โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

VGI บวก 7% หลังร่วง 2 วันติด คาดเข้าซื้อเก็งกำไร หลังผลงานผ่านจุดต่ำสุด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 05 ก.พ. 2564 เวลา 07.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ล่าสุด ณ เวลาที่ระดับ 7.10 บาท ปรับตัวขึ้น 0.50 บาท หรือ 7.58% สูงสุดที่ระดับ 7.15 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.55 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 374.10 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น VGI ปรับตัวขึ้นในวันนี้อย่างมีนัยสำคัญ หลังจากก่อนหน้านี้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่อง คาดเป็นการทยอยเข้าสะสมหุ้นหลังจากราคาปรับตัวลดลง และคาดการณ์ว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุด

โดยก่อนหน้านี้ นางจิตเกษม หมู่มิ่ง ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการเงิน VGI เปิดเผยว่า บริษัทคาดผลการดำเนินงานงวดปี 63/64 (เม.ย.63-มี.ค.64) จะสามารถทำกำไรสุทธิได้ หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาสแรก (เม.ย.-มิ.ย.63) ที่มีผลขาดทุนสุทธิที่ 104 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ขณะที่ไตรมาส 2  (ก.ค.-ก.ย.63) ก็สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิแล้ว 12 ล้านบาท จากการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนที่เริ่มกลับมาเป็นปกติ เห็นได้จากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และจำนวนผู้คนในอาคารสำนักงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการด้านการโฆษณา และการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะเดียวกันบริษัทก็ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายทุกภาคส่วน จึงทำให้กลับมามีกำไรสุทธิ

ส่วนในครึ่งหลังของปี (ต.ค.63 -มี.ค.64) บริษัทก็คาดว่าผลประกอบการจะยังเป็นบวกได้ จากการลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้ตั้งเป้าที่จะลดค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 100 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรก (เม.ย.-ก.ย.63) ลดค่าใช้จ่ายได้แล้ว 50 ล้านบาท ประกอบกับก็คาดว่าธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน ทั้งสื่อโฆษณาในระบบขนส่งมวลชน และสื่อโฆษณาในอาคารสำนักงานและอื่น ๆ น่าจะปรับตัวดีขึ้น จาก Sentiment ที่ดูดีขึ้น รวมถึงบริการ O2O Solutions หรือการลงโฆษณาที่ผสมผสานทั้งสื่อนอกบ้านและสื่อออนไลน์ ก็น่าจะยังเป็นตัวช่วยสนับสนุนรายได้ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้บริษัทยังได้รับผลดีจากการที่ บมจ.เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) (KEX) จะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากภายหลังเข้าจดทะเบียนดังกล่าวแล้วก็น่าจะส่งผลทำให้ผลประกอบการของ KEX ปรับตัวดีขึ้น และส่งผลให้ VGI ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ได้รับผลดีตามไปด้วย หรือสามารถรับรู้กำไรเข้ามามากขึ้น อย่างไรก็ตามภายหลังจากการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ของ KEX แล้ว จะส่งผลทำให้การถือหุ้นของ VGI ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 19% จากเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 23%

"การที่เคอรี่ฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็จะเป็นผลดีต่อผลประกอบการของเคอรี่ฯเอง และส่งผลดีกับเราด้วย เนื่องจากเราจะสามารถรับรู้กำไรได้มากขึ้น ซึ่งเราถือหุ้นอยู่ 19% และยืนยันว่าเรายังคงถือเคอรี่ฯต่อ โดยมีนายกวิน กาญจนพาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร VGI เข้าไปนั่งเป็นบอร์ดของเคอรี่ฯ รวมถึงยังคงรับรู้กำไรจากเคอรี่ฯเหมือนเดิม"  นางจิตเกษม กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนทั้งกลุ่มในปี 63/64 ไว้ที่ 700 ล้านบาท แบ่งเป็น VGI 300 ล้านบาท, แรบบิท 100 ล้านบาท และบมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO) 300 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกใช้ไปแล้วรวมจำนวน 350 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้ในครึ่งปีหลังนี้ทั้งหมดอีกจำนวน 350 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

ส่วนในปี 64/65 (เม.ย.64-มี.ค.65) บริษัทก็คาดว่าจะยังคงใช้เงินลงทุนใกล้เคียงปีนี้ที่ 700-1,000 ล้านบาท โดยหลักจะรองรับการขยายจอดิจิทัลใหม่ๆ ขณะที่ทิศทางการดำเนินงานในปีหน้า เบื้องต้นบริษัทยังคงมุ่งไปในธุรกิจที่มีอยู่ โดยเฉพาะ O2O Solution และเก็บเกี่ยวการ Synergy ทั้ง KEX และบมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB) รวมถึงพันธมิตรต่างๆ อีกทั้งยังมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งบริษัทก็มีความสนใจในธุรกิจที่มีเทคโนโลยี ทางด้านออนไลน์ที่เข้มแข็ง ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือว่ายังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เห็นได้จากหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่อยู่ในระดับต่ำ 0.1 เท่า

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...