โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ภูมิแพ้อาหารแฝง ภัยเงียบสู่โรคเรื้อรัง

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2561 เวลา 09.47 น.

การแพ้อาหาร หรือโรคภูมิแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน หลายคนคงพอจะนึกภาพออก คือเมื่อกินอาหารอะไรที่ร่างกายแพ้แล้วจะมีอาการแสดงออกมาทันที แต่ยังมีโรคภูมิแพ้อาหารอีกประเภทหนึ่งที่เรายังรู้จักน้อย ก็คือ โรคภูมิแพ้อาหารแฝง เนื่องจากไม่ได้แสดงอาการแพ้ออกมาทันที จึงไม่ทราบว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอาการจากการแพ้อาหาร 

การแพ้อาหารทั่วไปคือการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารบางชนิดในอาหาร โดยทั่วไปมักแสดงอาการฉับพลันทันที หรือหลังกินอาหารไม่นาน

ส่วนโรคภูมิแพ้อาหารแฝงนั้น ไม่ได้แสดงอาการเฉียบพลัน แต่จะค่อย ๆ สะสมเป็นภัยเงียบ โดยอาหารจะไปกระตุ้นอิมมูโนโกลบูลินชนิดจี (Ig G) ในแบบที่ต่างจากการแพ้อาหารปกติ จึงไม่แสดงอาการแพ้ Ig G จะทำลายเนื้อเยื่อในร่างกาย เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ดังนั้นถ้ากินอาหารเดิม ๆ ที่ร่างกาย

ต่อต้าน ก็จะยิ่งกระตุ้นการสร้าง Ig G มากจนกำจัดออกไม่หมด ร่างกายก็จะโดน Ig G ทำลาย นำไปสู่เกิดโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรง

นายแพทย์ชวภณ กิจหิรัญกุล แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์การแพทย์บูรณาการโนวาวิด้า กล่าวให้ความรู้ในงาน Healthcare 2018 ว่า โรคภูมิแพ้อาหารแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โรคภูมิแพ้แบบเฉียบพลันที่เกิดอาการแพ้ทันที มีความรุนแรงสูง กับโรคภูมิแพ้อาหารแฝง (hidden food allergies) ที่มีอาการคล้ายกับโรคภูมิแพ้แบบเฉียบพลัน แต่รุนแรงน้อยกว่า เป็นโรคที่ไม่แสดงอาการทันที แต่จะสะสมอาการแพ้ก่อนแสดงอาการหลังจากทานไปแล้ว 4-5 วัน

อาการโรคภูมิแพ้อาหารแฝงนั้นเกิดขึ้นทั้งระบบร่างกาย เช่น การท้องผูก ท้องเสียเรื้อรัง มีอาการมึน อ่อนเพลีย และเกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โรคหัวใจ โรคอ้วน มะเร็ง

สาเหตุของโรคภูมิแพ้อาหารแฝง คุณหมอบอกว่า เกิดจากหลายปัจจัย อย่างการทานอาหารที่ไม่ค่อยดี ภาวะทุพโภชนาการ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ได้รับสารพิษสารเคมี หรือยาต่าง ๆ ที่ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา และอีกหนึ่งสาเหตุคือ ภาวะลำไส้รั่วหรือภาวะอักเสบในลำไส้เรื้อรัง เนื่องจากภาวะนี้ทำให้ภูมิคุ้มกันทำงานมากจนกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ นำไปสู่ปัญหาด้านลำไส้โดยตรง รวมทั้งปัญหาด้านการอักเสบ การควบคุมน้ำตาล ไปจนถึงเรื่องสมอง

นายแพทย์ชวภณให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมีผลสำรวจพบว่ามากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรโลกป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อาหารแฝง ส่วนจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยแม้ไม่มีสถิติ แต่เท่าที่รักษามาเชื่อว่ามีผู้ป่วยมากพอสมควร

“โรคภูมิแพ้อาหารแฝงมักเกิดในกลุ่มเด็กอายุตั้งแต่ 14-18 ปี หลังผ่านช่วงอายุนี้ไปผู้ป่วยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์จะหายจากโรค มีเพียงบางส่วนที่เป็นโรคนี้ไปตลอดชีวิต แต่ปกติแล้วสามารถรักษาได้หากดูแลเรื่องการกิน หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้ และดูแลระบบขับถ่ายให้ดี โดยใช้เวลาดูแลรักษาราว 4 สัปดาห์ ส่วนกรณีที่อาการหนักอาจใช้เวลานานถึง 1 ปี”

สำหรับวิธีตรวจสอบว่าตัวเองแพ้อาหารอะไรหรือไม่ คุณหมอแนะนำว่าสามารถทำง่าย ๆ โดยการตั้งข้อสังเกตว่าตัวเองแพ้อาหารอะไร จากนั้นเลี่ยงการทานอาหารชนิดนั้นประมาณ 2-4 สัปดาห์ แล้วสังเกตว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าไม่มั่นใจ ไม่ได้ข้อสรุปว่าอาหารชนิดไหนที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการตามที่กังวล ก็ต้องไปตรวจทางการแพทย์ โดยการตรวจเลือดวัดระดับแอนติบอดีที่เพิ่มขึ้นเมื่อทานอาหารชนิดต่าง ๆ ซึ่งจะสะท้อนว่าร่างกายแพ้อาหารชนิดใด

ถึงแม้คุณหมอบอกว่าสาเหตุหนึ่งของโรคนี้คือการกินอาหารไม่ดี ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แต่ในอีกด้านหนึ่งคุณหมอ

บอกว่า ในทางโภชนาการเรารู้ว่าอาหารอะไรที่ดีต่อสุขภาพและอะไรไม่ดีต่อสุขภาพ แต่เราไม่รู้เลยว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพอาจจะเป็นอาหารที่เราแพ้และทำร้ายร่างกายเรา ดังนั้นถ้ารู้ว่าแพ้อะไรก็ควรหยุดกิน แม้จะเป็นอาหารที่ดีในทางโภชนาการก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...