โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ไดกิ้น” บุกหนักชิงแอร์ 3 หมื่นล้าน โปรแรงเจาะ B2C ชู ESG มัดค้าปลีก-อสังหา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 03.31 น.

“ไดกิ้น” เปิดเกมรุกหนัก 2 แนวรบ ทั้งครัวเรือน-งานโครงการ ชิงจังหวะอากาศร้อนทะลุปรอท-ค่าไฟพุ่ง ทุ่ม 150 ล้าน ย้ำจุดขายประหยัดพลังงานทั้งฉลากเบอร์ 5 ใหม่ ค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานที่อยู่สูงกว่าเกณฑ์ทั่วไป พร้อมโปรฯคืนเงิน 3.2 พันบาท ตั้งแต่ไก่โห่ หวังคว้าลูกค้าครัวเรือน ด้านงานโครงการชูโพซิชั่นผู้ช่วยปั้น ESG ตอบโจทย์ค้าปลีก-อสังหาฯ มั่นใจสิ้นปีโตเหนือตลาด พร้อมมาร์เก็ตแชร์ 20%

นายวรุตม์ เลขะจิระกุล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2567 นี้บริษัทจะเร่งเครื่องรุกสร้างรายได้และชิงส่วนแบ่งตลาดจากทั้งฝั่งลูกค้าทั่วไป หรือ B2C และลูกค้างานโครงการ หรือ B2B เพื่อใช้จังหวะที่ตลาดแอร์บ้านมูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท จะเติบโตอีก 20% และฟื้นกลับมาอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 หรือช่วงก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 หลังปี 2566 ที่ผ่านมา ตลาดเติบโตได้ถึง 15% จากสภาพอากาศร้อนจัดยาวนานเกือบตลอดทั้งปี เช่นเดียวกับตลาดแอร์โครงการซึ่งมีดีมานด์จากทั้งธุรกิจค้าปลีก อสังหาฯที่ต่างเดินหน้าลงทุนขยายสาขา-โครงการใหม่ รวมถึงกลุ่มโรงแรมที่พักซึ่งรีโนเวตสถานที่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว

ด้วยการทุ่มงบฯการตลาด 150 ล้านบาท พร้อมด้วยยุทธศาสตร์และไลน์อัพแอร์ปี 2567 ที่มุ่งตรงไปตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มไม่ว่าจะเป็นครัวเรือนหรือลูกค้าโครงการอย่างการประหยัดไฟ และการทำ ESG ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตในอัตราสูงกว่าตลาด และชิงส่วนแบ่งตลาดแอร์เพิ่มจาก 16-17% ในปัจจุบันเป็น 20% ภายในปี 2567 นี้

รับมือดีมานด์แอร์ราคาถูกมาแรง

สำหรับกลุ่มลูกค้าครัวเรือนนั้น แม้ตลาดจะเติบโตแต่มีความท้าทายแฝงอยู่ เนื่องจากแอร์แต่ละระดับราคามีโอกาสเติบโตไม่เท่ากัน โดยกลุ่มแอร์ระดับแมสที่ราคาเฉลี่ยประมาณบีทียูละ 1.30 บาท ลงไป เช่น แอร์อินเวอร์เตอร์ ขนาด 1.2 หมื่นบีทียู ราคารวมติดตั้งไม่เกิน 1.6 หมื่นบาท มีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นพิเศษ หลังปีที่แล้วแอร์กลุ่มนี้ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 45% ของตลาดเติบโตสูงกว่าตลาดรวม เนื่องจากการรุกตลาดของแอร์จากจีนซึ่งเข้ามาตั้งโรงงานในไทยทำให้สามารถทำราคาได้ต่ำลง ขณะที่สภาพเศรษฐกิจยังไม่มีปัจจัยบวกและยังไม่ฟื้นตัวมากนัก ทำให้ผู้บริโภคชนชั้นกลางและกลุ่มเริ่มทำงานระมัดระวังการจับจ่ายและหันหาสินค้าราคาจับต้องง่ายมากขึ้น

จุดนี้นับเป็นหนึ่งในความท้าทายของไดกิ้น เนื่องจากโพซิชั่นที่จับตลาดกลาง-บน และเน้นประสิทธิภาพการประหยัดไฟเป็นจุดขายหลัก ทำให้มีไลน์อัพแอร์ในระดับราคาดังกล่าวไม่มากนัก และราคาอยู่ในระดับใกล้ชนเพดานของกลุ่ม หรือประมาณ 1.69-1.7 หมื่นบาท

ด้วยเหตุนี้ จึงต้องใช้โอกาสจากกระแสการสร้างความรับรู้เรื่องฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ของภาครัฐ ซึ่งฉลากแบบใหม่นี้มีมาตรฐานสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้กลุ่มสินค้าที่เน้นราคาขายเพียงอย่างเดียวนั้นยากที่จะผ่านการรับรองฉลากเบอร์ 5 ได้ จึงน่าจะมาถ่วงดุลการตัดสินใจของผู้บริโภคให้หันมาลงทุนกับแอร์ที่ประหยัดไฟมากกว่าแค่ราคาเครื่องถูกเพียงอย่างเดียว

“มั่นใจว่าผู้บริโภคจะให้ความสนใจกับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แน่นอน เพราะค่าไฟเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนให้ความสนใจ และแอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดในบ้าน ถ้าเปิดวันละ 8 ชั่วโมง ค่าไฟและหักตู้เย็น-ทีวีออกไป ค่าไฟจะมาจากแอร์เกินครึ่ง จนอาจพูดได้ว่าคนคงไม่กล้าซื้อแอร์ที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5 แน่”

