โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สรุปการฟื้นคดี ‘ค่าโง่โฮปเวลล์’ แบบอ่านจบในโพสต์เดียว

The MATTER

อัพเดต 04 มี.ค. 2565 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. 2565 เวลา 15.04 น. • Brief

ถือเป็นข่าวดีที่อาจช่วยเซฟเงินภาษีของชาติไปได้หลายหมื่นล้านบาท เมื่อที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดมีมติในวันนี้ (4 มี.ค.2565) ให้รื้อคดีโฮปเวลล์ ที่เดิมรัฐบาลไทยแพ้คดียกเลิกสัญญาไม่เป็นธรรม ต้องควักเงินภาษีไปจ่ายเป็น ‘ค่าโง่’ ให้กับเอกชน 2.4 หมื่นล้านบาท แลกกับเสาตอม่อผุๆ พังๆ ริมถนนวิภาวดี-รังสิต

The MATTER ขอสรุปให้ฟังว่า เรื่องนี้สำคัญอย่างไร โดยจะแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ส่วนที่สำคัญ ให้ติดตามคล้ายๆ ภาพยนตร์ไตรภาค ที่มีไคลแม็กซ์ มีจุดสิ้นหวัง และจุดหักเห จนไม่รู้ว่าบทสรุปจะออกมาอย่างไรกันแน่

PART 1 : ค่าโง่โฮปเวลล์คืออะไร

1.) โฮปเวลล์ มีชื่อเต็มว่า ‘โครงการระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร’ ที่บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ของกอร์ดอน วู นักธุรกิจชาวฮ่องกงได้รับงานไป คนจึงเรียกติดปากว่า โครงการ Hopewell และเมื่อมีปัญหา สร้างไม่เสร็จ แถมยังถูกเรียกค่าโง่อีก ก็ถูกนำไปล้อว่าเป็น hopeless หรือ hope fails

2.) ลักษณะโครงการเดิม คือทำทางยกระดับ 3 ชั้นคร่อมไปบนทางรถไฟเดิมของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ชั้นบนสุดเป็นทางด่วน ส่วนชั้นกลางเป็นทางรถไฟฟ้าชุมชน มีระยะทาง 60 กิโลเมตร วางงบประมาณคร่าวๆ ในการก่อสร้างไว้ 80,000 ล้านบาท

3.) โครงการ Hopewell เริ่มขึ้นสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่มีมนตรี พงษ์พานิช เป็น รมว.คมนาคม เซ็นสัญญาช่วงปลายปี 2533 โดยเอกชนจะเป็นผู้ออกแบบและลงทุนก่อสร้างเอกชนทั้งหมด และจะได้รับสัมปทานบริหารโครงการนี้ไปอีก 30 ปี

4.) ความจริงโครงการ Hopewell ไม่ได้มีแค่เส้นที่วิ่งคู่ขนานถนนวิภาวดี-รังสิตเท่านั้น แต่ยังเป็นแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ประกอบด้วย

ช่วงที่ 1 ยมราช-ดอนเมือง ระยะทาง 18.8 กิโลเมตร (กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2538) ช่วงที่ 2 ยมราช-หัวลำโพง-หัวหมาก และ มักกะสัน-แม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 18.5 กิโลเมตร (กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2539) ช่วงที่ 3 ดอนเมือง-รังสิต ระยะทาง 7 กิโลเมตร (กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2540) ช่วงที่ 4 หัวลำโพง-วงเวียนใหญ่ และ ยมราช-บางกอกน้อย ระยะทาง 6.7 กิโลเมตร (กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2541) ช่วงที่ 5 วงเวียนใหญ่-โพธินิมิตร และ ตลิ่งชัน-บางกอกน้อย ระยะทาง 9.1 กิโลเมตร (กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2542)

5.) รายละเอียดโครงการต่างๆ ดูดีบนหน้ากระดาษ ทว่าพอใกล้จะถึงเด๊ดไลน์ ปรากฎว่า การก่อสร้าง Hopewell กลับคืบหน้าไปได้เพียง 13.7% เท่านั้น ทั้งจากปัญหาการเวนคืนที่ดินล่าช้าและปัญหาทางการเงินของ บ.โฮปเวลล์เอง นำไปสู่การยกเลิกสัญญาสัมปทานช่วงต้นปี 2541

6.) ก่อนที่ต่อมา จะพบ ‘จุดตาย’ สำคัญในสัญญาที่รัฐบาลไทยทำไว้กับเอกชน เมื่อระบุว่า เอกชนยกเลิกสัญญาได้ ,,แต่รัฐบาลไทยยกเลิกสัญญาไม่ได้!

