เฮงรับปีมะโรง เปิดประวัติ "ตรุษจีน" ปี 2567 ความสำคัญ - พิธีไหว้
"สารทจีน - เช็งเม้ง - ตรุษจีน" มีความหมายและสำคัญอย่างไร
ททท.ประเมิน "ตรุษจีน" มาตรการวีซาฟรีหนุนจีนเที่ยวไทยพุ่ง
วันตรุษจีน 2567 เป็นเทศกาลสำคัญของชาวจีน รวมถึงคนไทยเชื้อสายจีนในประเทศไทย คล้าย "วันสงกรานต์" ที่ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย โดยในช่วงเทศกาลตรุษจีนของไทยจะมีสิ่งที่ปฏิบัติกัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว แล้วปีนี้ตรงกับวันไหน ทำไม่แต่ละปีถึงไม่ตรงกัน รวมถึงมีประวัติความเป็นมาอย่างไร
ประวัติ "ตรุษจีน" ความสำคัญ - ความเชื่อ
"ตรุษจีน" ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน ตรงกับวันที่ 1 เดือน 1 ตามปฏิทิน "จันทรคติจีน" โดยวันตรุษจีน ปี 2567 ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็น "วันเที่ยว" จุดกำเนิดของตรุษจีนนั้นมีประวัติมาหลายศตวรรษ มีชื่อเรียกหนึ่งว่า "เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ"
เทศกาลปีใหม่จีน "วันตรุษจีน" ไม่ตรงกันในแต่ละปี และไม่ตรงกับปฏิทินสากล โดยจะอยู่ในช่วงปลายเดือน มกราคม ถึง กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
เทศกาลตรุษจีนเริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ในปฏิทินจีนโบราณ
เนื่องจากเทศกาลตรุษจีนเริ่มต้นในวันที่ 1 เดือน 1 ในปฏิทินจีนโบราณ และสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ด้วยเทศกาลโคมไฟ เหตุนี้ "ตรุษจีน" จึงถือเป็นงานที่มีการเฉลิมฉลองที่สำคัญและยาวนานที่สุด การเฉลิมฉลองจะเกิดขึ้นในหลายประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นประเทศ ที่มีประชากรจีนอาศัยอยู่มาก ในที่นี้รวมถึงประเทศไทยด้วย
ในประเทศจีน มีธรรมเนียมและประเพณีที่หลากหลาย จะมีการซื้อของขวัญ ของประดับตกแต่ง ซื้ออาหารและเครื่องนุ่งห่ม ถือเป็นการต้อนรับสิ่งใหม่ มีการประดับหน้าต่างและประตูด้วยกระดาษ โดยเน้นไปที่สีแดงและสีทอง สื่อถึงโชคดี, ความสุข, ความมั่งคั่ง และชีวิตที่ยืนยาว นอกจากนี้ ทุกครอบครัวจะทำความสะอาดบ้าน เพื่อปัดกวาดโชคร้าย ด้วยหวังว่าจะเปิดทางให้โชคดีเข้ามา
ชาวจีนถือว่าเทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลรื่นเริงที่ไม่ว่าจะพูด ทำแต่สิ่งที่เป็นมงคล มีการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้บรรพบุรุษ และพักผ่อนหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งปี
"เทศกาลตรุษจีน" หรือ "วันตรุษจีน"
ชาวไทยเชื้อสายจีนจะถือประเพณีปฏิบัติอยู่ 3 วัน คือวันจ่าย วันไหว้ และวันปีใหม่
• วันจ่าย ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นวันที่คนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนต่างออกไปหาซื้ออาหารคาว อาหารหวาน ผลไม้ ตลอดจนของไหว้ต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับการสักการะ ก่อนที่ร้านค้าทั้งหลายจะปิดร้านและหยุดพักผ่อนยาว
• วันไหว้ ตรงกับวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ในวันนี้ทุกครอบครัวจะเริ่มทำพิธีไหว้ตรุษจีน 2567 โดยการนำของมาไหว้เทพเจ้า แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ
- ตอนเช้ามืด จะเป็นการไหว้ "ป้ายเล่าเอี๊ย" ซึ่งถือเป็นการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ เครื่องไหว้ เครื่องไหว้ ประกอบไปด้วย เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ หรือเพิ่มตับ ปลา เป็นเนื้อสัตว์ 5 อย่าง เหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง
- ตอนสาย จะเป็นการไหว้ "ป้ายแป๋บ้อ" คือ การไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ญาติที่ถึงแก่กรรมไปแล้ว เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูตามคติจีน ซึ่งการไหว้ในครั้งนี้จะต้องไหว้ไม่เกินเที่ยง เครื่องไหว้จะประกอบด้วย อาหารคาวหวาน โดยส่วนมากจะทำตามที่ผู้ที่ล่วงลับเคยชอบ รวมทั้งเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษ เพื่ออุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับอีกด้วย
