“จุลพันธ์” ยันดิจิทัลวอลเล็ตไม่ล่ม เดินหน้าฉีดงบ 1.57 แสนล้าน พยุงเศรษฐกิจไตรมาส 3-4
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 20 พ.ค. 2568 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2568 เวลา 13.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 พ.ค.68) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้วงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมุ่งเป้าอนุมัติเฉพาะโครงการที่มีความพร้อม สามารถเดินหน้าได้ทันที และส่งผลเชิงโครงสร้างกับระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการหมุนเวียนเงินในระดับชุมชน
นายจุลพันธ์กล่าวว่า คณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะพิจารณาอนุมัติโครงการภายในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอคำขอรับงบภายใน 2 สัปดาห์นับจากนี้ ทั้งนี้ โครงการที่เข้ารับการพิจารณาต้องมีความพร้อมสูง และส่งผลในระดับโครงสร้าง เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสงครามการค้าและมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ รัฐบาลวางกรอบให้ทุกโครงการต้องสามารถทำสัญญาผูกพันงบประมาณได้ภายในไตรมาส 3 หรือไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.68 แม้จะยังไม่จำเป็นต้องเบิกจ่ายครบทั้งหมดภายในระยะเวลาดังกล่าว แต่ต้องมีความชัดเจนในการดำเนินการ และอยู่ภายใต้การติดตามจากคณะกรรมการอย่างใกล้ชิด
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังย้ำว่า โครงการแจกเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ยังไม่ถูกยกเลิก แต่เลื่อนออกไปจนกว่าเศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะที่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะประเมินแนวโน้มเป็นรายไตรมาส ควบคู่กับความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ
“จากการประเมินที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขยายตัวเฉลี่ยกว่า 3% ต่อเนื่อง 3 ไตรมาส ซึ่งถือว่าไม่เกิดขึ้นมานาน ไตรมาส 2 ปีนี้น่าจะยังทรงตัว แต่ไตรมาส 3 และ 4 อาจเริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจนมากขึ้น เราจึงต้องวางแผนฉีดเงินช่วงไตรมาส 3 และผูกพันงบให้ทันภายใน 30 กันยายน ซึ่งถือเป็นกรอบเวลาสำคัญ โครงการที่จะเข้ามาจะต้องทำให้เกิดเม็ดเงินไหลลงชุมชน และมีผลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจจริง ๆ มีเงื่อนไขชัดเจนเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบ และช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นมรสุมช่วงนี้ได้” นายจุลพันธ์ กล่าว
ทั้งนี้ งบประมาณที่รัฐบาลมีแผนจะกู้เพิ่มเติมในวงเงิน 500,000 ล้านบาท ยังไม่ได้มีการหารือในรายละเอียด ณ ขณะนี้ โดยแม้จะได้รับการอนุมัติ ก็ไม่สามารถนำเงินเข้าสู่ระบบได้พร้อมกันทั้งหมด รัฐบาลจึงเลือกใช้กรอบ 157,000 ล้านบาทก่อนในระยะแรก เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ หากจำเป็นจะพิจารณาเพิ่มเติมจากงบประมาณปี 2569
สำหรับ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ที่มีกระแสข่าวว่าประชาชนบางส่วนลบแอปฯ ออกไปหลังรัฐบาลชะลอโครงการดิจิทัลวอลเล็ต นายจุลพันธ์ กล่าว ต้องสื่อสารให้เข้าใจว่าการให้สวัสดิการของรัฐบาลก็จะผ่านช่องทางนี้ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ เช่น บัตรสวัสดิการในอนาคต รวมถึงมาตรการท่องเที่ยว ซึ่งจะใช้แอป “ทางรัฐ” เป็นช่องทางหลักในการให้บริการประชาชน