7.) นำไปสู่การฟ้องเรียกค่าเสียหาย จนเป็น ‘มหากาพย์’ และถูกสื่อเรียกว่าเป็น ‘ค่าโง่’ ในที่สุด โดยรัฐบาลไทยแพ้คดีทั้งในชั้นอนุญาโตตุลาการ เมื่อปี 2551 และศาลปกครองสูงสุดในปี 2562 จะต้องนำเงินภาษีไปจ่ายค่าโง่ให้กับ บ.โฮปเวลล์กว่า 24,000 ล้านบาท

PART 2 : เหตุผลของการฟื้นคดี

8.) ก่อนจะไปว่ากันด้วยเนื้อหาว่า แล้วคดีที่จบไปแล้วถูกรื้อฟื้นมาพิจารณาใหม่ได้อย่างไร อยากให้จำวันที่สำคัญ 3 วันนี้ไว้ก่อน

วันที่ 30 ม.ค.2541 บ.โฮปเวลล์ฯ ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญา วันที่ 9 มี.ค.2544 ศาลปกครองเปิดทำการวันแรก วันที่ 24 พ.ย.2547 บ.โฮปเวลล์ฯ ยื่นคำร้องต่ออนุญาโตตุลาการให้วินิจฉัยชี้ขาด ก่อนที่จะฟ้องร้องคดีจนถึงศาลปกครองในเวลาต่อมา

9.) ที่ต้องยกวันที่เป๊ะๆ มาให้ดู ก็เพราะตามกฎหมายแล้วการจะยื่นคำร้องต่ออนุญาโตฯ หากไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้เฉพาะ จะต้องทำ ‘ใน 5 ปี’ นับแต่วันที่มีการโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญา แต่ บ.โฮปเวลล์กลับยื่นคำร้องหลังได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาถึง 6 ปีกับ 10 เดือนเศษ ซึ่งน่าจะเลยกำหนดระยะเวลา หรือหมด ‘อายุความ’ ที่จะสามารถยื่นคำร้องได้ตามกฎหมายหรือไม่

10.) กระทรวงคมนาคมเองก็พยายามหยิบเรื่องนี้มาโต้แย้งตลอด แต่ศาลปกครองก็ไปยกมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 ที่ระบุว่า คดีปกครองที่เริ่มก่อนจัดตั้งศาลปกครอง ให้เริ่มนับอายุความจากวันที่ศาลปกครองเปิดทำการ นั่นคือในวันที่ 9 มี.ค.2544 ทำให้ข้อต่อสู้นี้ถูกตีตกไป จนแพ้คดีในท้ายที่สุด

11.) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 5/2564 ตามคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท. ที่ยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ!

12.) ศาลปกครองสูงสุด โดยมติที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2565 จึงมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำร้องของกระทรวงคมนาคมและ ร.ฟ.ท. ที่ขอให้หยิบคดีนี้มารื้อฟื้นใหม่ ไว้พิจารณาในที่สุด

PART 3 : คดีนี้จะไปต่ออย่างไร

13.) พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ครั้งที่ 18/2545 ใช้ไม่ได้ เพราะขัดต่อรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เมื่อศาลปกครองมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่และให้งดการบังคับคดีเดิมทั้งหมด นั่นแปลว่าแปลว่า ‘คำพิพากษาเดิม’ (ให้จ่ายค่าโง่รวม 2.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งพีระพันธุ์บอกว่า ถ้ารวมดอกเบี้ยด้วยก็ 3 หมื่นล้านบาท) มันจบไปแล้ว

14.) พีระพันธุ์บอกว่า คดีใหม่จะมีประเด็นต้องพิจารณาเรื่องเดียวคือ คดีขาดอายุความแล้วหรือไม่? (ยื่นคำร้องใต้เงื่อนเวลาตามกฎหมายหรือไม่) ซึ่งส่วนตัวมองว่า “มันขาดอายุความไปเรียบร้อยแล้ว”

“วันนี้พอมาถึงปลายอุโมงค์แสงที่ว่าพอมองเห็นมันกลายเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าสำหรับคนไทยที่รักบ้านรักเมืองรักษาพลประโยชน์ชาติอย่างทั่วถึง คิดถึงวันนี้รวมดอกเบี้ยคร่าวๆก็น่าจะราวๆสามหมื่นล้านเป็นอย่างน้อยที่เราช่วยกันปกป้องไว้ครับ” อดีต รมว.ยุติธรรมระบุ

15.) แม้พีระพันธุ์จะมั่นใจ แต่ยังต้องติดตามต่อไปว่า ผลของคดีนี้จะเป็นอย่างไรในชั้นศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด

แต่ก็ถือเป็นข่าวดีไม่น้อย ต่อคดีมหากาพย์ที่อาจทำให้คนไทยต้องเสียเงินค่าภาษีหลายหมื่นล้านบาทไปกับโครงการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จนกลายเป็นหนึ่งในตำนาน ‘ค่าโง่’ มาจนถึงทุกวันนี้

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก

https://drive.google.com/file/d/1MGObUjxEuwONWKGSaIitfKCH6oNaz92c/view

https://thematter.co/social/what-is-hopewell-project/75680

https://www.admincourt.go.th/admincourt/Casefile/admcase/document/signed/pdf/2557/01012-570412-1f-620422-0000638653.pdf

https://www.prachachat.net/property/news-636866

https://www.facebook.com/Pirapan.T.Salirathavibhaga/posts/506145217550009

#ค่าโง่ #โฮปเวลล์ #TheMATTER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...