โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

อินโดฯ ถูกทั้งหวยทรัมป์ & หวยอียู

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.02 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 ส.ค.68 ที่ประเทศทั้งหลายที่โดนเรียกจัดเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สูงกว่าระดับ 30% รวมทั้งประเทศไทยเรา ต่างรอคอยด้วยใจระทึกว่า โดนัลด์ ทรัมป์จะมีการปรับลดอัตราภาษีโหดลงมาให้หรือเปล่า

ก็ปรากฏว่า อินโดนีเซียซึ่งถูกจัดเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 32% ทั้ง 2 รอบที่ผ่านมา กลายเป็นผู้โชคดี ได้รับการผ่อนปรนอัตราภาษีจัดเก็บลงมาเหลือ 19% โดยจะต้องเปิดตลาดให้นำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ในอัตราภาษี 0%

คำแถลงทางการสหรัฐฯ ระบุว่า เป็นการบรรลุข้อตกลงโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีซูเบียนโต และประธานาธิบดีทรัมป์ที่ครอบคลุมสินค้าพลังงาน 15,000 ล้านเหรียญฯ สินค้าเกษตร 4,500 ล้านเหรียญฯ และเครื่องบินโบอิ้งจำนวน 50 ลำ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเครื่องโบอิ้งรุ่น 777

นอกจากอินโดนีเซีย จะมีข่าวดีที่ฝ่ากำแพงภาษีโหดสหรัฐฯ เข้ามาได้แล้ว ยังมีข่าวดีอีกเรื่องหนึ่งก็คือ การบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างอินโดนีเซียกับประชาคมยุโรป 27 ประเทศ

คาดว่า ข้อตกลงจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกันยายนนี้ ส่วนของไทยเรายังอยู่ในแผนที่จะทำการเจรจาให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

บทเรียนจากเวียดนาม ซึ่งชิงออกตัวเร็วในการเจรจา FTA (Free Trade Agreement)หรือข้อตกลงหุ้นส่วนการค้าเสรีกับอียูจนสำเร็จมีผลบังคับใช้ในปี ค.ศ. 2020หรือเมื่อ 5ปีที่แล้ว ปรากฏว่าทั้งสองฝ่ายสามารถเพิ่มพูนการค้าระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว

เวียดนาม สามารถส่งออกสินค้าไปสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นเกือบ 50% และนำเข้าสินค้าจากอียูเพิ่มขึ้นกว่า 40% ในปี ค.ศ. 2023มีมูลค่าการค้าระหว่างกันถึง 296,900ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนบาทในปัจจุบัน ก็คือ 9,649,250ล้านบาท

มูลค่าการค้าขายระหว่างกันตั้ง 9.6ล้านล้านบาทนี่มันน้อยซะเมื่อไหร่ ไม่ว่าประเทศใดเจอกำแพงภาษีโหดสหรัฐฯ ก็ยังมีตลาดอียูรองรับได้ และนี่คือกุญแจไขคำตอบว่าทำไมเวียดนามถึงมีอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงต่อเนื่องกันมากว่า 5ปีแล้ว

ทั้งอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนบ้านใกล้ชิดและคู่แข่งขันในภูมิภาค ถือว่าโชคดีมาก ที่มีทั้งระบบการเมืองที่มั่นคง และการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีและต่อเนื่อง ซึ่งต่างกันราวฟ้ากับดินในกรณีของไทย เช่นความคิดริเริ่มเจรจา FTAไทยก็ริเริ่มก่อนใคร แต่ตอนนี้ก็ถือว่าล้าหลังสุดกู่

กรณีความสำเร็จในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ของอินโดฯ ก่อนเส้นตายจะมาถึงในวันที่ 1ส.ค. 68 ก็ถือว่าประตูเจรจายังไม่ปิดตาย โอกาสยังมี ซึ่งไทยก็ได้ยื่นข้อเสนอเจรจาล่าสุดไปแล้ว คือเสนอภาษีส่งออกไปสหรัฐฯ ในระดับใกล้เคียงกับเวียดนาม และเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ในอัตรา 0%นับหมื่นรายการ

หวังว่าพระสยามเทวาธิราชจะช่วยปกป้องคุ้มภัยให้ประเทศไทยรอดพ้นภัยอีกครา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...