- ตอนบ่าย จะเป็นไหว้ "ป้ายฮ่อเฮียตี๋" เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องไหว้ที่ใช้ประกอบพิธี จะเป็น ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้ง มีการจุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายและเพื่อเป็นสิริมงคล
วันเที่ยว ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 สำหรับวันนี้ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่จีน
• วันเที่ยว หรือ วันถือ ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 สำหรับวันนี้ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่จีน เป็นวันที่ 1 ของเดือนที่ 1 ของปี โดยคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนจะพากันออกไปเที่ยว รวมถึงไปขอพรญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ ทั้งยังมีการนำ "ส้มสีทอง" มอบให้แก่ญาติผู้ใหญ่และผู้ที่เคารพรัก ด้วยเหตุที่ว่า การให้ส้มสีทองนั้น สื่อความหมายถึง การมอบ "ความสุข" หรือ "โชคลาภ"
เหตุที่เรียกวันนี้ว่า "วันถือ" นั้นเพราะเป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นสิริมงคล ทุกคนจะพูดหรือทำแต่สิ่งที่ดี เช่น ไม่พูดจาไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด ในวันนี้ชาวจีนจะไม่ทำงาน ไม่ทำสิ่งที่เหนื่อยยาก เพื่อให้เป็นเคล็ดว่าได้เริ่มปีใหม่ที่สุขสบาย
วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 : วันสำคัญ วันหยุดยาว เช็กให้ชัวร์ก่อนวางแพลนท่องเที่ยว
หลังจากการเฉลิมฉลอง เมื่อพบกันก็มักจะอวยพรกันด้วย คำว่า "ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้" แปลตรงตัวว่า เดือนใหม่มีสุข ปีใหม่เจริญรุ่งเรือง หมายความว่า ปีใหม่ขอให้มีความสุขความรุ่งเรือง ชาวจีนจะเขียนคำอวยพรนี้ในกระดาษสีแดง ซึ่งเป็นสีมงคล ติดไว้ที่หน้าบ้าน และผู้ใหญ่จะมอบเงินที่บรรจุในซองสีแดงแก่ลูกหลานเพื่อเป็นขวัญและสิริมงคล
ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้ แปลตรงตัวว่า เดือนใหม่มีสุข ปีใหม่เจริญรุ่งเรือง
เมื่อพบกันก็มักจะอวยพรกันด้วย คำว่า "ซิงเจียหยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้" และผู้ใหญ่จะมอบเงินที่บรรจุในซองสีแดง หรือ "อั่งเปา" แก่ลูกหลานเพื่อเป็นขวัญและสิริมงคล
คำว่า "อั่ง" เป็นภาษาจีน แปลว่า สีแดง ส่วนคำว่า "เปา" แปลว่า ซองหรือกระเป๋า อั่งเปา จึงหมายถึงซองสีแดงที่ไว้ใส่เงิน นำไปมอบเป็นการอวยพรในวันตรุษจีน
ของไหว้มงคล "วันตรุษจีน 2567"
ของคาว
• ไก่ หมายถึง ความขยันขันแข็ง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ลาภยศสรรเสริญ โดยต้องเป็นไก่เต็มตัว คือมีหัว ตัว ขา และปีก
• หมู เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ หมายถึง มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี
• เป็ด ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสะอาดและบริสุทธิ์ ช่วยส่งเสริมในเรื่องความซื่อตรงและความก้าวหน้า เป็ดยังเป็นสัตว์ที่มีความสามารถหลากหลาย จึงช่วยเสริมในด้านหน้าที่การงานต่าง ๆ
• ปลา เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและโชคลาภ ช่วยเสริมสิริมงคล ให้เหลือกินเหลือใช้ มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
• หอยเป๋าฮื้อ หมายถึง ความร่ำรวย ความมั่งคั่งมั่งมี เหลือกินเหลือใช้
•ปลาหมึกแห้ง มีความหมายคล้ายปลา คือเหลือกินเหลือใช้ ปลาหมึกยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีความรู้ จึงมักใช้เป็นเมนูอวยพรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาอีกด้วย
• บะหมี่ หมายถึง อายุที่ยืนยาว และการมีสุขภาพดี โดยมีเคล็ดคือห้ามหั่นเส้นบะหมี่แต่จะใช้ตะเกียบคีบเส้นให้ยาวที่สุดแทน
อบอุ่นนุ่มนวล "สีพีช Peach Fuzz" สีประจำปี 2024
ของหวาน
• ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ความราบรื่นในชีวิต และยังหมายถึงความสมบูรณ์ร่ำรวย