ทุ่ม 150 ล้าน อัดโปรแต่ไก่โห่

พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมทุ่มงบฯการตลาด 150 ล้านบาท จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป เริ่มจาก “ไดกิ้นคุ้มดีมีคืน” เริ่มตั้งแต่ 15 ก.พ.-31 พ.ค. 2567 โดยแจกคะแนนไดกิ้นวอลเลตสูงสุด 800 คะแนน หรือคิดเป็นมูลค่า 3,200 บาท (1 คะแนนมีค่า 4 บาท) สำหรับใช้ใน 21 ร้านค้าอย่าง เซ็นทรัล, บิ๊กซี, สตาร์บัคส์, ลาซาด้า, ช้อปปี้, ปั๊มบางจาก ฯลฯ เมื่อซื้อแอร์รุ่นที่ร่วมรายการจากดีลเลอร์ที่ร่วมรายการ

พร้อมกับลงพื้นที่จัดโปรโมชั่นในห้างสรรพสินค้า-ร้านค้าตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เช่น งาน DAIKIN SUMMER FAIR 2024 ที่ FUTURE PARK RANGSIT ตั้งแต่ 23 ก.พ.-6 มี.ค. 67 ก่อนตามด้วยงานโฮมฮับแฟร์ ที่โฮมฮับขอนแก่น ตั้งแต่ 2-6 มี.ค. 67

ส่วนการสื่อสารจะมุ่งโปรโมตจุดเด่นด้านการประหยัดไฟของแอร์รุ่นปี 2567 ซึ่งแอร์แบบติดผนัง 5 รุ่นใหม่ต่างผ่านมาตรฐานฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ อาทิ รุ่นเริ่มต้นอย่าง KQ Star Series ที่มาพร้อมฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบ 1 ดาว ไปจนถึงรุ่นไฮไลต์ KZ Star Series ที่มีค่า SEER สูงสุด 26.50 ขณะที่รุ่นอื่น ๆ ทุกรุ่นมีค่า SEER หรือค่าประสิทธิภาพพลังงานที่อยู่สูงกว่าเกณฑ์ทั่วไป

ด้วยแคมเปญการตลาดในคอนเซ็ปต์ Daikin MAX Inverter Star Series เน้นย้ำเรื่องการได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบใหม่ และการตอบ 4 โจทย์ที่ผู้บริโภคไทยให้ความสนใจเมื่อเลือกซื้อแอร์ไม่ว่าจะเป็นประหยัดไฟ-เย็นเร็ว-ทนทาน-ทำงานเงียบ โดยใช้พรีเซ็นเตอร์ ณ เดชน์ คูกิมิยะ ประกบคู่กับ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ที่เป็นตัวแทนของคนทุกเจเนอเรชั่น พร้อมกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่

นอกจากนี้ยังเพิ่มจุดขายด้านความเชื่อมั่นด้วยการขยายระยะเวลารับประกันของแอร์แบบติดผนังรหัส Series Y เป็น 5 ปีเต็มทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียน ทั้งในส่วนของคอมเพรสเซอร์,แผง PCB, แผงคอยล์เย็น และแผงคอยล์ร้อน รวมถึงเพิ่มทีม-จุดบริการหลังการขายในภาคเหนือตอนล่างและภาคใต้ตอนบน เพื่อลดระยะเวลารอรับบริการให้สั้นลงกว่าเดิม

ปั้นโพซิชั่นผู้ช่วยปั้น ESG

นายวรุตม์กล่าวต่อไปว่า สำหรับลูกค้าโครงการ หรือ B2B ไดกิ้น จะหยิบยกกระแสแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน ESG (Environment, Social และ Governance) มาเป็นจุดขาย ด้วยการวางโพซิชั่นแบรนด์ให้เป็นพันธมิตรสำหรับช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถบรรลุเป้า ESG ได้ง่ายขึ้น จากความสามารถด้านการประหยัดไฟของแอร์ไดกิ้น เพื่อตอบโจทย์กระแสการทำ ESG ทั้งในวงการค้าปลีกและอสังหาฯ พร้อมกันนี้ยังขยายทีมงานเพิ่มอีก 10% อย่าง ทีมพิเศษสำหรับดูแลผู้ประกอบการโรงแรม เช่นเดียวกับดีลเลอร์ที่รับงานโครงการต่าง ๆ เพื่อรองรับลูกค้าองค์กรในแต่ละพื้นที่ เช่น เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ประกอบด้วย
ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

“ปีนี้การซื้อแอร์ทดแทนเครื่องเก่าน่าจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะทั้งธุรกิจโรงแรมและครัวเรือนต่างมีปัจจัยกระตุ้นให้อัพเกรดแอร์เพื่อรองรับลูกค้าและประหยัดค่าไฟ รวมถึงการผลักดันของภาครัฐผ่านการประชาสัมพันธ์ฉลากเบอร์ 5 แบบใหม่ ด้วยปัจจัยบวกของตลาดและยุทธศาสตร์เหล่านี้เชื่อว่า บริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตในอัตราสูงกว่าตลาด และชิงส่วนแบ่งตลาดแอร์เพิ่มจาก 16-17% ในปัจจุบันเป็น 20% ภายในปี 2567 นี้ได้” นายวรุตม์ย้ำในตอนท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ไดกิ้น” บุกหนักชิงแอร์ 3 หมื่นล้าน โปรแรงเจาะ B2C ชู ESG มัดค้าปลีก-อสังหา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...