โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุรพล สุทธจินดา ชี้วิกฤตขาดแคลนน้ำEECอีก 2 เดือนหนักแน่ 3 พัน รง.ระยองเร่งหาน้ำสำรอง-โรงไฟฟ้าปรับแผนซ่อมบำรุง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ม.ค. 2563 เวลา 02.22 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 02.22 น.

สัมภาษณ์

“ระยอง” หนึ่งในจังหวัดที่หวั่นจะเกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างหนัก เนื่องจาก 3 อ่างเก็บน้ำหลัก (หนองปลาไหล-ประแสร์-ดอกกราย) ปริมาณน้ำเหลือน้อยเต็มที่

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ “สุรพล สุทธจินดา” ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดกำลังเผชิญอยู่ทั้งวิกฤตขาดแคลนน้ำที่จะเกิดขึ้น และความเคลื่อนไหวการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ขณะเดียวกันถือเป็นโอกาสครบวาระการทำงาน 4 ปี ในตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมและจะมีการเลือกตั้งประธานคนใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จึงถือโอกาสส่งไม้ต่อถึงประธานคนใหม่มาช่วยสานต่อให้สำเร็จ

Q : ความกังวลใจเรื่องน้ำขาดแคลน

ตอนนี้ปริมาณน้ำใช้การได้ใน 3 อ่างเก็บน้ำหลักเหลือน้อยเต็มที โดยคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้มีโอกาสหารือกับชลประทานที่ 9 ซึ่งรับผิดชอบจังหวัดระยอง เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้เสนอแนะกรมชลประทานควรรายงานเรื่องน้ำให้ภาคอุตสาหกรรมทราบทุกวัน เพราะปัจจุบันไม่มีน้ำมาเติมแล้ว แม้ช่วงที่ผ่านมาได้เคยพยายามทำฝนเทียม แต่เนื่องจากในพื้นที่ไม่มีความชื้นทำให้ฝนไม่ตกลงในอ่าง ส่วนการที่กรมชลประทานแจ้งว่า จะสามารถดึงน้ำจากลุ่มน้ำวังโตนด จังหวัดจันทบุรี มาได้อีกส่วนหนึ่ง แต่เราคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ภาคอุตสาหกรรมได้เสนอให้กรมชลประทานจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดภาวะภัยแล้ง หรือขาดแคลนน้ำ สามารถบอกกล่าวถึงปริมาณน้ำที่แท้จริงอย่างต่อเนื่อง และชัดเจน โดยเฉพาะการแจ้งเตือนหรือส่งสัญญาณให้โรงงานได้เตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน ทางโรงงานจะได้เตรียมจัดหาน้ำมาสำรอง เดี๋ยวจะเตรียมตัวกันไม่ทัน

โดยเฉพาะมีโรงงานปิโตรเคมี และโรงผลิตไฟฟ้าที่ใช้น้ำปริมาณมาก ในการหล่อเย็นตัวคูลลิ่ง ตอนนี้มีบางโรงงานปรับแผนการซ่อมบำรุงประจำปี โดยเลื่อนมาปิดซ่อมช่วงที่จะขาดแคลนน้ำ ส่วนโรงงานปิโตรเคมีบางแห่งมีการนำน้ำทะเลมาผลิตเป็นน้ำจืด ต้นทุนตกประมาณ 35-40 บาทต่อลูกบาศก์เมตรค่อนข้างสูง

ขณะเดียวกันทราบมาว่า ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้เชิญโรงงานภายในนิคมมาหารือ 2-3 ครั้งแล้ว เพื่อให้เตรียมพร้อมรับมือปัญหาการขาดแคลนน้ำ ลดการใช้น้ำในการผลิต เพื่อประหยัดน้ำต่าง ๆ

ตอนนี้ความเคลื่อนไหวที่ได้รับแจ้งจากสมาชิกว่า ทางราชการขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัดน้ำ 10% ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคครัวเรือน และภาคเกษตร โดยโรงงานแจ้งว่าการประปาภูมิภาคเริ่มลดแรงดันน้ำ ส่งผลให้น้ำไหลอ่อนลง เพื่อประหยัดน้ำ

Q : ชลประทานยืนยันมีน้ำใช้ถึง มิ.ย.

จากการลงพื้นที่ไปสำรวจอ่างเก็บน้ำหลักพบว่า น้ำลดระดับลงมาก เช่น อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มองเห็นสะดืออ่าง ซึ่งเคยเป็นหมู่บ้านเก่าที่ย้ายออกไป ในอดีตเคยเห็นจุดสะดืออ่างช่วงวิกฤตน้ำขาดแคลนเดือนกรกฎาคม 2548 แต่ปัจจุบันเดือนมกราคม 2563 เห็นสะดืออ่างแล้ว ซึ่งเป็นการตอบคำถามได้ดีว่า ปี 2563 วิกฤตน้ำจะหนักกว่าปี 2548 หรือไม่

เท่าที่สอบถามองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในพื้นที่ บอกน่าจะวิกฤตกว่า น่าจะเกิดภาวะที่ขาดแคลนน้ำได้ในเวลาอันใกล้ประมาณเดือนมีนาคม หรือเมษายน 2563 ต่างกับที่กรมชลประทานยังยืนยันว่า จะมีน้ำใช้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

เพราะทุกวันนี้จังหวัดระยองมีการดึงน้ำออกจากอ่างไปใช้วันละ 1,100,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถคูณเฉลี่ยคร่าว ๆ ได้ว่าจะเหลือน้ำใช้อีกเพียง 2 เดือนกว่า ๆ หากไปถึงจุดน้ำ dead stock แล้วต้องหยุดสูบออก เพราะก้นอ่างต้องเหลือน้ำไว้หล่อฐานเขื่อนไม่ให้พังลง

