โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

4 รูปแบบหลักๆ ของความรัก ที่ขับเคลื่อนโดย 4 ฮอร์โมนที่ต่างกัน

Mirror Thailand

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 11.54 น.
ภาพไฮไลต์

เรารู้กันอยู่แล้วว่าความรักมีได้หลายรูปแบบ และแต่ละคนก็เป็นคนรักในแบบที่ต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับปัจจัยในชีวิตแต่ละคน ล่าสุดนี้ การศึกษาโดยนักมานุษยวิทยาอย่างดอกเตอร์ Helen Fisher พบว่าสารสื่อประสาทหรือฮอร์โมนในสมอง ส่งผลให้ผู้คนมีมุมมองต่อโลกและมีรูปแบบของการรักที่ต่างกันออกไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ไทป์หลักๆ ขึ้นอยู่กับฮอร์แมนแต่ละตัวที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนกลไกความคิด ณ ขณะรัก

แน่นอนว่านี่ไม่ใช่กล่อง 4 กล่องที่เอาไว้บรรจุผู้คนลงไปและจำกัดรูปแบบความรักเอาไว้แค่ 4 แบบ เพียงแต่เป็นการแจกแจงแรงขับเคลื่อนหลักๆ เท่านั้น ว่ามีอะไรบ้าง และ 4 รูปแบบเหล่านี้ก็สะท้อนได้อย่างกว้างๆ ว่าฮอร์โมนนั้นส่งผลกับวิธีคิดเมื่อเรามีความรักอย่างไร สิ่งไหนที่เราให้คุณค่าในความสัมพันธ์แต่ละครั้ง และอะไรที่เรามองหาในคนรักหรือคู่ชีวิต ซึ่งไม่ได้หมายความว่าแต่ละคนจะมีความรักได้เพียงไทป์เดียวตลอดไป แต่รูปแบบของเราเองก็อาจเปลี่ยนไปได้ไม่ว่าจะด้วยช่วงวัย ประสบการณ์ และเคมีกับอีกคนที่เข้ามาในชีวิต

ดังนั้น 4 รูปแบบนี้จึงเป็นเพียงไกด์ไลน์ที่อาจช่วยให้หลายๆ คนได้หยิบมาใช้ทบทวนความสัมพันธ์หรือความรักที่กำลังเบ่งบานในใจอยู่ตอนนี้ได้บ้าง ซึ่ง 4 รูปแบบที่ว่านั้นก็ได้แก่

1. The Explorer นักสำรวจที่ขับเคลื่อนด้วยโดปามีน : โดปามีนคือฮอร์โมนแห่งความสุข คนรักไทป์นี้มักแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ในความสัมพันธ์ โดย The Explorer มักจะมองโลกด้วยเลนส์ของความเป็นไปได้และการผจญภัย ยินดีที่จะเสี่ยงเพื่อแสวงหาความพึงพอใจในชีวิต ชื่นชอบการได้ปล่อยไหลไปกับอารมณ์ และชอบดื่มด่ำกับช่วงเวลา ณ ปัจจุบัน

ดังนั้น ในความรัก The Explorer มักชอบเดตที่น่าตื่นเต้น ชอบการเซอร์ไพรส์สนุกๆ ชอบไวบ์ความขี้เล่น และด้วยความที่ต้องการสิ่งกระตุ้นอยู่เสมอ ก็อาจทำให้พวกเขาไม่ค่อยอดทนกับคนรักที่ให้คุณค่ากับความมั่นคงหรือสิ่งที่คาดเดาได้ The Explorer มักจะสนุกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ชอบความตื่นเต้นเหมือนๆ กัน หรือเมื่อเจอคู่รักที่สามารถบาลานซ์ความหุนหันพลันแล่นของอีกฝ่ายได้

แต่อย่างไรก็ตามเมื่อ The Explorer กับ The Explorer มาเจอกัน ก็อาจได้ความสัมพันธ์ที่สนุกสุดเหวี่ยงในช่วงแรก แต่อาจต้องเผชิญความยากลำบากนิดหน่อยในการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงในระยะยาวเช่นกัน

2. The Builder นักสร้างบ้านของใจที่ขับเคลื่อนด้วยเซโรโทนิน : เซโรโทนินนับเป็นฮอร์โมนแห่งความสงบ ดังนั้น The Builder จึงมักให้คุณค่ากับความมั่นคงและการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาจะชื่นชอบความสัมพันธ์ที่มีกฎระหว่างกันชัดเจน มีกิจวัตรร่วมกัน และให้คุณค่าในสิ่งเดียวกัน ดังนั้นคนรักไทป์นี้จึงมีแนวโน้มที่จะสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวรวมถึงการสร้างครอบครัว

