จับอีก รับจ้าง 500 เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างสภ.ชลบุรี พบ 3 หมายติดตัว
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท.รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. จึงสั่งการให้เร่งทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาที่มีหมายจับเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์รวมทั้งขบวนการนี้อ้าง สภ.ชลบุรี หลอกผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยใช้บัญชีม้าชื่อ นางสมพิศ ศรีแสง มูลค่าความเสียหายเกือบ 2 แสนบาท
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1 พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 พ.ต.ท.พัฒพงษ์ กื้อมะโน สว.กก.สส.4, พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.กก.สส.1 พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 2, 4 ร่วมกันสืบสวนจับกุมนางสมพิศ หรือเอ๋ ศรีแสง อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดตาก ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้ที่หอพักไม่ทราบชื่อ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 40/1 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า วันเวลาเกิดเหตุมีโทรศัพท์เป็นผู้หญิงโทรเข้ามาที่ผู้เสียหายให้แอดไลน์ ปรากฏไลน์ “สภ.ชลบุรี” ขึ้นมาในไลน์ดังกล่าวมีรูปตราโล่ตำรวจปรากฏอยู่ จึงเชื่อว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจริง จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวโทรศัพท์ทางไลน์แจ้งว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับยาเสพติดรายใหญ่ให้โอนเงินไปที่ธนาคาร ที่มีชื่อ น.ส.สมพิศ รวม 3 ธนาคาร จำนวน 160,000 บาท ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2564 เป็นเจ้าของบัญชีเพื่อตรวจสอบ หากจับกุมผู้ต้องหารายใหญ่ได้แล้วจะโอนเงินกลับคืนมาให้ เมื่อผู้เสียหายปรึกษาเจ้านายจึงรู้ว่าถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินจึงมาแจ้งความร้องทุกข์
ผบก.สส.บช.น.กล่าวว่า สอบถามผู้ต้องหาให้การว่ามีแท็กซี่มาติดต่อว่าจ้างให้ไปเปิดบัญชีธนาคารโดยรับค่าจ้างบัญชีละ 400-500 บาท หลังจากนั้นให้สมุดบัญชีกับบัตร ATM ดังกล่าวไป ตรวจสอบพบหมายจับนางสมพิศ เพิ่มอีก 3 หมาย 1.ศาลจังหวัดอ่างทอง ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” 2.ศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” และ 3.ศาลจังหวัดปัตตานี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริต ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ ดำเนินคดีต่อไป