ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทยไม่ค่อยให้ความร่วมมือในการทำงาน แต่วันนี้ต้องให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงวิสัยทัศน์ในงาน SPLASH soft power forum 2025 ในหัวข้อ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond“ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการ OTOP เพื่อยกระดับสินค้าไทยสู่ตลาดโลก
โดยในตอนหนึ่ง นายทักษิณกฃ่าวถึงการทำงานของกระทรวงมหาดไทยในยุคก่อนว่า
“วันนี้มันอยู่ที่การเอาจริงเอาจัง หากรัฐเอาจริงเอาจัง ข้าราชการก็ร่วมมือ เมื่อข้าราชการร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเมื่อก่อนนี้ไม่ให้ความร่วมมือ วันนี้กระทรวงมหาดไทยต้องร่วมมือเต็มที่ เป็นกระทรวงสำคัญที่จะนำนโยบายไปสู่ประชาชน นั่นคือผู้ว่าฯ นายอำเภอกำนันผู้ใหญ่บ้าน เขาอยู่ติดชาวบ้านที่สุด ถ้าเขาร่วมมือปุ๊บทุกอย่างจะขับเคลื่อนได้ คนที่ช่วยขับเคลื่อนคือกระทรวงมหาดไทยต้องมูฟ”
—
สำหรับภาพรวมของการบรรยาย นายทักษิณกล่าวถึงที่มาของโครงการ OTOP ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากญี่ปุ่น และตระหนักว่าสินค้าหัตถกรรมไทยมีศักยภาพ แต่ยังขาดการออกแบบ การตลาด และการสร้างแบรนด์ที่ดี
จึงได้ชวน Peter Arnell ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ระดับโลก ซึ่งเคยทำงานกับ Samsung มาร่วมพัฒนา ThaiWORKS เพื่อสร้างแบรนด์ “Thailand by (ชื่อแบรนด์ย่อย)” โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านโชว์รูมในเมืองใหญ่ทั่วโลก
และแสดงความเสียดายที่โครงการ OTOP ต้องหยุดชะงักไปในช่วงปลายปี 2548 เนื่องจากปัญหาทางการเมืองที่ “ไร้สาระ” อีกทั้งยังต้องมาสะดุดอีกครั้งเพราะการปฎิวัติในยุค น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
และตำหนิ กระทรวงมหาดไทย ในอดีตที่ไม่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ประชาชน อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าโครงการนี้เป็น “โซเชียลเอนเตอร์ไพรซ์” ที่ลงทุนด้วยเงินส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง เพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
นายทักษิณเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำให้สินค้าไทยสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่คำนึงถึงสถานะทางการเงิน และเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว จะทำให้ทุกอย่างขายได้ วันที่ 10 ก.ค. นี้ นายทักษิณจะหารือกับ Peter Arnell เพื่อวางแผนขับเคลื่อน ThaiWORKS สู่หมู่บ้าน ชุมชน และตลาดโลก โดยจะขอความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม
นายทักษิณยังได้กล่าวถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยชี้ว่าผู้สร้างภาพยนตร์ควรพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และรัฐบาลควรให้การสนับสนุนด้านเงินทุน พร้อมเน้นย้ำว่าปัญหาใหญ่ของประเทศคือ ความไม่สามัคคี อิจฉาริษยา ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา Soft Power ของไทย หากคนไทยมีความสามัคคีและเกื้อกูลกัน Soft Power จะมีพลังมหาศาล และขอให้คนไทย “เข้าวัดบ้าง” เพื่อลดความอิจฉาริษยา
#TheStructure
#TheStructureNews
#พรรคเพื่อไทย #พรรคภูมิใจไทย
#ทักษิณชินวัตร