นิกเกอิปิดตลาดลบ 51.03 จุด หวังความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐ-จีนดีขึ้น
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดขยับลงเล็กน้อยในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยมีแรงซื้อเข้ามาจากความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนจะดีขึ้น ขณะเดียวกัน นักลงทุนก็กำลังจับตารอผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ใช้เวลาประชุมสองวัน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 36,779.66 จุด ลดลง 51.03 จุด หรือ -0.14% ถือเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกหลังจากที่บวกติดต่อกันมา 7 วันทำการ
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำโดยกลุ่มขนส่งทางอากาศและกลุ่มค้าส่ง ขณะที่หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์และกลุ่มอุปกรณ์การขนส่งปรับตัวลง
โบรกเกอร์กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นดีขึ้นเพราะนักลงทุนคาดการณ์ว่าน่าจะมีการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งเป็นสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศใช้ภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง
"ตอนที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก ตลาดหุ้นก็เคยโดนกดดันจากปัญหาสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน แต่พอเริ่มมีการเจรจาและสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ตลาดก็ดีดตัวกลับขึ้นมาได้" มาซาฮิโระ อิชิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของบริษัท ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าว
"ผมเชื่อว่าครั้งนี้ตลาดก็น่าจะมีทิศทางคล้าย ๆ กับตอนนั้น" อิชิกาวะกล่าวเสริม
หุ้นกลุ่มยาปรับตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังทรัมป์กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เขามีแผนจะประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรมยาของสหรัฐฯ ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ (7 พ.ค.) หลังจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้ากับสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,342.67 จุด เพิ่มขึ้น 26.55 จุด หรือ +0.80%
ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) สำหรับธนาคารพาณิชย์ลง 0.50% และปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืน (reverse repurchase rate) ระยะ 7 วัน ลง 0.10% สู่ระดับ 1.4% จากระดับ 1.5% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก ลดลง 0.10% โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสภาพคล่องในระบบและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยหนุนจากการที่จีนยืนยันว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนจะจัดการเจรจาร่วมกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นภาษีศุลกากรและการค้า ซึ่งทำให้ตลาดมีความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้า
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นนำตลาด โดยหุ้น East Money บวก 1.2%, หุ้น Shijiazhuang Chan ปรับตัวขึ้น 1.3%, หุ้น Shanghai Stonehill พุ่งขึ้น 3.9%, หุ้น Shenzhen Tianyuan ทะยานขึ้น 8.5% และหุ้น Cambricon Technologies ดีดตัวขึ้น 2%
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราส่วนการกันสำรอง (RRR) สำหรับธนาคารพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตลาดยังขานรับข่าวเจ้าหน้าที่จีนและสหรัฐฯ เตรียมเจรจาการค้าในสัปดาห์นี้
ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 22,691.88 จุด เพิ่มขึ้น 29.17 จุด หรือ +0.13%
ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลด RRR ลง 0.50% ซึ่งเป็นการปรับลดครั้งแรกในปีนี้ และจะทำให้มีสภาพคล่องไหลเข้าสู่ระบบการเงินของจีนประมาณ 1 ล้านล้านหยวน (1.389 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสภาพคล่องในระบบและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยืดเยื้อระหว่างจีนและสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันธนาคารกลางจีนประกาศว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยซื้อคืน (reverse repurchase rate) ระยะ 7 วัน ลง 0.10% สู่ระดับ 1.4% จากระดับ 1.5% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลัก ลดลง 0.10%
นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ จะพบปะกับ เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนที่สวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นภาษีศุลกากรและการค้า
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันนี้ (7 พ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีความหวังว่าจีนและสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้า
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,573.80 จุด เพิ่มขึ้น 14.01 จุด หรือ +0.55%
หุ้น Samsung Electronics ปรับตัวขึ้น 0.55% และหุ้น SK hynix เพิ่มขึ้น 2.58%
หุ้น HD Korea Shipbuilding & Offshore Engineering เพิ่มขึ้น 0.9% และหุ้น Hanwha Ocean ปรับตัวขึ้น 1.9%
ทางการจีนยืนยันว่า เหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีของจีนจะจัดการเจรจาร่วมกับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นภาษีศุลกากรและการค้า ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้า