โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาเรสก้าชูดีแล็ปเป็นศูนย์หน้าตัวหลักสิงโตคำรามได้แน่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.39 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 14.20 น.
(AP Photo/Dave Shopland, File)

มาเรสก้าชูดีแล็ปเป็นศูนย์หน้าตัวหลักสิงโตคำรามได้แน่

เอ็นโซ่ มาเรสก้า กุนซือเชลซี กล่าวถึงเลียม ดีแล็ป กองหน้าตัวใหม่ที่เพิ่งคว้ามาจากอิปสวิช ทาวน์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ว่า ตอนที่คุมทีมเจอกับอิปสวิช ตนเคยพูดไว้ว่าดีแล็ปมีศักยภาพที่จะเป็นหมายเลข 9 ตัวหลักของทีมชาติอังกฤษได้ มาตอนนี้เขากลายเป็นนักเตะเชลซีแล้ว และจะย้ำอีกครั้งว่า ตนไม่กังขาเลยว่าเขาจะกลายเป็นศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษในอนาคต

มาเรสก้าเคยทำหน้าที่ผู้จัดการทีมอคาเดมีสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งดีแล็ปเป็นเด็กปั้นของทีม ซึ่งมาเรสก้ากล่าวว่า ตอนนั้นทีมยู-23 ของแมนซิตี้เคยคว้าแชมป์ โดยดีแล็ปยิงได้ 24-25 ประตู การมาร่วมงานกันอีกครั้ง ตัวเขาย่อมรู้ดีว่าสต๊าฟโค้ชจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง ส่วนตนก็รู้ในศักยภาพของเขาเป็นอย่างดี นี่เป็นสถานการณ์ที่วิน-วินกันทั้ง 2 ฝ่าย เพราะต่างฝ่ายต่างชอบกันและกัน การเจรจาดึงตัวมาร่วมทีมจึงราบรื่นมาก

ดีแล็ปวัย 22 ปี ลงสนามเกมพรีเมียร์ลีกให้อิปสวิชเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมารวม 37 นัด ยิงไปทั้งสิ้น 12 ประตู โดยเขาเซ็นสัญญา 6 ปี ร่วมทีมเชลซี ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (1,320 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม มาเรสก้าย้ำว่า ดีแล็ปจะต้องพิสูจน์ตัวเองแข่งกับนิโคลาส แจ็คสัน เพื่อแย่งเป็นแนวรุกตัวจริงของทีม และกล่าวเป็นนัยๆ ว่า การที่ทีมไม่ได้เซ็นสัญญาถาวรกับเจดอน ซานโช่ ที่ยืมตัวมาจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาลก่อน ทำให้ทีมต้องหาผู้เล่นมาทดแทนในตำแหน่งดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาเรสก้าชูดีแล็ปเป็นศูนย์หน้าตัวหลักสิงโตคำรามได้แน่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...