โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เสี่ยบิ๊ก' เจ้าของรถบรรทุก พร้อมโชเฟอร์รุดให้ปากคำตำรวจ จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

Khaosod

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 10.59 น.

'เสี่ยบิ๊ก' เจ้าของรถบรรทุก พร้อมโชเฟอร์รุดให้ปากคำตำรวจ อ้างที่มาพบช้า เพราะเจ้าของรถตกใจ ยังไม่พร้อมให้ข้อมูล ตร.จ่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.66 ที่สน.พระโขนง พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รรท.รอง ผบช.น. และพ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รรท.รอง ผบก.น.5 ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.โอภาส หาญณรงค์ ผกก.สน.พระโขนง และคณะทำงาน ติดตามความคืบหน้าทางคดีรถบรรทุกตกบ่อร้อยสายไฟ บริเวณปากซอย สุขุมวิท 64/1

พล.ต.ต.พัลลภ กล่าวว่า หลังชั่งน้ำหนักรถพบว่าบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แจ้งข้อหากับคนขับรถ 2 ข้อหา คือขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับเจ้าของรถตำรวจติดต่อมาสอบปากคำในวันนี้ ส่วนสาเหตุที่เชิญมาล่าช้าเนื่องจากเจ้าของรถอ้างว่าตกใจ และยังไม่พร้อมให้ข้อมูล

ต่อมา นายพชรพล (สงวนนามสกุล) หรือเสี่ยบิ๊ก เจ้าของรถบรรทุก และนายศักดิ์มงคล (สงวนนามสกุล) หรือบอย อายุ 29 ปี คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ เข้ามาสอบปากคำ จากกรณีที่มีรถบรรทุกน้ำหนักเกินจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุถนนยุบตัว โดยมี พล.ต.ต.สุวิชชา จินดาคำ ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (รรท.ผบก.น.5) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมสอบปากคำ โดยสอบปากคำตั้งแต่ 13.00 น.

พล.ต.ต.พัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่เปิดเผยภาพคลิปวิดีโอว่า ในช่วงกลางดึกของคืนวันเกิดเหตุ มีคนงานนำถังแกลลอนมาถ่ายน้ำมันออกจากรถบรรทุกคันเกิดเหตุที่จอดไว้ตรงข้ามสน.พระโขนงนั้น ฝ่ายสืบสวนติดตามตัวบุคคลในคลิปมาสอบปากคำแล้วให้การว่า ได้รับคำสั่งมาให้ถ่ายน้ำมันออกจากถัง

เนื่องจากตัวถังได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ จึงเกรงว่าน้ำมันอาจรั่วจนเกิดอันตราย และนำน้ำมันของกลางมาส่งคืนให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะอำพรางทำให้น้ำหนักรถลดลง แต่ก็ยังต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหากพบว่า พยายามถ่ายน้ำหนักรถเพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบก็จะดำเนินคดี

หลังจากนี้จะตรวจสอบประเด็นความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติม โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ทั้งเรื่องการดัดแปลงต่อเติมอุปกรณ์เสริมพ่วงส่วนอื่นๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ และในส่วนของบ่อพักที่อยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้านครหลวง การก่อสร้างมีความถูกต้องตามหลักวิศวกรรมหรือไม่ โดยหลังจากนี้จะต้องให้ทางสภาวิศวกรรมเข้ามาตรวจสอบ

ส่วนเรื่องส่วยสติกเกอร์ ทางพล.ต.ท.ธิติแสงสว่าง ผบก.น.กำชับ และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องนี้แล้ว รวมถึงผบ.ตร.มีคำสั่งมอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบเรื่องนี้ ควบคู่กันไปด้วย

แต่การสอบสวนเบื้องต้นทางคนขับรถให้การว่า ทางผู้ประกอบการเจ้าของรถบรรทุก ติดสติกเกอร์ทำสัญลักษณ์ให้รู้ว่าเป็นรถของตัวเองที่จะเข้ามาตักดินภายในไซต์งาน เนื่องจากมีรถจำนวนหลายคัน หากพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตรับผลประโยชน์ (ส่วยสติกเกอร์) จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยไม่ละเว้น แต่ต้องใช้เวลาในการทำงาน

ขณะที่รถคันอื่นๆ ของผู้ประกอบการเจ้าของรถบรรทุกที่มีรายงานข่าวว่ามีจำนวนอยู่ประมาณ 6 ถึง 7 คัน หากไม่ได้บรรทุกน้ำหนักเกินที่กฎหมายกำหนด หรือไม่มีสิ่งใดผิดกฎหมายก็สามารถดำเนินประกอบการได้ตามปกติ แต่เจ้าหน้าที่อาจจะต้องเข้มงวดตรวจตราตามเส้นทางเพิ่มมากขึ้น ส่วนเส้นทางที่รถบรรทุกคันดังกล่าวจะนำดินไปไว้พื้นที่ไหนนั้น ตอนนี้ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนเพื่อความชัดเจน

ขณะที่กรณีการสอบปากคำคนขับรถบรรทุก หากให้การไปถึงเจ้าของรถว่า บังคับให้ขนส่งน้ำหนักเกินกฎหมายกำหนดก็ต้องดำเนินคดี ในส่วนนี้กับเจ้าของรถบรรทุกด้วย แต่การสอบปากคำในเบื้องต้น ยังไม่ได้ซัดทอดถึงเจ้าของรถบรรทุก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...