ในความรัก The Builder จึงต้องการคนรักที่มีความรับผิดชอบและไว้เนื้อเชื่อใจได้ และยังมักวางเป้าหมายร่วมกันกับคนรักเสมอ พวกเขายังค่อนข้างซื่อสัตย์และชอบการดูแล มักแสดงความรักผ่านการกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการคอยซัพพอร์ตอีกฝ่ายเมื่อเจอปัญหาหรือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กัน แม้จะไม่ได้รักอย่างร้อนแรงหวือหวา แต่ก็ตั้งใจรักอย่างช้าๆ และมั่นคง ซึ่งในแง่หนึ่งก็หมายถึงการใช้เวลาเพื่อจะแน่ใจว่าสามารถลงหลักปักฐานกับคนรักได้จริงๆ

อย่างไรก็ตาม The Builder อาจไปด้วยกันยากกับคนรักไทป์ที่ต้องการความตื่นเต้นสนุกสนาน หรือต้องการความยืดหยุ่นมากหน่อยในความสัมพันธ์ครั้งนี้

3. The Director ผู้กำกับที่ขับเคลื่อนด้วยเทสโทสเตอโรน : เทสโทนเตอโรนคือฮอร์โมนเพศชาย เมื่อมันกลายเป็นตัวขับเคลื่อนความรัก ในมุมมองของดอกเตอร์ Fisher มองว่าทำให้พวกเขามักใช้เหตุผลเป็นตัวนำในความรัก ให้ความสำคัญกับความจริงใจและความชัดเจนในการสื่อสาร และหลายครั้งพวกเขาก็จะตรงไปตรงมากับความคาดหวังของตัวเองเอามากๆ

และนั่นก็ทำให้บางครั้ง The Director ก็ไม่ค่อยโรแมนติก ไม่ค่อยละเอียดอ่อน หรือคิดวิเคราะห์ ยึดติดกับเหตุผลมากเกินไป ซึ่งทำให้ไปด้วยกันได้ยากกับคนรักที่ให้ความสำคัญกับความอบอุ่นและการเห็นอกเห็นใจกัน

4. The Negotiator นักเจรจาที่ขับเคลื่อนด้วยเอสโตรเจน : เอสโตรเจนคือฮอร์โมนเพศหญิง ที่มักจะขับเคลื่อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความคิดจินตนาการ คนรักไทป์นี้จึงให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกันทางอารมณ์ ทั้งยังเป็นนักใฝ่ฝันผู้แสวงหาความรักในอุดมคติ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เปิดกว้าง มักสร้างบทสนทนากับคนรักเกี่ยวกับความฝัน การเติบโต และแรงบันดาลใจต่างๆ ในชีวิต

ในความรัก The Negotiator จึงเป็นนักโรแมนติกตัวจริง เพียงแต่ไม่ใช่ในแง่การพยายามหาเรื่องเซอร์ไพรส์ในแบบของ The Explorer แต่เป็นการสร้างความผูกพันทางอารมณ์กันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งบางครั้งเมื่อความเป็นจริงไม่เป็นไปตามอุดมคติที่คาดหวัง ก็อาจนำมาซึ่งความผิดหวังเกินทนทานได้

และแม้ The Negotiator จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เปิดกว้าง แต่บางครั้งพวกเขาก็จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ทำให้ไม่ได้สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาในปัญหาความสัมพันธ์ ดังนั้นหากไปเจอคู่ที่ปิดกั้นและชอบควบคุมก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนในทันที

อ้างอิง

https://www.economist.com/obituary/2024/08/29/helen-fisher-found-out-the-science-behind-romance?utm_medium=cpc.adword.pd&utm_source=google&ppccampaignID=21228634515&ppcadID=&utm_campaign=a.22brand_pmax&utm_content=conversion.direct-response.anonymous&gad_source=1&gclid=Cj0KCQiA4rK8BhD7ARIsAFe5LXJbcvP9fXvyR4pdlO58yPbU6MuZldtdDWDLnwgq98C1h75jeCljzegaAqrAEALw_wcB&gclsrc=aw.ds

https://www.psychologytoday.com/intl/blog/social-instincts/202501/the-4-love-archetypes-of-romantic-compatibility

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...