน ตนขึ้นไปอาบน้ำ 15 นาที กลับมาปรากฏว่านายรุจได้หายไป ถามแม่ก็บอกว่านายรุจเดินออกไปหน้าบ้าน ไม่รู้ว่าไปไหน ตนก็โทรหาแม่นายรุจไม่รับสายและติดต่อไม่ได้อีกเลย ซึ่งคนก็ไปแจ้งคนหายเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 68

นางมะลิ เล่าต่อว่า ในความรู้สึกของตนเชื่อว่าสาเหตุที่นายรุจหายไป ประเด็นแรกก็คงเพราะไม่อยากเคลียร์หนี้สิน หากใช้หนี้ ธ.ก.ส. หรือใช้หนี้ตน เงินก็จะเหลือน้อยไม่พอใช้จ่าย ประเด็นที่สอง คิดว่านายรุจมีผู้หญิงอื่น สังเกตจากเมื่อก่อนนายรุจจะไม่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ระยะหลังนายรุจไม่ยอมวางมือถือเลย เพราะเล่นเว็ปหาคู่ มีผู้หญิงที่คุยด้วย 5-6 คน พอตนจับได้ก็ลบออกจากมือถือ เรื่องน้องสาวและแม่นายรุจตามหาลูก เพราะคิดว่าตนคงไม่กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือฆ่าใครเพราะเรื่องเงินแค่นี้

“ถ้าหากนายรุจฟังอยู่ อยากบอกว่า ให้กลับมาเคลียร์หนี้สิน มาพูดความจริง ให้กินน้ำสาบานกันเลย มาแบบลูกผู้ชาย ทหารก็เคยเป็น ถ้ามีคนใหม่ก็เลิกกัน แต่อย่าไปแบบไม่เคลียร์ ให้มันกระจ่าง จะได้รู้ว่าใครพูดความจริง ใครไม่พูดความจริง ทั้งหนี้สินที่ค้างตน และหนี้สินของน้องสาวและ ธ.ก.ส.เคลียร์เสร็จแล้วก็ต่างคนต่างไป ตอนนี้ไม่รักแล้ว เพราะหมดใจแล้ว คุยด้วยได้ ถ้ามาง้อจะคืนดีไม๊ นั่นคืออนาคต แต่ตอนนี้เน้นกลับมาเคลียร์ปัญหาที่ทำไว้และเคลียร์ทุกอย่างให้มันกระจ่าง เป็นคนกลางไม่เคลียร์ ทำสองฝ่ายเข้าใจผิดกัน ไม่รู้ว่าจะเอาไปฆ่าทำไม เพราะตอนมาตนและญาติก็อ้าแขนรับ แม้ว่าจะมาแต่ตัว จะมีเหตุผลใดที่เราจะต้องอุ้มฆ่า คนไม่ใช่สิ่งของที่จะนำไปซ่อนไว้ และไม่เคยห้ามไม่ให้กลับบ้าน หายไปครั้งที่ 1-2 ก็ไปตามหาแต่ครั้งที่ 3 ไม่ตาม เพราะไม่รู้จะไปตามที่ไหน ”

ส่วนนางตุ๊ วรรณล้อม อายุ 71 ปี เล่าว่า ทีแรกตนก็ว่านายรุจดี มาอยู่ครั้งแรกก็ดีตลอด ไม่เคยทะเลาะกัน ตนก็ไม่เคยว่าให้ใคร ไม่รู้ว่านายรุจเปลี่ยนไปเพราะอะไร แต่ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้สนใจ จะไปไหนก็ไม่ได้สนใจ แต่ก่อนที่จะหายไป ก็นั่งเล่นด้วยกัน 3 คน ลูกสาวขึ้นไปอาบน้ำ ตนเลยขึ้นบ้านไปดูทีวี ส่วนนายรุจก็เดินออกจากบ้าน นายรุจก็มองหน้าตน ก็คิดว่านายรุจเดินไปที่รถบรรทุกหกล้อ เขาไม่เคยทะเลาะกันเลย ก็ไม่คิดว่าจะทำแบบนี้ เห็นเขารักกันดี ถ้ากลับมาก็คงไม่ให้คืนดี เพราะคิดว่าคงจะทำเหมือนเดิม เพราะทำแบบนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมีย ปัดกักขังสามี หลังหายตัวปริศนา คาดหนีหนี้ไปกับหญิงอื่น เผยเคยทำแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...