โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SET บวกสวน แม้ Moody’s ลด Outlook ไทย โบรกฯ มองแค่จิตวิทยาเชิงลบระยะสั้น ชี้ไม่ใช่หั่น Credit rating-หุ้นไทยลงลึกแล้ว

Wealthy Thai

อัพเดต 27 ก.ย 2568 เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2568 เวลา 05.13 น.

แม้วานนี้การปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Outlook) ไทยของ Moody’s จะสร้างความฮือฮาอย่างมาก แต่ดูเหมือนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (30 เม.ย. 68)จะไม่ได้ตอบสนองเชิงลบมากนัก ล่าสุด SET Index อยู่ที่ 1,185.04จุด เพิ่มขึ้น 13.92จุด หรือ +1.19%จากวันก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์ประเมินเป็นจิตวิทยาเชิงลบสั้นๆ ชี้ไม่ใช่การปรับลด Credit rating และช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับลงไปมากแล้ว
โดย Moody’s ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของไทยจาก “Stable” (มีเสถียรภาพ) เป็น “Negative” (เชิงลบ) ในขณะที่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ที่ระดับ Baa1 สะท้อนถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความท้าทายทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
ปัจจัยหลักที่ทำให้มีการปรับลดแนวโน้มของไทยมาจาก (1) การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดย Moody’s ได้มีการปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ของไทยในปี 2025 เหลือประมาณ 2% จากเดิมที่ 2.9% จากการฟื้นตัวหลังโควิดที่ไม่ค่อยแข็งแรง บวกกับปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัย และทักษะแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน
(2) หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจาก 34% ของ GDP ในปี 2019 เป็นราว 56% ในปี 2024 (3) ความเสี่ยงจากนโยบายการค้าโลก หลังสหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศทั่วโลก และ (4) ปัญหาด้านโครงสร้างประชากรและสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาสังคมสูงวัยที่ทำให้จำนวนแรงงานลดลง หรือ ปัญหาภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีปัจจัยเชิงบวกที่ทำให้ Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1 เช่น (1) ทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยที่อยู่ในระดับสูง (ราว 215 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เดือนมีนาคม 2025) (2) อัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และ (3) ตลาดทุนที่มีการพัฒนาอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเสริมความสามารถในการระดมทุน
ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ต่อการปรับลด Outlook ของไทย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า ในระยะสั้น นักลงทุนอาจมีความกังวลต่อการปรับลด Credit Rating ในอนาคต แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษารูปแบบในอดีตช่วงที่ Moody's ปรับลด Outlook เป็น Negative 2 ครั้งในช่วงปี 2540 (ปีต้มยำกุ้ง) และ 2551 (ปี Subprime และความขัดแย้งการเมืองในประเทศ) จะเห็นได้ว่าในปี 2551 ประเทศไทยไม่ได้ถูกปรับลด Credit Rating ตามมา
โดยจุดที่ทำให้ปี 2551 แตกต่างจากปี 2540 คือมีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด มีทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ได้เร่งตัวอย่างมีนัย ซึ่งในปีนี้ทุนสำรองระหว่างประเทศและดุลบัญชีเดินสะพัดยังเป็นบวก แต่ก็ยังต้องติดตามสัญญาณอย่างใกล้ชิดหลังจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ เริ่มมีผล
สำหรับผลต่อตลาดหุ้น พบว่า SET Index มักจะพักตัวเฉลี่ย 0.3% ในช่วงสัปดาห์แรกก่อนที่จะรีบาวน์ โดยสาเหตุที่ปรับลงจำกัดก็เพราะตลาดหุ้นได้ปรับลงจากช่วงก่อนหน้าไปมากแล้ว
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินว่าผลกระทบจากการปรับลดแนวโน้มจะเป็นเพียงจิตวิทยาเชิงลบสั้นๆต่อ SET Index เท่านั้น เพราะจากสถิติในอดีต ช่วงที่ไทยถูกปรับแนวโน้มลง พบว่าค่าเงินบาทไม่ได้ตอบสนองอย่างมีนัยยะ และตลาดหุ้นไทยก็ปรับลงเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนกลับมาแตะระดับเดิมหรือปรับขึ้นในบางรอบ นอกจากนี้ เนื่องจากนี่เป็นการปรับเพียง Outlook ลง ไม่ใช่การปรับลด Credit rating จึงประเมินว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะถูกจำกัด เพราะหากพิจารณาในอดีต ประเทศไทยไม่เคยถูกปรับลด Credit rating ลงตั้งแต่ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 1997
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า การปรับ Outlook เป็น negative สะท้อนถึงโอกาสที่ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทยจะอ่อนแอลงต่อไป แต่การคงอันดับความน่าเชื่อถือ Baa1 ก็ชี้ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสถาบันและการกำกับดูแลในประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าตลาดหุ้นมีสิทธิ์ถูกกระทบในทางลบเมื่อถูกปรับลด Outlook

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...