Q : ทางจังหวัดเคลื่อนไหวอย่างไร

ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ หากเกิดปัญหาขึ้นจริงจะเกิดความเสียหาย เพราะในระยองตอนนี้มีโรงงานเกือบ 3,000 โรงงาน น้ำยังไม่พอ หากในอนาคตมีคนเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะมีโรงงานเพิ่มขึ้น และประชากรจะเพิ่มอีก 5 แสนคน จะเกิดผลกระทบอย่างไร หากเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำขึ้นมา พวกโรงงานขนาดใหญ่ที่เคยได้รับผลกระทบปี 2548 ได้หาบ่อน้ำสำรองไว้นอกพื้นที่ เพื่อเป็นการสต๊อกน้ำไว้ส่วนหนึ่ง แต่จะใช้ได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการน้ำของแต่ละโรงงาน

Q : อีสท์วอเตอร์ยังดูดน้ำขายมาก

เท่าที่ทราบ ทางกรมชลประทานแจ้งว่า อีสท์วอเตอร์ ยังคงสูบน้ำอยู่ 5.5 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากอ่างเก็บน้ำในระยอง เพื่อไปขายให้ภาคอุตสาหกรรมในระยอง และชลบุรี ซึ่งถ้าในสถานการณ์วิกฤตน้ำ ทางอีสท์วอเตอร์น่าจะมีมาตรการมารองรับ เพื่อช่วยเหลือหลายภาคส่วนในพื้นที่

Q : แผนหาแหล่งน้ำสำรอง

ได้แจ้งให้ทางจังหวัดดำเนินการให้แต่ละอำเภอไปสำรวจ และรวบรวมว่ามีแหล่งน้ำผิวดิน และน้ำบาดาลอยู่ตรงไหน ปริมาณเท่าไหร่ที่จะนำมาใช้ได้

Q : กระทบต่างชาติที่ลงทุนใน EEC

น่าจะเป็นปัญหาได้ เพราะวิกฤตน้ำที่เป็นข่าวออกไปต่างชาติเห็น จะบอกว่าต่างชาติกังวลหรือไม่ ผมคงไม่ต้องพูดแทน ยกตัวอย่าง ผมจะไปลงทุนในเมียนมา แล้วเห็นข่าวในทีวีบอกน้ำไม่มี ผมคงชะลอแผนการลงทุนออกไป

Q : รูปธรรมการลงทุนในพื้นที่ EEC

ที่ผ่านมาหลายปีผมได้เห็นแผน ได้มีการบอกกล่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้เห็นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา คนระยองได้รับทราบเรื่องอีอีซีมา 2 ปีแล้ว แต่เรายังไม่เห็นภาพการลงทุนที่แท้จริง ผมเห็นเร็วมากที่สุดและเป็นรูปธรรมชัดเจน คือ โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ที่เชื่อมต่อจากพัทยามาบ้านฉางเชื่อมมาระยอง

Q : ปรับตัวรับโบอิ้งตั้งศูนย์ซ่อม

หน่วยงานของไทยยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท โบอิ้ง การจะให้ผู้ประกอบการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เตรียมปรับตัวเพื่อไปผลิตชิ้นส่วนอากาศยานเป็นการมาพูดปลายทาง ยังไม่มีแผนอะไรชัดเจน

Q : ฝากอะไรไปถึงประธานคนใหม่

ผมได้มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ มาเกือบ 2 ปีแล้ว โดยร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ส่งคนที่มีประสบการณ์ตรงในโรงงานมาเป็นวิทยากร โดยปี 2562 จัดอบรมทั้งหมด 25 หลักสูตร เพื่อให้บริษัทสมาชิก และบริษัทที่ไม่ได้เป็นสมาชิกส่งคนมาเข้าอบรมฟรีกว่า 500 คน ปี 2563 จะพัฒนาทักษะ 12 หลักสูตร และหากมีเรื่องอะไรเร่งด่วนเข้ามาน่าสนใจจะจัดอบรมใหญ่ขึ้นมาเพิ่ม นอกจากนี้ เรามองว่านักศึกษาอาชีวะสนใจทำงานในโรงงาน แต่โรงงานเห็นว่าเด็กที่จบมายังไม่ถึงเวลาเข้าโรงงาน ความรับผิดชอบยังน้อย เกิดความไม่ปลอดภัย ผมจึงได้หารือโดยเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายโรงงาน สถาบันอาชีวะมาหารือกัน โดยจะเริ่มจัด “หลักสูตรโรงงานในโรงเรียน” ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

Q : ทางรอดสมาชิก SMEs ยุค 5G

ปัจจุบันหลายธุรกิจถูกดิสรัปชั่น ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเข้าใจ เรียนรู้ให้เท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยี การพัฒนาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ต้องสร้างแนวคิดใหม่ที่จะตอบสนองต่อยุคสมัย และเทคโนโลยี ฉะนั้น SMEs ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ล่าสุดผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้า ประกาศเลิกผลิตรถตามภาวะ จะเน้นผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับพลังงานเชื้อเพลิงได้รับผลกระทบแน่นอน ทุกคนต้องปรับตัว นอกจากนี้ ในด้านความสามารถในการแข่งขันยังต้องสู้กับจีน ซึ่งผลิตสินค้ามาแข่งขันกับทั่วโลกในราคาต้นทุนที่ถูกมาให้ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...