โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” เล่าวีรกรรมสุดแสบวัยเด็ก เคยปล่อยแทงค์น้ำที่ร.ร. หวังหยุดเรียน

daradaily

อัพเดต 12 ม.ค. 2562 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 12 ม.ค. 2562 เวลา 07.30 น.

“เซ้นต์ ศุภพงษ์” เล่าวีรกรรมสุดแสบวัยเด็ก เคยปล่อยแทงค์น้ำที่ร.ร. หวังหยุดเรียน

       เป็นอีกหนึ่งวันที่เด็กๆ หลายคนเฝ้ารอสำหรับวันเด็กแห่งชาติ ที่คุณพ่อคุณแม่ใครหลายๆ คนคงพาน้องๆ หนูๆ ออกไปตามสถานที่จัดงานวันเด็ก ซึ่งวันนี้เราเองได้มีโอกาสพูดคุยกับนักแสดงหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง “เซ้นต์ ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา” ไม่พลาดที่จะถามถึงวีรกรรมในวัยเด็ก โดยเขาได้เล่าให้ฟังว่า   

อยากให้เล่าชีวิตในวัยเด็กให้ฟังหน่อย

      เป็นเด็กที่ซนมาก บ้า activity ตั้งแต่เด็กเลย อย่างช่วงตอนประถมแม้จะชอบซน แต่ตอนนั้นเริ่มต้นเข้าวัด อย่างประถมศึกษา 3 เราเองเริ่มปฏิบัติธรรมแล้ว แต่เราก็ยังไม่ทิ้งความซน ก็ยังคงซอนอยู่ 

อยากให้เล่าวีรกรรมในวัยเด็กให้ฟังหน่อย 

       เราเองเคยปล่อยแทงค์น้ำที่โรงเรียน เพราะตอนนั้นโรงเรียนจะเป็นสวนพฤกษศาสตร์จะเป็นป่าๆ หน่อย ถ้าเวลาที่น้ำท่วมโรงเรียนจะท่วมด้วย เราเองมีความเชื่อว่าถ้าโรงเรียนน้ำท่วม โรงเรียนจะปิด เราก็คิดกับเพื่อนๆ ว่าถ้าเราอยากให้โรงเรียนปิดก็ปล่อยน้ำ โดยในตอนนั้นก็ให้เพื่อนช่วยดูต้นทาง และความที่บ้านเปิดร้านขายจักรยานก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือซ่อม เราก็ขนมาเลย เรารู้ว่าจะต้องขันท่อน้ำยังไง ก็ปล่อยน้ำออกทั้งแทงค์ สรุปว่าโรงเรียนก็ไม่มีน้ำใช่และโรงเรียนก็ปิดจริงๆ แต่ไม่ได้ปิดเพราะน้ำท่วม แต่ปิดเพราะไม่มีน้ำใช้กัน 

ครูรู้หรือเปล่าว่าเป็นฝีมือ “เซ้นต์” ? 

       ครูไม่รู้ในตอนนั้น แต่ตอนนี้อาจจะรู้แล้ว (หัวเราะ) ในตอนนั้นช่วง ป. 1 เราเริ่มเป็นคนดีตอนช่วงป. 3 

ตอนเด็กๆ ชอบเข้าวัดจุดเริ่มต้นมาจากตรงไหน ? 

        จริงๆ เริ่มต้นจากการมีผู้ใหญ่ชักชวนเป็นคุณครู ก็เริ่มติดใจและไปเอง เราเองก็ชอบเองด้วย ทุกอาทิตย์ จะคอยไปปฏิบัติธรรม ไปถือศีล 8

ตอนนี้ยังมีไปปฏิบัติธรรมอยู่หรือเปล่า ? 

        ช่วงนี้งานยุ่ง แต่ก็เรียกได้ว่าธรรมะคือธรรมชาติอยู่แล้ว ทุกวันก็มีสวดมนต์บ้าง นั่งสมาธิบ้าง 

สุดท้ายอยากให้ฝากอะไรในวันเด็ก ที่เห็นเราเป็นต้นแบบ 

         ถ้าจะฝากเด็กๆ อยากฝากเรื่องการใช้ชีวิต เพราะเรามองว่าช่วงเด็กๆ เป็นช่วงที่สนุกที่สุดแล้ว ทำอะไรไม่ต้องคิดมาก และถ้าเด็กๆ อยากทำอะไร แล้วคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ไม่กระทบกับคนอื่น กระทบสังคม ก็อยากให้ทำเลย และทุกการกระทำจะทำให้เราค้นพบความรัก และความรักจะทำให้เราเจอสิ่งที่เราอยู่ด้วยและมีความสุขตลอดชีวิต อย่างที่เราชอบและรักในการแสดงและเราก็มาเป็นนักแสดง ก็เหมือนเป็นคนรัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...