• ขนมเทียน สื่อถึงความเป็นมงคล ความก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรือง ด้วยลักษณะของขนมเทียนที่เป็นกรวยแหลมคล้ายเจดีย์
• ขนมถ้วยฟู หมายถึง ความรุ่งเรืองเฟื่องฟู ความมีชื่อเสียงเพิ่มพูน ได้ลาภยศสรรเสริญ
•ขนมสาลี่ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มพูนทรัพย์สิน
• ซาลาเปา หมายถึง ความโชคดี หรือการได้รับโชค
• จันอับ หมายถึง ปิ่นโต สื่อถึงความสุขที่เพิ่มพูน สุขกายสบายใจตลอดทั้งปี
วันไหว้ตรุษจีน 2567 ตรงกับวันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์
ผลไม้
• ส้ม ต้องเลือกเป็นส้มสีทองอร่าม สื่อถึงความสวัสดิมงคล
• สาลี่ ให้เลือกเป็นสีทองเช่นกัน หมายถึงโชคลาภ เป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภเงินทอง
• แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติ ความมีสุขภาพดี สมบูรณ์แข็งแรง และยังเป็นสัญลักษณ์ของการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอีกด้วย
• สับปะรด เป็นสัญลักษณ์ของการเรียกโชคลาภเข้ามาหาตลอดทั้งปี
• องุ่น นิยมเลือกเป็นองุ่นแดง หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเจริญรุ่งเรือง
• ลูกพลับ หมายถึง ความมั่นคงและความแข็งแกร่ง
• ทับทิม หมายถึง ความกลมเกลียว ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
รู้ก่อนไป เที่ยวฮอกไกโด (Hokkaido) ครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ข้อห้ามวันตรุษจีน 2567
ข้อห้าม อย่าทำในวันตรุษจีน
ห้ามร้องไห้
คนจีนมีความเชื่อว่า หากร้องไห้หรือเสียใจในวันตรุษจีน จะต้องพบเจอกับเรื่องที่ทำให้เสียใจและเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นตลอดทั้งปี
ห้ามซักผ้า
คนจีนมีความเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งน้ำเกิดในวันตรุษจีน หากซักผ้าจะถือเป็นการลบหลู่เทพเจ้าแห่งน้ำ ดังนั้น เตรียมซักผ้าก่อนถึงวันตรุษจีน หรือจะรวบรวมแล้วซักผ้าหลังพ้นวันตรุษจีนไปแล้วก็ได้ เชื่อไว้ไม่เสียหาย อาจจะเกิดแต่เรื่องดี
ห้ามทำของแตก
คนจีนยังมีความเชื่อว่าการทำของแตกในวันตรุษจีน ถือเป็นรางร้ายจะนำพาแต่ความแตกแยก หรือสูญเสียมาสู่คนในครอบครัว
ห้ามให้ใครยืมเงิน
เพราะคนจีนมีความเชื่อว่า อย่าให้ใครยืมเงินและอย่าพูดว่าไม่มีเงินให้ยืมในช่วงวันตรุษจีนเด็ดขาด เพราะถ้าให้ยืม ก็อาจจะถูกยืมไปตลอดทั้งปีเลย และหากมีหนี้สินก็ให้รีบใช้คืน หรือถยอยจ่าย เพื่อไม่ให้เครียดหรือต้องเป็นหนี้ไปตลอดทั้งปี
ห้ามทำความสะอาดบ้าน
ความเชื่อของคนจีนมีอยู่ว่า การทำความสะอาดบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้านในวันตรุษจีนจะเป็นการกวาดเอาโชคลาภ กวาดเอาเงินทองออกไปจากบ้าน ดังนั้น ถ้าจะทำความสะอาด แนะนำให้ทำล่วงหน้าก่อนถึงวันตรุษจีนจะดีกว่า
ห้ามใช้ของมีคม
เพราะคนจีนมีความเชื่อว่าการใช้ของมีคม ถือเป็นการตัด หั่น เลื่อยโชคลาภและความโชคดีออกไปจากชีวิตของเรา
ห้ามพูดสิ่งไม่ดี หรือทะเลาะมีปากเสียงกัน
คนจีนมีความเชื่อว่า การพูดคำหยาบคาย การพูดสิ่งไม่ดี สิ่งอัปมงคล รวมไปถึงการพูดโกหก และการทะเลาะวิวาท จะนำพาแต่เรื่องไม่ดี สิ่งแย่ ๆ เรื่องที่ทำให้ลำบากใจมาสู่ตัวเราไปตลอดทั้งปี เสมือนว่าพูดแล้วสมพรปากตามคำพูดของคนโบราณ
ทั้งนี้ข้อห้ามต่าง ๆ เป็นแค่ความเชื่อในเทศกาลตรุษจีน ความเชื่อนี้เพียงแค่อยากให้คนในครอบครัวมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และได้ใช้เวลากับครอบครัวในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
อ้างอิงข้อมูล : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, สำนักงานวัฒนธรรมฉะเชิงเทรา
อ่านข่าวอื่น ๆ
5 วิธีปฏิบัติตัวเมื่อ "ลิฟต์ค้าง"
วันหยุดกุมภาพันธ์ 2567 : วันสำคัญ วันหยุดยาว เช็กให้ชัวร์ก่อนวางแพลนท่องเที่ยว
10 เป้าหมายง่ายๆ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่รับปี 2567
"สารทจีน - เช็งเม้ง - ตรุษจีน" มีความหมายและสำคัญอย่างไร