หุ้นไทยวันนี้ แกว่งขึ้นในกรอบ 1,200-1,250 จุด รับจีน-สหรัฐลดภาษีชั่วคราว จับตาแผนกระตุ้นท่องเที่ยว-การเมือง
หุ้นไทยวันนี้ 13 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งขึ้นในกรอบ 1,200-1,250 จุด รับเชิงบวกหลังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนค่อนข้างดี โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงชั่วคราวปรับลดอัตราภาษีศุลกากรแต่ละฝ่ายเป็นระยะเวลา 90 วัน แนะคืนนี้จับตาตัวเลข CPI สหรัฐ และติดตามมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว
วันที่ 13 พฤษภาคม 3568บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า วานนี้ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น 1%-3% หลังสหรัฐและจีนได้ข้อสรุปเบื้องต้น โดยสหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้าจากจีนจาก 145% มาที่ 30% และจีนจะลดภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ จาก 125% มาที่ 10%
ทำให้คาด SET Index มีโอกาสกลับมาแกว่งตัวขึ้นตามหลังหุ้นไทยปิดตลาดวันจันทร์ มีแนวต้านที่มีโอกาสทดสอบที่ 1,225/1,235-1,240 โดยหุ้นที่รับ Fund Flow และหุ้นที่เคยได้รับผลกระทบการค้ามีโอกาสปรับขึ้นรับแรงซื้อเก็งกำไร
ช่วงสั้นมอง SET จะปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังสหรัฐและจีนบรรลุข้อตกลงปรับลดภาษีศุลกากรระหว่างกันเป็นเวลา 90 วัน อย่างไรก็ดีคาด SET ยังมี Upside จำกัด หลังปรับตัวขึ้นมาสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกจากการเจรจาทางการค้าไปก่อนหน้านี้จนทำให้ดัชนียืนเหนือระดับ 1,200 จุด สูงกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ ปธน. ทรัมป์ประกาศภาษีศุลกากรตอบโต้ประเทศคู่ค้าไปแล้ว
อีกทั้งในประเทศยังต้องติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับไทยที่ยังไม่มีความคืบหน้า และการเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายประกาศงบ 1Q68 ของหุ้น Real Sector ทำให้บรรยากาศลงทุนน่าจะยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง โดยมองมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,250 จุด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงคงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งขึ้น ตอบรับเชิงบวกจากสถานการณ์สงครามการค้า หลังการเจรจาระหว่างจีนและสหรัฐเบื้องต้นค่อนข้างดี โดยทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงปรับลดอัตราภาษีศุลกากรแต่ละฝ่ายเป็นเวลา 90 วัน ส่งผลให้อัตราภาษีของสหรัฐ ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน ลดลงสู่ระดับ 30% จากเดิมที่ระดับ 145% และอัตราภาษีของจีนที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 10% จากเดิมที่ระดับ 125% ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกมีแรงเก็งกำไรกลับ
ทั้งนี้มองว่าดัชนีจะค่อย ๆ ฟื้นตัว แม้ว่าไทยยังไม่มีการเจรจากภาษีกับสหรัฐ แต่พัฒนาการการเจรจาของประเทศคู่ค้าอันดับ 1 และ 2 ของโลกเป็นไปด้วยดีและน่าจะเห็นสัญญาณการพูดคุยเพิ่มเติมของผู้นำทั้ง 2 ประเทศในช่วงสุดสัปดาห์นี้เป็นโมเมนตัมในการขับเคลื่อนตลาดได้
ขณะที่คืนนี้นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐ ในคืนนี้ โดยระยะสั้นภาพเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในลักษณะที่ดีขึ้น ไม่มีความรุนแรงสงครามการค้าแล้ว โอกาสที่จะเกิดเศรษฐกิจถดถอยลดน้อยลง ส่งผลต่อโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะช้าลงไปได้
สำหรับปัจจัยในประเทศ ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว เนื่องจากท่องเที่ยวแผ่วมาก ขณะที่ภาครัฐแย้มว่าจะมีมาตรการท่องเที่ยวออกมา ต้องรอรายละเอียดที่ชัดเจน รวมทั้งติดตามการเมืองในประเทศที่ร้อนแรงมากขึ้นโดยให้กรอบแนวรับ 1,200 จุด และแนวต้าน 1,250 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,200 - 1,250 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเป็นจังหวะลดพอร์ตการลงทุนแม้มีประเด็นบวกเจรจาการค้าแต่พื้นฐานไทยมิได้แข็งแกร่งและยังไม่แน่ชัดว่าจะได้เจรจากับสหรัฐฯเมื่อใด แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP) ปิโตรเคมี (PTTGC IVL) รับจิตวิทยาเชิงบวกจากสหรัฐฯ - จีน