โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภากาชาดไทย ยันไม่มีการซื้อขายอวัยวะตามข่าว ชี้ผิดกฎหมาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 25 เม.ย. 2568 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2568 เวลา 09.54 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 25 เม.ย. – ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ย้ำไม่มีการซื้อขายตามข่าวในโลกออนไลน์ เผยผิดทั้ง กม.-จริยธรรม-ศีลธรรม ไทยมีระบบการบริจาคอวัยวะ ขออย่าหลงเชื่อขบวนการตลาดมืด แนะตำรวจหาเบาะแสต่อ หากมีขบวนการนี้จริง

รศ.นพ.สุภนิติ์ นิวาตวงศ์ รองผู้อำนวยการ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย แถลงข่าวจากกรณีที่มีการเผยแพร่เรื่อง “การซื้อขายอวัยวะ” ตามกระแสข่าวออนไลน์ซึ่งทำให้เกิดการเข้าใจผิดเป็นวงกว้างว่าอวัยวะที่บริจาคสามารถซื้อ-ขายได้ โดยระบุว่าตามที่แชร์กันก็ยังไม่เห็นข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีการซื้อขายในตลาดมืดประเทศไทยจากที่เห็นราคาบอกว่าเท่านั้นเท่านี้

การซื้อขายอวัยวะในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายและผิดจริยธรรม ไม่สมควรกระทำ อย่างตามกฏหมายของไทยมีหลายข้อที่มีโทษถึงจำคุกและโทษปรับและไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ซื้อขายผู้ที่เกี่ยวข้องในหน้าแพทย์หรือแม้แต่ตัวโรงพยาบาลที่ทำเรื่องดังกล่าวก็มีความผิด ซึ่งการกระทำดังกล่าว ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอาญา และแพ่ง ที่เกี่ยวข้อง ผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ส่วน พ.ร.บ.การปลูกถ่ายอวัยวะนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นร่าง กม.โดยหาก กม.ที่สำเร็จก็จะช่วยส่งเสริมให้ระบบการบริจาคมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอ้างอิงโทษความผิดมีโทษจาก กม.การค้ามนุษย์ฯ ที่มีโทษหนัก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องระเบียบควบคุม รพ.และแพทย์ ของแพทยสภาที่มีข้อบังคับจริยธรรมและวิชาชีพฉบับ 2566 โดยยอมให้มีการปลูกถ่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาลที่เป็นสมาชิกของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

ซึ่งปัจจุบันมี รพ.ในระบบที่สามารถปลูกถ่ายอวัยวะของสภากาชาด 40 กว่าแห่ง มีระเบียบขั้นตอน มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในเรื่องของความปลอดภัย และต้องไม่ใช่เป็นการซื้อขาย ซึ่งจะมีคณะกรรมการรับรองโรงพยาบาลที่เป็นสมาชิกในการปลูกถ่าย มีการตรวจเยี่ยม รพ. ทุก 5 ปี เพื่อตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่

โดยจากข่าว หากปล่อยให้มีการซื้อขายจริงเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม เป็นการเอาเปรียบ ซึ่งผู้ที่มาขายที่คงไม่มีใครอยากจะเจ็บตัวนำอวัยวะไปให้ผู้อื่น แต่บางรายอาจจะถูกขู่ หรือถูกหลอกลวง อ้างจะให้เงินแล้วบอกปลอดภัย แต่ในความจริงไม่เป็นแบบนั้น มีบทเรียนในต่างประเทศ พอหลงเชื่อก็ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับเงินที่หวัง ไม่ได้รับการดูแล กลายเป็นโรคเรื้อรัง เดือดร้อนหนักกว่าเดิม กลุ่มเหล่านี้มักเป็นกลุ่มเปราะบางในสังคม โดยการลักลอบทำก็เสี่ยงติดเชื้อ เป็นอันตรายกับทั้งผู้ให้และผู้รับด้วย ส่วนในเคสที่เป็นญาติกัน แพทย์ต้องประเมินสุขภาพก่อน ซึ่งตามหลักต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ให้เป็นอันดับหนึ่ง

รองผู้อำนวยการ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 67 มีผู้เสียชีวิตที่แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ 336 ราย สามารถนำไปปลูกถ่ายได้ 800 กว่าราย ในปี 68 คาดว่าจะมีจำนวนผู้แสดงเจตจำนงบริจาคเพิ่มขึ้นอาจถึง 600 ราย ก็จะทำให้มีผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายได้มากกว่า 1,000 ราย แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะมีผู้ป่วยรายใหม่ที่แสดงความเจตจำนงเพิ่มขึ้นในแต่ละปีเช่นกัน

ผู้ที่ยินยอมให้นำอวัยวะออกไปจากร่างกาย ต้องมั่นใจว่าจะมีชีวิตต่อไปได้ ซึ่งต้องมีการดูแลสุขภาพอย่างดี ดังนั้นการลักลอบทำจึงไม่ปลอดภัย และย้ำว่า อวัยวะที่ได้รับบริจาคจากสภากาชาดไทย ผู้รับไม่ต้องเสียเงินใดๆ ในค่าอวัยวะ สามารถใช้สิทธิรักษาพยาบาลได้ใน รพ.รัฐตามสิทธิ

นางสาวอมรรัตน์ สุริยะบุญ อายุ 39 ปี อาชีพครู หนึ่งในที่มาบริจาคอวัยวะวันนี้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ บอกว่า ตั้งใจมา บริจาคร่างกาย ดวงตา และอวัยวะ ดูข้อมูลจากสภากาชาดมาก่อน มีความคิดว่า หากอนาคตเราไม่อยู่แล้ว ก็อยากให้ร่างกายเป็นประโยชนกับคนอื่น ซึ่งก็ได้แจ้งบอกปรึกษากับครอบครัวมาแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่ามีการซื้อขายอวัยวะในตลาดมืดก็เห็นข่าว แต่ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลการบริจาคอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ข้อมูลจำนวนผู้ลงทะเบียนรอรับอวัยวะกับศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 อยู่ที่ 7,555 คน แบ่งเป็น ไต มากที่สุด 7,019 คน, ตับ 430 คน, หัวใจ 45 คน, ตับอ่อน-ไต 28 คน, หัวใจ-ปอด 14 คน, ตับ-ไต 8 คน, ปอด 7 คน, หัวใจ-ไต 3 คน และตับอ่อน 1 คน

สภากาชาดไทยยังเชิญชวนผู้ที่ต้องการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย หรือตาม รพ.ต่างๆ ที่เปิดรับแจ้งหรือที่ เว็บไซต์ https://organdonate.redcross.or.th/ หรือผ่าน แอปฯ หมอพร้อม ซึ่งสามารถเลือกบริจาคเฉพาะบางอวัยวะได้ และสามารถถอนเจตจำนงเมื่อใดก็ได้. -417-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...